ในเช้าวันหนึ่งระหว่างที่ออสการ์และอังเดรกำลังขี่ม้าอยู่ภายในพระราชวัง แวร์ซายส์เพื่อที่จะไปทำงานตามปกติพวกเค้าก็บังเอิญได้พบกับขบวนของดยุคโอ เลียนและเหล่าขุนนางที่กำลังจะเดินทางออกไปล่าสัตว์

อังเดร : “ดูเหมือนว่าพวกเค้ากำลังจะไปล่าสัตว์นะ”

ออสการ์ กับอังเดรจึงหลีกทางให้พวกเค้าผ่านไป แต่เมื่อดยุคเจอร์เมนขี่ม้าผ่านหน้าออสการ์เค้าก็ตั้งใจเหยียบน้ำที่นองอยู่ ตรงพื้นให้กระเด็นใส่หน้าออสการ์

ออสการ์ : “นั่นดยุคเจอร์เมน” เมื่อออสการ์เห็นหน้าของดยุคเจอร์เมนก็ทำให้คิดถึงเหตุการณ์ที่เค้ายิงเด็กตัวเล็กๆ ที่ขโมยเงินเพราะความหิวอย่างเลือดเย็น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรออสการ์ก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาทุกที ออสการ์เตรียมจะชักดาบขึ้นมา แต่ก็ถูกอังเดรห้ามไว้

อังเดร : “เธอคิดจะทำอะไรน่ะ!?”

ออสการ์ : “ปล่อย!”

อังเดร : “ถ้าเธอเผชิญหน้ากับดยุคเจอร์แมนในที่แบบนี้ล่ะก็เธอจบแน่!”

ออสการ์ : “ชั้นจะไม่ยอมยกโทษให้มัน! เมื่อชั้นนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาทีไร ก็ทำให้เลือดในตัวชั้นเดือดขึ้นมาทุกที”

 

ภาย ในโถงทางเดินของพระราชวังแวร์ซายส์ที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูงรวมถึงออสการ์และ อังเดรก็อยู่ที่นั่นด้วย มีมาดามท่านหนึ่งเดินนำขบวนของหญิงสาวซึ่งถือกล่องใส่ของเรียงเป็นตั้งสูง หลายสิบกล่อง เดินมายังทางเดินตรงไปที่ห้องของพระนางอังตัวเน็ต ออสการ์จึงถามอังเดรด้วยความสงสัยว่าพวกเค้าเป็นใครและในกล่องพวกนั้นมีอะไร กันแน่

ออสการ์ : “นั่นอะไรน่ะ?”

อังเดร : “เธอไม่รู้หรอ?”

ออสการ์ : “อืม”

อังเดร : “คน พวกนั้นมาจาก โรส เบอร์ติน ร้านตัดเสื้อในปารีส พวกเค้าเริ่มเข้ามาในวังเมื่อไม่นานมานี้และพระราชินีอังตัวเน็ตก็ทรงโปรด มากเลยล่ะ”

ออสการ์ : “มีเสื้อผ้าอยู่ในกล่องพวกนั้นหรอ?”

อังเดร : “คง จะใช่ มิน่าล่ะ สองเดือนมานี้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังถึงได้บ่นเรื่องค่าใช้จ่ายของร้านเบอร์ ตินว่ามันสูงอย่างไม่น่าเชื่อ เธอคิดว่าพระราชินีอังตัวเน็ตใช้จ่ายมากไปรึเปล่า ออสการ์?” ออสการ์ไม่ได้ตอบอะไร

มาดาม เบอร์ตินและลูกน้องได้ขนเสื้อผ้ามากมายมาให้พระราชินิอังตัวเน็ตและสตรีชั้น สูงอีกสองคนได้เลือกชม ภายในห้องของพระนางเต็มไปด้วยเสื้อผ้า

มาดามเบอร์ติน : “ฝ่า บาททอดพระเนตรดีไซน์พวกนี้สิเพคะ” มาดามเบอร์ตินหยิบชุดราตรีสีส้มที่สวมอยู่ในหุ่นมานำเสนอให้พระราชินีและ สตรีชั้นสูงที่อยู่ภายในห้องได้ชม

อังตัวเน็ต : “ว้าว”

สตรีชั้นสูง : “ถ้าฝ่าบาทสวมชุดนี้แล้วล่ะก็ จะต้องมีผู้ชายไม่ต่ำกว่า 50 คนตะลึงจนเป็นลมล้มฟุบในงานเลี้ยงเต้นรำตอนค่ำนี้แน่ๆเลยเพคะ!” แล้วลูกน้องขอมาดามเบอร์ตินก็หยิบชุดราตรีที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีเขียว ตัดกับริบบิ้นสีม่วงและสีดำออกมานำเสนอ

มาดามเบอร์ติน : “และชุดนี้ เรียกว่า‘ความลึกลับ’ เพคะ” ลูกน้องของมาดามเบอร์ตินนำชุดมาทาบลงบนตัวของพระนางอังตัวเน็ต

สตรีชั้นสูง : “โห สวยจังเลย! มันเหมาะกับฝ่าบาทเป็นที่สุดเพคะ!”

อังตัวเน็ต : “แต่ชั้นมีชุดพระราชพิธี 18 ชุดแล้วนะ เมื่อเดือนที่แล้วชั้นก็พึ่งตัดชุดราตรีไป 38 ชุด”

มาดามเบอร์ติน : “ทรงตรัสอะไรอย่างนั้นเพคะ! พระราชินีจะต้องเป็นผู้นำแฟชั่นอยู่เสมอสิเพคะและฝ่าบาทจะต้องเป็นแบบอย่างของสังคมชั้นสูง”

สตรีชั้นสูง : “จริงด้วย! ถูกต้องแล้วเพคะฝ่าบาท”

อังตัวเน็ต : “ก็ใช่นะ แต่ชั้นคิดว่าชุดนี้น่าจะใช้ผ้าไหมสีน้ำตาลจะดูเหมาะกว่าสีนี้นะ ท่านคิดว่ายังไง?”

มาดามเบอร์ติน : “ตามที่พระราชินีต้องการเพคะ พระองค์นี่รสนิยมดีจริงๆเลยเพคะ”

สตรีชั้นสูง : “สวยจังเลย! ชั้นก็อยากได้บ้าง!”

ระหว่างนั้นเอง ออสการ์กับอังเดรก็ได้เข้ามาในห้องของพระนางอังตัวเน็ต

ออสการ์ : “ฝ่าบาทพะยะค่ะ!”

อังตัวเน็ต : “โอ้ ยินดีที่ได้พบเธอนะออสการ์! ชั้นรอเธอทุกวันเลย เธอหายหน้าหายตาไปนานเลยนะ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ออสการ์?”

ออสการ์ : “เปล่า พะยะค่ะ”

พระนางอังตัวเน็ตหยิบผ้าไหมสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาให้อังเดรดู

อังตัวเน็ต : “นี่อังเดรเธอคิดว่าสีนี้เป็นยังไงบ้าง? สีน้ำตาลแบบนี้สวยใช่มั้ย?”

อังเดร : “เออ...คือ หม่อมชั้นคิดว่าสีของมันเหมือนตัวหมัดนะ พะยะค่ะ" อังเดรซึ่งตอบไปตามที่เค้าคิด ในตอนแรกนั้นก็ทำให้สตรีชั้นสูงและมาดามเบอร์ตินรู้สึกไม่พอใจ

สตรีชั้นสูง : “สีของตัวหมัดหรอ? เธอกล้าดียังไง?” แต่แล้วมาดามเบอร์ตินก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

มาดามเบอร์ติน : “สีของหมัดหรอ? สีหมัด? อัจฉริยะมาก! ชั้นจะเอาชื่อนี้แหละ!” มาดามเบอร์ตินเห็นด้วยกับอังเดร

อังตัวเน็ต : “ถ้าลองแยกเป็นสีท้องหมัด สีขาหมัดดูล่ะ ท่านคิดว่ายังไง?”

มาดามเบอร์ติน : “เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมเพคะฝ่าบาท! ชั้นตัดสินใจแล้ว สีแฟชั่นประจำปีนี้ คือ สีหมัด”

สตรีชั้นสูง : “ตัดชุดสีท้องหมัดให้ชั้นบ้างนะ ชุดชั้นในสีหมัดด้วย! สีหมัด! สีหมัด!”

 

หลัง จากที่ออสการ์และอังเดรเข้าเฝ้าพระนางอังตัวเน็ตเสร็จ พวกเค้าก็เดินมานั่งพักบริเวณน้ำพุภายในวัง อังเดรเองรู้สึกไม่ชอบใจในพฤติกรรมของพระนางอังตัวเน็ต เค้าจึงบ่นให้ออสการ์ฟัง

อังเดร : “บ้าที่สุด! สีหมัดบ้าบออะไรกัน!”

ออสการ์ : “ไม่รู้สิแต่ฟังแล้วดูคันๆยังไงไม่รู้” ออสการ์ตอบแบบขำๆ

อังเดร : “ตอน นี้พระองค์กลายเป็นราชินีแล้ว พระองค์มีหน้าที่มากมายนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองที่ต้องทำ แต่ทุกวันนี้พระองค์แสวงหาแต่สิ่งที่พระองค์ปรารถนา! ก่อน หน้านี้เธอก็เคยพูดไม่ใช่หรอว่า เงินทั้งหมดที่ฝ่าบาทใช้จ่ายนั้นมาจากภาษีของประชาชน แต่พระองค์กลับใช้มันไปกับงานเลี้ยงเต้นรำและก็เสื้อผ้า...สิ้นเปลืองจริงๆ!” ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ตัวเธอเองรู้สึกถึงพระทัยของพระนางอังตัวเน็ตดี ว่าพระนางต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหน

ออสการ์ : “ชั้น เคยพูด แต่ตอนนี้...ชั้นอยากจะให้พระนางได้ทำในสิ่งที่พระนางปรารถนาอีกซักหน่อย พระนางรู้สึกโดดเดี่ยว กุหลาบจะบานได้อย่างไรถ้าขาดแสงอาทิตย์? เมื่อไม่มีดาวหรือพระจันทร์แล้ว กะลาสีเรือจะหาแผ่นดินเจอได้อย่างไรกัน?”

อังเดร : “เธอหมายถึง ฮานส์ แอ็คเซล วอน แฟร์ซองใช่มั้ย?”

ออสการ์ : “พระ นางพยายามที่จะลืมความโดดเดี่ยว...ด้วยการแต่งตัวและซึมซับในการชมละคร ชั้นอยากจะให้เธอเข้าใจด้วย เราไปกันเถอะ ชั้นอยากจะไปดูการเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้”

 

ณ พระราชวังในประเทศออสเตรีย เสนาบดีได้นำภาพวาดที่พระนางอังตัวเน็ตได้ส่งมาให้พระมารดาของเธอ จักรพรรดินี มาเรีย เทเรซ่า มาถวาย ภาพวาดนั้นเป็นภาพของพระนางอังตัวเน็ตแต่งกายด้วยชุดราตรีสีสันฉูดฉาด บนศีรษะประดับด้วยขนนกช่อใหญ่ ดูสวยงาม แต่พระนางมาเรีย เทเรซ่า ไม่คิดเช่นนั้น เมื่อเธอได้เห็นภาพวาดนั้น ก็รู้สึกไม่พอพระทัยเป็นอย่างมาก

เทเรซ่า : “อะไรเนี่ย...ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นแบบนี้!”

เสนาบดี : “พระองค์ทรงมีพระศิริโฉมงดงามมากขึ้นนะพะยะค่ะ”

เทเรซ่า : “นี่มันไม่สวย! นี่มันไม่ใช่ภาพวาดของราชินิแห่งฝรั่งเศส แต่มันเป็นภาพของนักแสดงหญิงที่แต่งตัวฉูดฉาดต่างหาก!”

เสนาบดี : “แต่...”

เทเรซ่า : “ชั้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกสาวของชั้นจะแต่งตัวโง่ๆและฟุ่มเฟือยขนาดนี้ ส่งรูปกลับไปฝรั่งเศสเดี๋ยวนี้” พระนางเทเรซ่า รู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างมากที่พระธิดาของเธอที่เป็นถึงราชินีของฝรั่งเศส แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ของราชินีที่ดีเลย แต่พระนางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากสวดอ้อนวอนต่อพระแม่มารี “พระแม่มารี...ความหลงใหลในเพชรนิลจินดาและการแต่งตัว เธอรู้มั้ยว่าเธอได้ใช้เงินภาษีของประชาชนไปเท่าไหร่แล้ว? พระแม่มารี ได้โปรดคุ้มครองเธอด้วย”

 

ทาง ด้านของพระนางมารีอังตัวเน็ตนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นถึงราชินี มีชีวิตที่หรูหราและสุขสบาย แต่ในพระทัยของพระองค์รู้สึกโดดเดี่ยวและไม่ได้มีความสุขเลยซักนิดตั้งแต่ แฟร์ซองได้จากไป พระนางสวมชุดราตรีสีหมัดยืนอยู่หน้ากระจกและพูดกับตัวเองว่า

อังตัวเน็ต : “เธอดูมีความสุขดีนะ มารี อังตัวเน็ต เธอสวยขึ้น นางฟ้าแห่งแวร์ซายส์ ราชินิแห่งร็อคโกโก กุหลาบแห่งแวร์ซายส์! ทุกคนต่างหลงใหลในตัวชั้นแต่...ทำไมชั้นยังรู้สึกว่าชั้นขาดอะไรไป? แม่คะ บอกลูกหน่อยความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร?”

 

ณ ห้องอาหารภายในพระราชวังแวร์ซาย กำลังมีงานเลี้ยงอาหารของเหล่าราชนิกูลอยู่ โดยมีออสการ์ ยืนรักษาการในฐานะของทหารรักษาพระองค์ระหว่างรับประทานอาหารและดื่มไวน์ ก็ได้มีการพูดคุยกันตามปรกติ

เค้าท์โอเลียน : “มันคือไวน์ Chateau Iquemo ปี 1692 รสชาติเยี่ยมมาก”

ท่านป้าอเดลเลต : “ปี 91 เป็นปีที่โหดร้ายมาก คงเป็นเพราะฝนตกมากเกินไป”

เค้าท์เจอร์เมน : “และในปี 80 เจ้าของคฤหาสน์บอโดก็หมดอำนาจลง เค้าจึงใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างเกษตรกร”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “แล้วมันมีผลกับรสชาติของไวน์ด้วยหรอ?”

เค้าท์เจอร์เมน : “มีแน่นอน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี จะต้องแลกด้วยชีวิตของชาวนา ถ้าพวกเค้าขี้เกียจละก็ พวกเราก็จะไม่ได้กินอาหารดีดีแบบนี้หรอก 555”

ในระหว่างนั้นพระนางอังตัวเน็ตก็ได้พูดขัดขึ้นมาว่า

อังตัวเน็ต : “ชั้นคิดว่าจะยกเลิกการประชุมในตอนเช้าพวกท่านคิดว่ายังไง?” พระนางอังตัวเน็ตหันไปถามความเห็นของเหล่าราชนิกูล ดยุคโอเลียนถึงแม้ว่าจะรู้ดี ว่านี่คือหน้าที่ที่พระราชาและพระราชินีควรจะทำ แต่เค้าก็ยังเห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะเค้าไม่ต้องการให้พระราชาและพระราชินีนั้นกลายเป็นที่รักของประชาชน เค้าจึงแกล้งทำเป็นเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้

เค้าท์โอเลียน : “ดีพะยะค่ะ พวกเราจะได้ตื่นสายๆ” และด้วยความที่พระราชายังทรงพระเยาว์จึงเห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นกัน

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “ถ้าไม่มีการประชุมในวันอังคาร พวกเราก็จะได้ออกไปล่าสัตว์กันแต่เช้า”

อังตัวเน็ต : “ดยุคเจอร์เมนแล้วท่านล่ะ?”

เค้าท์เจอร์เมน : “ดี พะยะค่ะ เป็นความคิดที่ดี มันไม่จำเป็นสำหรับพระราชินีของฝรั่งเศสที่จะต้องให้พวกชาวนาเข้าเฝ้า รีบๆยกเลิกไปซะก็ดี” ในขณะที่ทุกคนกำลังเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้กันอยู่นั้น ออสการ์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องพูดขัดขึ้นมา

ออสการ์ : “แต่...” เค้าเจอร์เมนซึ่งเป็นพวกเดียวกับเค้าท์โอเลียนเห็นว่าออสการ์กำลังจะทำให้แผนของพวกเค้าเสีย จึงพูดขัดขึ้นมา

เค้าท์เจอร์เมน : “โอ้ นี่พวกเค้าไม่ได้สอนมารยาทให้กับทหารรักษาพระองค์หรอ เป็นแค่ทหารจะมาพูดแทรกระหว่างการสนทนาของเชื้อพระวงศ์ได้ยังไงกัน!”

อังตัวเน็ต : “ไม่เป็นไรหรอก ออสการ์เป็นเพื่อนของชั้น พูดมาเลย ออสการ์”

ออสการ์ : “การประชุมนอกจากจะเพื่อชนชั้นสูงแล้วการประชุมกับประชาชนทั่วไปนั้น เป็นหน้าที่ของพระราชาและพระราชินีพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “หน้าที่หรอ?”

ออสการ์ : “ถ้า พระองค์ได้พูดคุยกับประชาชนซึ่งเดินทางมาจากที่ห่างไกล พระองค์ก็จะรักและเข้าใจพวกเค้ามากขึ้น นอกจากนี้ฝ่าบาทจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆภายนอกวังและเรียนรู้เกี่ยวกับราษฎร ของพระองค์ด้วยพะยะค่ะดังนั้น...” เมื่อพระนางอังตัวเน็ตได้ฟังเหตุผลของออสการ์แล้วก็เปลี่ยนพระทัยทันที

อังตัวเน็ต : “อ๋อ ชั้นเข้าใจแล้ว”

ออสการ์ : “ได้โปรด หม่อมชั้นขอร้องว่าอย่าตัดความสัมพันธ์ของฝ่าบาทกับประชาชนของฝ่าบาทเลยพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ชั้นจะทำตามที่เธอบอกนะออสการ์”

ออสการ์ : “ขอบพระทัยพะยะค่ะ ฝ่าบาท”

ทั้งดยุคโอเลียน และ ดยุคเจอร์เมนที่ไม่ชอบออสการ์อยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นที่ออสการ์ทำให้เค้าเสียโอกาสไป

ในห้องโถงภายในพระราชวังแวร์ซายส์ ดยุคเจอร์เมนได้นำปืนกระบอกใหม่ของเค้าออกมาโชว์ให้กับเหล่าสตรีชนชั้นสูงได้ชมกัน

สตรีชั้นสูง : “โอ้ว สวยจังเลย”

เค้าท์เจอร์เมน : “ปืนกระบอกนี้เป็นรุ่นล่าสุดเรียกว่า ‘Corel Style’ มันเบาและมีความแม่นยำสูงมาก”

สตรีชั้นสูง : “ชั้นได้ยินมาว่าท่านยิงปืนแม่นมากดยุคเจอร์เมน”

เค้าท์เจอร์เมน : “ถ้าท่านอยากดูล่ะก็ ชั้นสามารถยิงถูกตรงกลางเป้าที่อยู่ห่างออกไป 300 ฟุตได้”

สตรีชั้นสูง : “โอ้ว เยี่ยมเลย!” ระหว่างนั้นออสการ์เดินผ่านมาพอดี เค้าเจอร์เมนเห็นออสการ์ จึงได้พูดจาเสียดสี

เค้าท์เจอร์เมน : “ชั้นมั่นใจในฝีมือการยิงปืนของชั้น! ไม่ เหมือนกับลูกนกบางตัว ที่เอาแต่พูดฉอดๆ เหมือนว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แล้วอย่างนั้นแหละ เธออาจจะเป็นลูกของนายพล แต่ผู้หญิงจะเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดได้หรอ? ไร้สาระสิ้นดี!” ออสการ์รู้ว่าคนที่ดยุคเจอร์เมนพูดถึงนั้นหมายถึงเธอเอง ออสการ์จึงเดินไปเผชิญหน้ากับดยุคเจอร์เมนที่โต๊ะ และพูดสวนกลับไปว่า

ออสการ์ : “แล้วท่านล่ะ ผู้ชายที่ยิงเด็กไร้เดียงสาจากข้างหลัง...ผู้ชายคนนั้นสมควรเป็นดยุคหรอ?! ไร้สาระสิ้นดี!” ดยุคเจอร์เมนได้ยินดังนั้นก็โกรธมากเค้าลุกขึ้น แล้วเอามือทุบโต๊ะอย่างแรง

เค้าท์เจอร์เมน : “ก็เด็กคนนั้นมันขโมยเงินของชั้น! ลงโทษขโมยมันผิดตรงไหน? คนจนพยายามหาโอกาสที่จะขโมยของของพวกเราอยู่แล้ว! นั่นเป็นแค่ตัวอย่างนะ”

ออสการ์ : “ถ้าเด็กตัวเล็กๆต้องขโมยเพราะความหิว พวกเราก็มีสิทธิที่จะติดสินงั้นหรอ? หรือท่านคิดว่าท่านเป็นพระเจ้าฮะดยุค?” ดยุคเจอร์เมนถูกออสการ์ฉีกหน้าต่อหน้าขุนนางก็รู้สึกโมโหมากขึ้น

เค้าท์เจอร์เมน : “แกดูถูกชั้น แกคิดว่าชั้นเป็นใครฮะ? ชั้นคือ ดยุค เฮนรี่ ซัลวาดอร์ เดอ เจอร์เมน! อวดดีนัก!”

ออสการ์ : “ท่านต่างหากที่อวดดี! ถ้าเป็นดยุคแล้วจะสามารถทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรอ? ท่านเป็นชนชั้นสูงจริงๆรึป่าว?” ดยุคเจอร์เมนได้ยินดังนั้นก็โมโหสุดขีด เค้าใช้ถุงมือตบหน้าออสการ์อย่างแรงต่อหน้าคนทั้งห้องโถงที่ตกตะลึงกับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งนั่นหมายถึง การขอท้าดวลนั่นเอง ออสการ์หยิบถุงมือขึ้นมา เพื่อเป็นการรับคำท้า

ออสการ์ : “ชั้น ออสการ์ ฟรังซัวส์ ขอรับคำท้าของท่าน”

เค้าท์เจอร์เมน : “ผู้ช่วยของชั้นจะแจ้งเวลาและสถานที่ให้ทราบ เธอเลือกอาวุธมาสิ?”

ออสการ์ : “ท่านชอบปืนนี่ ปืนก็ได้”

เค้าท์เจอร์เมน : “อย่ากลับคำก็แล้วกัน เจ้าเด็กเมื่อวานซืน”

ออสการ์ : “ตั้งแต่ชั้นเกิดมาชั้นไม่เคยผิดคำสัญญา”

เค้าท์เจอร์เมน : “อวดเก่งดีนัก! ชั้นจะทำให้หน้าสวยๆของเธอต้องเป็นรู!”

 

หลัง จากที่ออสการ์ได้รับคำท้าของดยุคเจอร์เมนแล้ว เธอก็ซุ่มซ้อมยิงปืนอยู่ที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ ถึงแม้ว่าฝีมือการยิงปืนของเธอจะยอดเยี่ยมมากก็ตาม วันนี้ออสการ์ก็ยังคงซ้อมยิ่งปืนอยู่ภายในบ้าน โดยมีกัปตันเจโลเดล อังเดรและนายพลจาร์เจเยส คอยดูการซ้อมอยู่ ออสการ์ยิงไพ่ที่ติดอยู่บนเป้าได้อย่างแม่นยำโดยไม่มีพลาดแม้แต่นัดเดียว

นายพลจาร์เจเยส : “ดีมาก! ออสการ์”

อังเดร : “ทำไมท่านไม่ห้ามเธอล่ะครับนายท่าน?”

นายพลจาร์เจเยส : “ไม่ ต้องห่วงหรอก เธอได้รับการฝึกฝนการยิงปืนมาอย่างดีพอๆกับการฟันดาบนั่นแหละ ฉันไม่ได้ให้เธอมาเป็นทายาทของชั้น แค่ให้เธอมาตายหรอกนะ”

เจโลเดล : “ตามธรรมเนียมแล้วผู้ที่รับคำท้าจะสามารถเลือกอาวุธได้ แต่ทำไมหัวหน้าถึงเลือกปืนล่ะครับ?”

อังเดร : “นี่แหละออสการ์ เธอชอบท้าทายความสามารถของตัวเองเสมอ! ถ้าใช้ดาบเธอจะสามารถเอาชนะได้อย่างง่ายดาย”

เจโลเดล : “แต่ดยุคเจอร์เมนได้ที่ 2 ในการแข่งขันยิงปืนเมื่อปีที่แล้วที่กรุงโรมนะครับ”

นายพลจาร์เจเยส : “งั้นหรอ? ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก”

เจโลเดล : “แต่การดวลกันนั้นยิงได้แค่นัดเดียว ถ้าเธอพลาด...” เจโลเดลบอกกับนายพลด้วยความเป็นห่วง อังเดรก็เช่นกัน

อังเดร : “ดยุคเจอร์เมนเป็นคนขี้ขลาดตาขาว ท่านไม่รู้หรอกว่าเค้าจะใช้ลูกเล่นอะไรรึป่าว”

นายพลจาร์เจเยส : “เพื่อป้องกันการโกง จะมีผู้สังเกตการณ์คอยดูอยู่ ไม่ต้องห่วง! ไม่ต้องห่วง!”   นายพลจาร์เจเยสพ่อของออสการ์ไม่ได้ห้ามออสการ์เลยแม้แต่น้อย แต่กลับสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะเค้ามั่นใจในฝีมือการยิงปืนของออสการ์ที่เค้าเพียรสอนมาตั้งแต่ออสการ์ ยังเด็ก

 

ทาง ด้านของดยุคเจอร์เมนนั้น เค้ามั่นใจในฝีมือการยิงปืนของตัวเองมากจึงไม่ได้รู้สึกหวั่นวิตกอะไร เค้าได้มานั่งดื่มไวน์อยู่กับดยุคโอเลียน

เค้าท์เจอร์เมน : “555 การดวลปืนกับยัยเด็กเมื่อวานซืนนั่น มันก็ง่ายเหมือนกับแย่งขนมจากเด็กทารกนั่นแหละ คงไม่มีอะไรหรอกมั้งท่านโอเลียน! มีอะไรหรอท่าน?”

เค้าท์โอเลียน : “แต่การดวลกันใช้กระสุนเพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น”

เค้าท์เจอร์เมน : “นัดเดียว...” ดยุคเจอร์เมนได้ฟังคำเตือนของดยุคโอเลียนก็รู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมา

เค้าท์โอเลียน : “ถึง แม้ว่าจะมีโอกาสแค่หนึ่งในล้าน แต่ถ้าท่านพลาด ท่านก็อาจจะตายได้ แต่ยังพอมีทางที่จะทำให้มั่นใจได้ว่าท่านจะชนะแน่นอน แม้ว่าท่านอาจจะไม่จำเป็นต้องใช้มันก็ตาม” ดยุคโอเลียนพยายามเสนอแผนชั่วให้ดยุคเจอร์เมน

เค้าท์เจอร์เมน : “ยังไงหรอท่าน?”

เค้าท์โอเลียน : “ถ้าชั้นบอกท่านแล้วชั้นจะได้อะไรตอบแทนมั้ยล่ะ?”

เค้าท์เจอร์เมน : “น..แน่นอนทำยังไงล่ะ?”

เค้าท์โอเลียน : “ไปดวลกันที่หลังมหาวิหารชาร์ท”

เค้าท์เจอร์เมน : “แล้วไงต่อ?”

เค้าท์โอเลียน : “ชั้น รู้จักที่นั่นดีเพราะชั้นไปเดินเล่นที่นั่นทุกเช้า เส้นทางที่ขนาบด้วยป่าด้านหลังวิหารชาร์ทนั้นมุ่งตรงจากทิศตะวันตกไปทิศ ตะวันออก ในฤดูนี้พระอาทิตย์จะขึ้นจากที่นั่น สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ชั้นจำได้ว่า กระจกเงาของหน้าต่างบานหนึ่งมันเอียงมานานแล้ว ดังนั้นเมื่อพระอาทิตย์ขึ้นแสงของดวงอาทิตย์จะสะท้อนกับกระจกและฉายลงบนพื้น ในจุดเดิมทุกครั้ง จะเกิดอะไรขึ้นถ้าลำแสงสะท้อนไปโดนตาของออสการ์ตอนที่กำลังจะเตรียมยิง? ในฐานะที่ชั้นเป็นผู้สังเกตการณ์ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าชั้นเป็นคนเลือกตำแหน่งและเป็นคนเริ่มการดวล? ออสการ์ก็มีโอกาสที่จะชนะน้อยมาก!” ดยุคโอเลียนเล่าแผนชั่วร้ายให้เจอร์เมนฟัง

เค้าท์เจอร์เมน : “อ๋อ เข้าใจแล้วขอบคุณท่านมาก!”

 

ใน คืนก่อนที่จะถึงวันดวลกัน ในใจของออสการ์รู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย ออสการ์กำลังนอนครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่ในสวนหลังบ้านคนเดียว จากนั้นอังเดรก็เดินเข้ามา

อังเดร : “นอนไม่หลับหรอ?”

ออสการ์ : “ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”

อังเดร : “อย่ากังวลไปเลย เธอต้องชนะแน่” อังเดรนั่งลงข้างๆออสการ์ และพยายามพูดให้ออสการ์หายกังวล

ออสการ์ : “ชั้นไม่ได้กังวล” ออสการ์พยายามปิดบังความกังวลของตัวเองเอาไว้

อังเดร : “แล้วทำไมไม่ไปนอนล่ะ? เธอจำได้มั้ยออสการ์? ตอนที่เธอเจ็ดขวบ เราฝังสมบัติของเราไว้ใต้ต้นโอ๊คนั่น” อังเดรชี้ไปที่ต้นโอ๊คใหญ่ที่อยู่ห่างออกไป

ออสการ์ : “ชั้นจำไม่ได้หรอก” ออสการ์แกล้งลืม

อังเดร : “หัวลูกปืนลูกใหญ่กับมีดสีแดงไง เธอคิดว่ามันยังอยู่ตรงนั้นมั้ย?”

ออสการ์ : “ไม่รู้สิ...”

อังเดร : “พรุ่งนี้เช้าเราออกทางประตูด้านหลังกันนะ ถ้ายายรู้เรื่องเข้าล่ะก็ ต้องเป็นเรื่องแน่”

ออสการ์ : “เจโลเดลจะไปเป็นผู้ช่วยชั้น เธอไม่ต้องไปหรอก”

อังเดร : “ชั้น จะคอยดูอยู่ห่างๆ ไปนอนเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย ชั้นเดาว่าเธอคงอยากอยู่คนเดียว งั้นชั้นไปนอนแล้วนะ” อังเดรลุกเดินออกไป แต่ก็ต้องหยุดชะงักเพราะเสียงเรียกของออสการ์

ออสการ์ : “อังเดร”

อังเดร : “มีอะไร? เธอกลัวหรอ?” ออสการ์ลุกขึ้นนั่งและเอามือลูบหน้าผากของตัวเองและเริ่มเผยความในใจให้อังเดรฟัง

ออสการ์ : “ชั้น ไม่ได้กลัว ไม่สิ ชั้นคิดว่าชั้นกลัว แต่ชั้นไม่ได้กลัวเค้าหรอกนะ ชั้นกลัวที่การดวลกันมันเกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย เค้าท์เจอร์เมนเป็นคนใจแคบเค้าเปรียบคนที่ด้วยกว่าเช่นชาวนาเป็นเหมือนกับ กิ้งกือไส้เดือน ถ้าเค้ายังทำแบบนี้เค้าจะทำให้ชนชั้นสูงรวมถึงราชนิกูลจะต้องเสื่อมเสีย แต่ชีวิตก็คือชีวิต แม้ว่าเค้าจะเป็นคนชั่วช้า แต่ชั้นก็ยังกลัวที่จะต้องฆ่าเค้า อังเดร ถ้าชั้นตาย เธอช่วยเก็บรักษาสมบัติของเราที่ฝังอยู่ใต้ต้นโอ๊คไว้ด้วยนะ หัวกระสุน มีดสีแดง และตุ๊กตาหมี  ชั้นจะไปนอนแล้ว ราตรีสวัสดิ์” แล้วออสการ์ก็เดินกลับเข้าไปในบ้าน อังเดรได้ยินออสการ์พูดจาสั่งเสียแบบนี้ เค้าเองก็รู้สึกสะเทือนใจเช่นกัน จริงๆแล้วออสการ์ยังคงจำเรื่องราวในอดีตของพวกเค้าได้เป็นอย่างดี

 

ใน เช้ามืดของวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันที่ออสการ์และดยุคเจอร์เมนนัดหมายที่จะมา ดวลปืนกัน ออสการ์กับเจโลเดลก็ไปพบกับดยุคโอเลียนและดยุคเจอร์เมนยังจุดนัดหมายหลังมหา วิหารชาร์ท โดยมีอังเดรคอยดูอยู่ห่างๆ

เค้าท์โอเลียน : “พวกเราจะทำการดวลกันตามธรรมเนียมของอัศวินที่มีเกียรติ” ดยุคโอเลียนเปิดกล่องที่บรรจุปืนสั้นสองกระบอกเพื่อให้ทั้งคู่ได้เลือก

เค้าท์โอเลียน : “ท่านทั้งสองจะต้องหันหลังให้กัน ชั้นจะนับ 1-10 เมื่อท่านเดินถึงก้าวที่ 10 ให้หันกลับมาและยิงได้”

 

ใน ขณะเดียวกันมาดามโนอิลได้นำข่าวการดวลกันของออสการ์และดยุคเจอร์เมนมากราบ ทูลกับพระราชินีอังตัวเน็ตในห้องบรรทมตอนเช้ามืดวันนั้น เมื่อพระราชินีอังตัวเน็ตทราบเรื่องก็ตกพระทัยและรู้สึกเป็นห่วงออสการ์เป็น อย่างมาก

อังตัวเน็ต : “ทำไมไม่บอกชั้นให้เร็วกว่านี้?”

มาดามโนอิล : “หม่อมชั้นพึ่งทราบเรื่องเมื่อคืนตอนดึกเพคะ”

อังตัวเน็ต : “ชั้นต้องไปหยุดพวกเค้า! ชั้นไม่อยากจะเชื่อเลยว่าออสการ์จะรับคำท้า!” พระนางอังตัวเน็ตรีบเดินทางด้วยรถม้าออกจากวัง เพื่อมายังจุดที่พวกเค้านัดดวลกัน ในขณะที่การดวลกันหลังมหาวิหารชาร์ทก็ยังคงดำเนินต่อไป

เค้าท์โอเลียน : “ใน ขณะนี้พวกเราจะทำการดวลระหว่างดยุค เฮนรี่ ซัลวาดอร์ เดอ เจอร์เมน...และผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ออสการ์ ฟรังซัวส์ เดอ จาร์เจเยสโดยมีพยานคือ หลุยส์ ฟิลลิป โจเซฟ เดอ โอเลียน และกัปตัน วิตเตอร์ คลีแมนด์ เดอ เจโลเดล เริ่มได้!” ออสการ์และดยุคเจอร์เมนถือปืนคนละกระบอกหันหลังให้กัน และก้าวเดินทีละก้าวตามการนับของดยุคโอเลียน “1...2…3…4…5…6”

 

พระนางอังตัวเน็ตสั่งให้เร่งรถม้า โดยเร็วที่สุด

อังตัวเน็ต : “เร็วอีก! โอ้พระเจ้า! ได้โปรดไปให้ทันเวลาด้วยเถอะ”

 

พระ อาทิตย์ใกล้จะขึ้นเต็มทีแล้ว ดยุคโอเลียนยังคงนับต่อไปเรื่อยๆ ในใจของออสการ์หวนคิดถึงเมื่อวัยเด็กที่เค้าได้ฟันดาบกับอังเดร และฝึกขี่ม้ากับนายพลจาร์เจเยสและคิดถึงตอนที่ได้รับใช้พระนางอังตัวเน็ต หรือนี่จะเป็นจุดจบของเธอจริงๆ

เค้าท์โอเลียน : “7…8…9” พระอาทิตย์เริ่มส่องแสงแล้ว แสงแดดส่องสะท้อนกับกระจกเงาของวิหารชาร์ท และฉายลงมาตรงจุดที่ออสการ์กำลังจะก้าวเดินไป เป็นไปตามที่ดยุคโอเลียนวางแผนไว้ แต่ในขณะเดียวกัน ออสการ์ก็สังเกตลำแสงนั้นเช่นกัน

ออสการ์ : “ลำแสงจากทางด้านหลังนั่นมันคืออะไรกัน? แสงสะท้อนจากวิหารนั่น? ถ้าหากว่าลำแสงส่องลงมาตรงนั้นแล้วล่ะก็ เมื่อชั้นหันหลังกลับไป ชั้นก็จะมองไม่เห็น แย่แล้ว!” ออสการ์คิด

เค้าท์เจอร์เมน : “ชั้นจะยิงกลางหน้าผากสวยๆของเธอ!”

เค้าท์โอเลียน : “10!” เมื่อดยุคโอเลียนนับถึง 10 ทั้ง ออสการ์และดยุคเจอร์เมนก็หันกลับมาเพื่อจะเตรียมยิง แสงแดดได้ส่องเข้าตาของออสการ์ตามที่ออสการ์คาดไว้ ดยุคเจอร์เมนเล็งปืนมาที่หน้าผากของออสการ์และยิง แต่ทุกอย่างก็ไม่เป็นไปตามที่ดยุคเจอร์เมนและดยุคโอเลียนวางแผนไว้ เพราะออสการ์รู้ว่าดยุคเจอร์เมนจะต้องยิงที่หน้าผากของเธอแน่นอน ออสการ์จึงยกปืนขึ้นมาบังหน้าผากไว้ กระสุนของดยุคเจอร์เมนกระทบเข้ากับปืนของออสการ์และกระเด้งออกไป ออสการ์ได้ทีจึงเล็งปืนกลับไปที่ดยุคเจอร์เมนทันที

ออสการ์ : “ชั้นจะยิงมือสกปรกของแก ที่แกยิงเด็กคนนั้น!” ออสการ์ยิงไปที่มือของดยุคเจอร์เมนจนปืนกระเด็นหลุดออกจากมือ เลือดสาดกระจาย อังเดรและเจโลเดลรีบวิ่งเข้ามาหาออสการ์

อังเดร : “เธอโอเคใช่มั้ย ออสการ์?”

เค้าท์เจอร์เมน : “มือของชั้น! มือของชั้น!” ดยุคเจอร์เมนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจนผู้ช่วยต้องรีบวิ่งเข้ามาทำแผลให้

ผู้ช่วยของเจอร์เมน : “ไม่เป็นไรหรอก ไม่ถึงตายหรอกน่า” ทันใดนั้นรถม้าของพระนางอังตัวเน็ตก็มาถึงพอดี

เค้าท์เจอร์เมน : “ออสการ์! เธอเล่นสกปรกใช่มั้ย? เธอต้องใช้ลูกเล่นอะไรบางอย่างแน่ๆ! เธอหยามชั้น ชั้นเป็นดยุคนะ!” พระนางอังตัวเน็ตลงมาจากรถม้าและเข้าไปต่อว่าทั้งออสการ์และดยุคเจอร์เมน

อังตัวเน็ต : “ออสการ์! เธอทำอะไรของเธอ? ชั้นขอสั่งกักบริเวณเธอ 1 เดือน! ดยุคเจอร์เมนมันน่าอับอายใช่มั้ยที่ขุนนางไม่รู้จักควบคุมตัวเอง!” แล้วพระนางก็เดินกลับขึ้นรถม้าไปทันที

อังเดรได้แต่แอบบ่นตามหลัง

อังเดร : “แย่จัง มันไม่ยุติธรรมเลย มันโหดเกินไป!”

 

ที่ พระนางอังตัวเน็ตต้องทำเช่นนี้ก็เพราะหวังดีกับออสการ์ นี่คือวิธีที่ดีที่สุดที่เธอจะทำได้ “ออสการ์ชั้นขอโทษนะ...แต่ชั้นไม่สามารถปล่อยให้เธอตกหลุมพลางของพวกเค้าได้ ”

จบตอนที่ 12