ปารีส กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ธงชาติฝรั่งเศสปลิวไสว ตามหน้าต่างของร้านค้าตกแต่งด้วยพระบรมฉายาลักษณ์ของพระราชาและพระราชินี ผู้คนดูเหมือนจะมีความหวัง เสียงแห่งความสุขของรัชสมัยใหม่ดังกึกก้องไปทั่วทุกแห่งหน ประชาชนมีความคาดหวังที่ดีต่อการปกครองของพระราชาองค์ใหม่

ภาย ในท้องพระโรงของพระราชวังแวร์ซายส์ เต็มไปด้วยขุนนางที่มาคอยเข้าเฝ้าพระราชินี พระราชินีอังตัวเน็ตนั่งอยู่บนบัลลังค์ โดยมีเค้าท์เมอซี่ยืนอยู่ทางด้านหลัง มีบารอนหลายสิบคนนั่งคุกเข้าต่อหน้าพระพักตร์

เสนาบดี : “ฝ่าบาท พวกเขาเหล่านี้คือบารอนพะยะค่ะ พวกเค้ามาทูลขอตำแหน่งเลขานุการวัง หม่อมชั้นจึงอยากกจะขอความเห็นจากฝ่าบาท...”

อังตัวเน็ต : “อืม ไม่ต้องห่วง ฝ่าบาทจะทรงฟังคำขอร้องของชั้นอยู่แล้วแหละ” เค้าท์เมอซี่ไม่เห็นด้วยกับพระนางอังตัวเน็ตจึงกระซิบกับพระนางว่า

เค้าท์เมอซี่ : “พระนางอังตัวเน็ต! ฝ่าบาทจะรับพวกเค้าง่ายๆ โดยไม่ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติหรือประสบการณ์อย่างนี้น่ะหรอพะยะค่ะ...?”

อังตัวเน็ต : “เค้าท์เมอร์ ซี่ท่านกังวลมากไปแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ ชั้นเป็นถึงราชินีของฝรั่งเศส ชั้นไม่ต้องการให้ใครมาสั่งสอนหรอกน่า!  เสนาบดีชั้นจะหยุดการเข้าเฝ้าของวันนี้ไว้แค่นี้ก่อน มาดามโนอิล! เราไปเล่นกันดีกว่า” แล้วพระนางก็ลุกเดินออกจากท้องพระโรงไปอย่างหน้าตาเฉย ปล่อยให้เค้าท์เมอร์ซี่กับมาดามโนอิลวิ่งไล่หลังพระนางไป “พระนางอังตัวเน็ต!”

อังตัวเน็ต : “วิเศษจังเลย วิเศษที่สุดเลย! ชั้นสามารถจะแต่งตั้งใครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้! ไม่มีใครจะมาสั่งชั้นได้อีกแล้ว ใช่สิ ชั้นคือราชินีของฝรั่งเศส! จากนี้ไปชั้นจะไปงานเต้นรำสวมหน้ากากทุกคืน ดูโอเปร่า ซื้อเครื่องประดับ ชั้นมีอิสระที่จะทำอะไรก็ได้! อิสระ...ชั้นเป็นอิสระแล้ว!” อังตัวเน็ตคิด

 

ที่ บ้านของออสการ์ออสการ์และอังเดรกำลังซ้อมดาบกันอยู่ที่สวนหลังบ้าน อังเดรพยายามต้อนออสการ์จนหลังชนต้นไม้ แต่ออสการ์ก็สามารถกระโดดตีลังกาออกมาด้านนอกได้ จนอังเดรยังต้องอึ้ง แต่อังเดรก็ยังบุกเข้าไปอีก แต่ในที่สุดออสการ์ก็ทำให้ดาบกระเด็นหลุดลอยออกจากมืออังเดรได้ ออสการ์ใช้ดาบของตัวเองปัดดาบของอังเดรไปหาเค้า อังเดรรับดาบเอาไว้ได้

ออสการ์ : “ฝีมือของเธอดีขึ้นไม่น้อยเลยนะอังเดร ถ้าใช้ดาบจริงคงน่ากลัวทีเดียว”

อังเดร : “ชั้นก็ยังไม่เหมาะที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเธออยู่ดีนั่นแหละ ชั้นไม่รวดเร็วเท่าเธอเลย

ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกของนายพลจาร์เจเยสดังมาจากระเบียงชั้นสองของบ้าน

นายพลจาร์เจเยส : “ออสการ์!”

ออสการ์ : “มีอะไรหรอ ท่านพ่อ?”

นายพลจาร์เจเยส : “ยินดีด้วยนะออสการ์! เธอได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทหารรักษาพระองค์แล้ว ตอนนี้ยศของเธอเทียบเท่านายพันแล้วนะ!” นายพลจาร์เจเยสบอกด้วยความภาคภูมิใจ

ออสการ์ : “ผู้บัญชาการทหารสูงสุดหรอ?” ออสการ์รู้สึกงงกับสิ่งที่ได้ยิน

นายพลจาร์เจเยส : “พระราชินีอังตัวเน็ต ทรงมีพระราชโองการแรกคือการเลื่อนตำแหน่งให้เธอ”

ออสการ์ : “พระนางมารี อังตัวเน็ต...”

 

ออสการ์ หลังจากที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดแล้ว จึงมาเข้าเฝ้าพระนางมารีอังตัวเน็ตที่ห้องของพระนาง ออสการ์คุกเข้าอยู่หน้าพระพักตร์

อังตัวเน็ต : “ในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทหารรักษาพระองค์ จากนี้ต่อไปเธอจะต้องอยู่เคียงข้างชั้นนะออสการ์”

ออสการ์ : “แน่นอนพะยะค่ะ ฝ่าบาท”

อังตัวเน็ต : “ชั้นจะขึ้นเงินเดือนและบำนาญให้เธอสองเท่าเลย” ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อย

ออสการ์ : “ฮะ? ขอบพระทัยพะยะค่ะ ฝ่าบาท แต่พระมหากรุณาธิคุณนี้มากเกินกว่าที่หม่อมชั้นจะรับได้” ออสการ์ปฏิเสธในความหวังดีของพระนาง พระนางอังตัวเน็ต เมื่อได้ยินดังนั้นก็ตกใจเล็กน้อยที่ออสการ์ไม่ยอมรับในความหวังดีของเธอ

ออสการ์ : “อย่าง ไรก็ตาม ฝ่าบาท ขณะนี้ฝรั่งเศสของเรายังไม่มีความมั่งคั่ง หม่อมชั้นจึงขอเงินเดือนเท่าเดิมพะยะค่ะ มิเช่นนั้น หม่อมชั้นคงจะรับตำแหน่งนี้ไว้ไม่ได้”

อังตัวเน็ต : “ออสการ์...”พระนางอังตัวเน็ตเมื่อได้ฟังเหตุผลของออสการ์แล้ว ก็ทำให้เธอยิ่งประทับใจในตัวออสการ์มากขึ้น

อังตัวเน็ต : “ดีมาก ออสการ์ เออ แต่เธอจะขออย่างอื่นก็ได้นะ เช่น ตำแหน่งสูงกว่านี้ ม้า หรือปราสาทก็ได้! ตอนนี้ชั้นสามารถที่จะทำสิ่งที่เธอปรารถนาให้เป็นจริงได้!” พระนางอังตัวเน็ตยังคงยื่นข้อเสนออื่นๆให้อีก

ออสการ์ : “พระนางอังตัวเน็ต! ความปรารถนาเดียวของหม่อมชั้นคือขอให้พระนางอังตัวเน็ตเป็นพระราชินีที่ดีพะยะค่ะ”

 

ในตอนค่ำของวันนั้นอังเดรและแนนนี่กำลังรอออสการ์เปลี่ยนเครื่องแบบของตำแหน่งใหม่อยู่ในห้องนอนของออสการ์

แนนนี่ : “คุณหนูยังไม่เสร็จอีกหรอเนี่ย?”

อังเดร : “อย่าใจร้อนสิ ผู้หญิงก็เปลี่ยนเสื้อผ้านานอย่างนี้แหละ” อังเดรพูดล้อเล่นกับแนนนี่

แนนนี่ : “ว่าไงนะ? เธอนี่อยากจะมีเรื่องรึไง!” อังเดรกับแนนนี่หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน แล้วออสการ์ก็เดินออกมาในชุดเครื่องแบบสีแดงตัดกับพู่และกางเกงสีขาว คาดด้วยสายสะพายสีม่วงอ่อน รองเท้าบูทสูงถึงใต้เข่าสีดำ จนแนนนี่และอังเดรต้องตกตะลึงในความสง่างามของออสการ์

แนนนี่ : “โอ้โห ท่านดูสง่างามมาก! เครื่องแบบของผู้บัญชาการทหารสูงสุดนี่เหมาะกับท่านมาก! แม้แต่ผู้หญิงอย่างชั้นยังต้องตกหลุมรักท่านเลยนะเนี่ย”

อังเดร : “มีคนมากวนใจออสการ์เพิ่มขึ้นอีกคนแล้วหรอเนี่ย” อังเดรแซวแนนนี่

แนนนี่ : “เฮ้! ไหนลองพูดใหม่อีกทีซิ”

อังเดร : “ขอโทษ ขอโทษ ก็ผมพูดเรื่องจริงนี่นา”

แนนนี่ : “เลวมาก!” แนนนี่ทำท่าจะตีอังเดร อังเดรจึงวิ่งมาหลบหลังออสการ์แล้วพวกเค้าก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทันใดนั้นก็มีเสียงคนเคาะประตู แล้วขุนนางจากในวังก็เปิดประตูเข้ามา

ขุนนาง : “ท่านออสการ์มีของขวัญมากมายจากในวัง ส่งมาแสดงความยินดีกับท่าน”

ออสการ์ : “ได้โปรด ปฏิเสธให้ด้วย ชั้นขอโทษจริงๆ ชั้นไม่สามารถรับมันไว้ได้”

อังเดรกับแนนนี่ : “ฮะ?!” อังเดรกับแนนนี่ตกใจที่ได้ยินออสการ์พูดแบบนั้น

ขุนนาง : “ครับเราจะทำตามที่ท่านบอก”

แนนนี่ : “ท่านออสการ์ น่าเสียดายจัง! ท่านปฏิเสธของขวัญจากพระนางอังตัวเน็ตเชียวนะ!”

ออสการ์ : “แนนนี่ นี่จะเป็นการดีกับพระนางอังตัวเน็ต”

แนนนี่ : “แต่...” ออสการ์เดินมาที่หน้าต่าง ฝนเริ่มตกลงมาอย่างหนัก แล้วออสการ์ก็อธิบายเหตุผลให้ฟัง

ออสการ์ : “พระ นางเปิดเผยความรู้สึกและแสดงออกถึงความมีน้ำใจต่อคนที่พระนางพอพระทัยมาก เกินไป แต่...แต่เงินทั้งหมดที่พระนางใช้จ่ายนั้นล้วนแล้วแต่มาจากภาษีของประชาชน ชั้นกลัวในความจริงใจของพระองค์จริงๆ ชั้นเป็นห่วงว่าคนที่จ่ายภาษีนั้นจะคิดอย่างไรกับพระนางอังตัวเน็ต!” ถึงแม้ว่าอังเดรจะเห็นด้วยกับออสการ์แต่ก็ยังพยายามพูดปลอบใจออสการ์ให้หายกังวล

อังเดร : “เหลวไหลน่า! เธอกังวลมากเกินไปแล้ว ผู้คนต่างปราบปลื้มในตัวพระนางอังตัวเน็ต!”

ออสการ์ : “ชั้นก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้น”

 

ที่ ห้องของพระนางอังตัวเน็ตพระนางกำลังนั่งเปิดไพ่อยู่คนเดียวบนโต๊ะ โดยมีเค้าท์เมอร์ซี่ และมาดามโนอิลอยู่ด้วย มาดามโนอิลได้แจ้งข่าวที่ออสการ์ปฏิเสธของขวัญของพระนางให้ทรงทราบ

อังตัวเน็ต : “ออสการ์ปฏิเสธของขวัญของชั้น...”

มาดามโนอิล : “เพคะ หม่อมชั้นขอภัยด้วย”

พระนางอังตัวเน็ตคิดน้อยใจอยู่บ้าง “ทำไมล่ะออสการ์ไม่ชอบของขวัญของชั้นอย่างนั้นหรอ?” ด้วยความรู้สึกเหงาในจิตใจทำให้พระนางคิดถึงแฟร์ซองขึ้นมา “แฟร์ซอง ตั้งแต่ชั้นเป็นราชินี เธอก็ไม่เคยมาเยี่ยมชั้นอีกเลย...”

อังตัวเน็ต : “มาดามโนอิล”

มาดามโนอิล : “เพคะ ฝ่าบาท”

อังตัวเน็ต : “เค้าท์แฟร์ซองจากสวีเดนคนนั้นไม่มาที่แวร์ซายส์เลยเนอะ”

มาดามโนอิล : “เค้าเป็นนักศึกษา กำลังศึกษาอยู่ในต่างประเทศ เค้าอาจจะยังยุ่งๆอยู่ก็ได้นะเพคะ”

อังตัวเน็ต : “อืม จริงด้วยสิ”

ท่านเสนาบดีเดินเข้ามาในห้องเพื่อตามพระนางอังตัวเน็ตไปเข้าประชุม

เสนาบดี : “พระนางอังตัวเน็ต การประชุมกำลังจะเริ่มขึ้นในห้องกระจกแล้วพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ท่าน เสนาบดีวันนี้ชั้นรู้สึกไม่ค่อยสบาย ได้โปรดยกเลิกการประชุมด้วย” พระนางอังตัวเน็ตที่ตอนนี้ไม่มีกำลังใจที่จะทำอะไร เธอจึงแกล้งป่วย เพื่อจะเลี่ยงการประชุม

เสนาบดี : “ทรงตรัสอะไรอย่างนั้นพระนางอังตัวเน็ต?” อังตัวเน็ตทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง แต่ท่านเค้าท์เมอร์ซี่ก็มาขวางไว้

เค้าท์เมอร์ซี่ : “ใช่ พะยะค่ะ ฝ่าบาท พระองค์ไม่ใช่องค์หญิงรัชทายาทแล้วนะพะยะค่ะ แต่พระองค์เป็นราชินีของฝรั่งเศส ฝ่าบาทจะทำตามอำเภอใจหรือเห็นแก่ประโยชน์ส่วนพระองค์ไม่ได้แล้วนะพะยะค่ะ การประชุมเป็นหน้าที่ของราชินี ยิ่งไปกว่านั้นพวกเค้ามาเพื่อสรรเสริญพระราชาและพระราชินีองค์ใหม่พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ก็ได้แต่ให้เข้าเฝ้าแค่ 10 คนเท่านั้นนะ” อังตัวเน็ตต่อรอง

เค้าท์เมอร์ซี่ : “แค่ 10 คน! ต..แต่มีคนมาขอเข้าเฝ้าถวายพระพรตั้ง 100 คนนะพะยะค่ะ”

ทันใดนั้นก็มีนางกำนันคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง

นางกำนัน : “ฝ่าบาทมีคนมาขอเข้าเฝ้าเป็นกรณีพิเศษเพคะ”

อังตัวเน็ต : “ไม่ล่ะวันนี้ชั้นไม่อยากพบใครทั้งนั้น ได้โปรดปฏิเสธด้วย”

นางกำนัน : “เพคะ หม่อมชั้นจะไปบอกท่านลอร์ดแฟร์ซองเพคะ” เมื่อพระนางอังตัวเน็ตได้ยินชื่อของแฟร์ซอง ในแววตาของเธอก็ลุกวาวด้วยความดีใจ

อังตัวเน็ต : “แฟร์ซองหรอ? แฟร์ซอง! ชั้นจะไปพบเค้าซักหน่อยเชิญเค้ามาที่ห้องรับแขกของชั้นเลย”

นางกำนัน : “เพคะ ฝ่าบาท”

 

ตอน นี้ภายในท้องพระโรงเต็มเป็นด้วยเหล่าขุนนางนับร้อยคนที่มารอเข้าเฝ้าพระ ราชินี แต่พระราชินีก็ยังไม่เสร็จมา ปล่อยให้เสนาบดีและมาดามโนอิลคอยรับหน้าแทน เหล่าขุนนางรออยู่นานมาก จึงเริ่มที่จะเกิดความไม่พอใจ

ขุนนาง : “เกิดอะไรขึ้นกับพระราชินี?” “นั่นสิ นี่เรารอมา 4 ชั่วโมงแล้วนะ ถ้ารอนานกว่านี้ของขวัญของเราจะเน่าแล้วนะ” “ให้พวกเราเข้าเฝ้าพระราชินีเดี๋ยวนี้นะ!” “ใช่ ชั้นด้วย”

เสนาบดี : “ถ้า พระองค์อาการดีขึ้น พระราชินีจะต้องเสด็จมาแน่นอน ได้โปรดรออีกหน่อยเถอะ” เสนาบดีไม่รู้จะทำเช่นไร จึงต้องโกหกไปว่าพระราชินีรู้สึกไม่ค่อยสบาย ทันใดนั้นดยุคเจอร์เมนก็เดินเข้ามาพร้อมกับแขกจากต่างประเทศ

เสนาบดี : “ดยุคเจอร์เมน”

เค้าท์เจอร์เมน : “ท่านเสนาบดี ชั้นพาแขกผู้มีเกียรติจากต่างประเทศมาเข้าเฝ้าพระราชินีอังตัวเน็ต ได้โปรดไปกราบทูลฝ่าบาทด้วย!”

เสนาบดี : “เออ...คือ ..กระผมพึ่งจะอธิบายไปว่า พระราชินีทรงป่วยกะทันหัน การประชุมจะเริ่มขึ้นช้าซักหน่อย” เสนาบดีแก้ตัว ขณะนั้น ออสการ์เดินเข้ามาในท้องพระโรงพอดีจึงได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เค้าท์เจอร์เมน : “เลิกแก้ตัวน้ำขุ่นๆได้แล้วไปกราบทูลฝ่าบาทเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวนี้! เข้าใจมั้ย!” เจอร์เมนตะคอก

เสนาบดี : “แต่ตอนนี้พระราชินี...”

เค้าท์เจอร์เมน : “ท่านพูดอย่างนี้หมายความว่าท่านจะไม่ไปกราบทูลฝ่าบาทใช่มั้ย? รู้รึป่าวว่านี้เป็นคำสั่งของดยุคเจอร์เมนนะ?”

เสนาบดี : “เปล่านะท่าน กระผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น”

เค้าท์เจอร์เมน : “ถ้า อย่างนั้นก็ไปกราบทูลฝ่าบาทซะสิ นี่คือท่าน มาควิส แบรซ์ พระราชินีอังตัวเน็ตจะต้องรับผิดชอบ ถ้าเกิดความขัดแย้งทางการทูต...จากการปฏิเสธการเข้าเฝ้าในวันนี้”

เสนาบดี : “เออ...คือ...เออ..” ดยุคเจอร์เมนหันไปปลุกระดมทุกคนในห้องนั้น

เค้าท์เจอร์เมน : “ทุกคนฟังทางนี้ดูเหมือนว่าพระราชินีองค์ใหม่จะทรงอนุญาตให้ขุนนางสวีเดนคนนั้นเข้าเฝ้า แต่ปฏิเสธที่จะให้ขุนนางอย่างพวกเราเข้าเฝ้า! ดังนั้นท่านมาควิส แบรซ์ เรากลับกันเถอะ!” เค้าท์เจอร์เมนหันหลังเดินกลับออกมา แล้วก็ต้องเผชิญหน้ากับออสการ์ซึ่งยืนขวางอยู่ตรงกลางทางเดินพอดี

เค้าท์เจอร์เมน :“ออสการ์ หลบไปเดี๋ยวนี้!”

ออสการ์ : “ขออภัย ยังมีที่เหลือพอให้ท่านเดิน” ด้วยความที่ออสการ์ไม่ชอบดยุคเจอร์เมนอยู่แล้ว เธอจึงไม่ยอมหลบออกจากทางเดินง่ายๆ

เจอร์เมน : “ฮึ! อย่ามาทำใหญ่โตแถวนี้นะ หรือถือว่าเธอพึ่งได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทหารรักษาพระองค์!” เค้าท์เจอร์เมนผลักออสการ์ออกไปจากทางเดินอย่างแรง จนเกือบล้ม แต่ออสการ์ก็ไม่ได้สนใจการกระทำของดยุคเจอร์เมนเท่าไหร่นัก แต่กลับสนใจในสิ่งที่เจอร์เมนพูด

ออสการ์ : “ขุนนางจากสวีเดนที่เจอร์เมนพูดถึงคือ...แล้วพระนางอังตัวเน็ตก็ทิ้งการประชุมเพื่อไปพบแฟร์ซองงั้นหรอ? พระองค์ทำแบบนี้ได้อย่างไรกัน?” ออสการ์คิดกังวลอยู่ในใจ

ทางด้านของพระนางมารี อังตัวเน็ตที่ตอนนี้ดีใจเป็นอย่างมากที่ได้พบกับแฟร์ซอง เธอใช้เวลาอยู่กับแฟร์ซองนานมากโดยไม่สนใจคนอื่นๆเลย

อังตัวเน็ต : “โอ้ว รู้สึกสดชื่นจังเลย แฟร์ซอง แม้แต่สายลมยังดีใจที่ได้พบท่านเลย”

แฟร์ซอง : “พระ นางอังตัวเน็ต หม่อมชั้นคิดว่าหม่อมชั้นควรจะกลับได้แล้วพะยะค่ะ หม่อมชั้นคงไม่สามารถมาเยี่ยมพระองค์ได้อีกบ่อยๆ หม่อมชั้นรู้สึกแย่ที่ทำให้ฝ่าบาทต้องเสียเวลามากมายกับหม่อมชั้น”

อังตัวเน็ต : “พูดอะไรอย่างนั้นแฟร์ซอง? ได้คุยกับท่านแล้วจิตใจชั้นรู้สึกสงบลง ไม่ต้องเกรงใจหรอก มาได้ตามสบายเลย”

แฟร์ซอง : “แต่...” ทันใดนั้น มาดามโนอิลก็เดินเข้ามาขัดจังหวะการสนทนาพอดี

มาดามโนอิล : “พระนางอังตัวเน็ตได้เวลาชมคอนเสิร์ตแล้วเพคะ”

อังตัวเน็ต : “ได้โปรด ยกเลิกคอนเสิร์ตด้วย”

มาดามโนอิล : “พระนางอังตัวเน็ต!” มาดามโนอิลตกใจที่พระนางอังตัวเน็ตพูดแบบนี้

อังตัวเน็ต : “นี่แฟร์ซองเราไปเดินเล่นข้างนอกกันเถอะ?” อังตัวเน็ตปฏิเสธทุกอย่างโดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น

แฟร์ ซองได้ยินดังนั้นเค้าเองก็ไม่เห็นด้วยเช่นกันที่พระนางจะยกเลิกคอนเสิร์ต เค้าคิดว่า “พระนางจะยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ตไม่ได้ แต่น่าอนาถ! อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของพระนางอังตัวเน็ตแล้ว ชั้นหลงใหลในความงดงามของพระองค์จนไม่สามารถจะเอ่ยปากปฏิเสธได้เลย”

อังตัวเน็ต : “มีอะไรหรอแฟร์ซอง? ไปเดินเล่นกันมั้ย?”

แฟร์ซอง : “พะยะค่ะฝ่าบาท” แล้วแฟร์ซองเองก็ไม่สามารถจะปฏิเสธหัวใจของตัวเองได้

อังตัวเน็ต : “วันนี้เป็นวันเปิดน้ำพุใหญ่ มันสวยมากเลย” แล้วพระนางอังตัวเน็ตกับแฟร์ซองออกไปเดินเล่นกันสองคน

 

ระหว่าง ที่พระนางอังตัวเน็ตกับแฟร์ซองกำลังเดินเล่นกันอยู่ในสวน มาดามโนอิลกับเค้าท์เมอร์ซี่ก็ได้แต่ยืนดูห่างๆ อยู่ตรงระเบียงห้อง พอดีกับที่ออสการ์กำลังจะเดินมาที่ห้องของพระนางอังตัวเน็ต ออสการ์จึงบังเอิญได้ยินการสนทนาของมาดามโนอิลและเค้าท์เมอซี่

มาดามโนอิล : “ถ้า ท่านปล่อยให้พระนางทำตามอำเภอใจแบบนี้ละก็ อาจจะมีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นกับพระนางอังตัวเน็ตก็ได้ เธอปฏิเสธความสัมพันธ์กับครอบครัวของดยุคซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระ ราชวงศ์ ก่อนหน้านี้เธอก็ทำให้คอนเสิร์ตต้องเสียหายหลายครั้งแล้วด้วย”

เค้าท์เมอร์ซี่ : “ฮือ...” เค้าท์เมอร์ซี่ถอนหายใจเพราะไม่รู้จะทำเช่นไรเหมือนกัน

มาดามโนอิล : “เธอ ยังเด็กและเปิดใจให้คนที่ไม่มียศฐาบรรดาศักดิ์ได้ใกล้ชิดกับเธอมากเกินไป ดูนั่นสิ” มาดามโนอิลชี้ให้เค้าท์เมอร์ซี่ดูพระนางอังตัวเน็ตกับแฟร์ซองที่กำลังคุยกัน อย่างสนิทสนม

มาดามโนอิล : “โดยเฉพาะกับแฟร์ซอง พระนางแสดงท่าทางสนิทสนมมากกว่าปกติ”

เค้าท์เมอร์ซี่ : “555 ท่านคิดมากไปแล้ว เค้าท์เทสโนอิล”

มาดามโนอิล : “ไม่นะ เค้าท์เมอร์ซี่ นี่ชั้นซีเรียสนะ! ถ้าพระนางยังเป็นองค์หญิงรัชทายาทก็คงไม่เป็นไรแต่นี่มันต่างกัน เพราะพระองค์เป็นถึงราชินีนะ!”

เค้าท์เมอร์ซี่ : “อืม...”

 

หลัง จากที่ออสการ์ได้ยินการสนทนาของมาดามโนอิลกับเค้าท์เมอร์ซี่ในตอนนั้น ออสการ์ก็เห็นด้วยกับสิ่งที่มาดามโนอิลพูด ออสการ์ไม่สามารถจะนิ่งนอนใจได้ จึงต้องทำอะไรซักอย่าง ในเย็นวันนั้น ออสการ์กับอังเดรเดินทางไปที่บ้านของแฟร์ซอง ออสการ์เข้าไปพบแฟร์ซองเพียงคนเดียว โดยที่อังเดรรออยู่ในรถม้า ออสการ์เคาะประตูบ้านของแฟร์ซองจากนั้นก็มีคนสนิทของแฟร์ซองออกมาเปิดประตู ต้อนรับ

คนสนิทของแฟร์ซอง : “โอ้ ท่านคือ...”

ออสการ์เดินเข้ามาหาแฟร์ซองที่ห้องทำงาน

แฟร์ซอง : “ออสการ์!” แฟร์ซองรู้สึกแปลกใจที่อยู่ๆ ออสการ์ก็แวะมาอย่างกระทันหัน

ออสการ์ : “แฟร์ซองชั้นมาที่นี่เพื่อเตือนท่าน” ออสการ์ไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอเข้าประเด็นทันที

แฟร์ซอง : “อ๋อ ชั้นพอจะเดาออกว่าเรื่องอะไร ได้โปรดนั่งลงก่อน” ออสการ์เดินมานั่งที่เก้าอี้

ออสการ์ : “ถ้า ท่านพอจะเดาออกแล้วล่ะก็ มันก็จะได้ง่ายหน่อยที่จะพูดกับท่าน  แฟร์ซอง รีบออกไปจากฝรั่งเศสจะดีกว่า กลับไปสวีเดนซะ” แฟร์ซองได้ยินดังนั้น ก็ตกใจมาก เค้าไม่คิดว่าออสการ์จะพูดตรงขนาดนี้

แฟร์ซอง : “เกี่ยวกับพระนางมารีอังตัวเน็ตใช่มั้ย? มีใครกระจายข่าวลือที่น่ารังเกียจอย่างนั้นหรอ?”

ออสการ์ : “ยังไม่มีหรอก หรืออาจจะมีก็ได้ แต่ชั้นยังไม่เคยได้ยิน แต่มีซัก 2-3 คนที่พอจะสังเกตเห็น”

แฟร์ซอง : “ชั้นก็คิดอยู่เหมือนกัน พระนางอังเน็ตทรงสนพระทัยในตัวชั้นและก็มีน้ำพระทัยดีต่อชั้นมาก”

ออสการ์ : “ถ้า เป็นเมื่อก่อนตอนที่พระองค์ยังเป็นองค์หญิงรัชทายาทก็คงไม่เป็นไร แต่ตอนนี้มันต่างกัน ฝ่าบาทเป็นถึงราชินีของฝรั่งเศส” ออสการ์พูดเตือนสติแฟร์ซอง แฟร์ซองได้ยินคำพูดนั้น ก็เหมือนกับสายฟ้าฟาดลงที่กลางใจ สายลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างเหมือนจะพัดเอาใจของเค้าให้หายออกไปด้วย

ออสการ์ : “แฟร์ ซองเธอควรจะกลับไปอยู่ประเทศของเธอซักพัก ในสถานะการณ์เช่นนี้ ท่านไม่รู้หรอกว่าจากนี้ต่อไปจะมีอันตรายอะไรเกิดขึ้นกับท่านหรือไม่?”

แฟร์ซอง : “ชั้น เข้าใจแล้ว ออสการ์ ชั้นจะไป ชั้นจะไปจนกว่าในวังจะลืมเรื่องของชั้น แต่...แต่พระนางอังตัวเน็ตช่างมีพระศิริโฉมงดงามเหลือเกิน” แฟร์ซองเห็นด้วยกับออสการ์ แต่ก็ยังยากที่จะทำใจได้

ออสการ์ : “ขอบ คุณมาก ขอบคุณที่ท่านอุตส่าห์ฟังชั้น ลาก่อน แฟร์ซอง” ออสการ์ลุกออกจากเก้าอี้กำลังจะเดินหันหลังออกจากห้อง แต่แล้วก็ต้องหยุด เมื่อได้ยินเสียงเรียกของแฟร์ซอง

แฟร์ซอง : “เดี๋ยวก่อน ออสการ์ เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวบ้างหรอ? เธอเป็นผู้หญิงแต่ต้องแต่งตัวแบบนี้และใช้ชีวิตโดยปราศจากความสุขในแบบของผู้หญิง?”

ออสการ์ : “ชั้น ถูกเลี้ยงดูมาอย่างลูกผู้ชายเพื่อที่จะได้เจริญรอยตามท่านพ่อของชั้น นายพลจาร์เจเยส ชั้นไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวและชั้นก็มีความสุขในสิ่งที่ชั้นเป็น” ออสการ์ตอบอย่างฉะฉาน ด้วยแววตาที่มุ่งมั่นเช่นเคย

แฟร์ซอง : “ออสการ์เราจะได้พบกันอีกใช่มั้ย?” ออสการ์พยักหน้าตอบ แล้วออสการ์ก็ขึ้นรถม้าออกมาจากบ้านของแฟร์ซองไป  “ทั้งหมดนี้ก็เพื่อประโยชน์ของพระนางอังตัวเน็ตและแน่นอน เพื่อฝรั่งเศสของเรา ได้โปรดยกโทษให้ชั้นด้วย  แฟร์ซอง” ออสการ์คิด

 

ระหว่าง ที่รถม้าของออสการ์กำลังจะเดินทางกลับบ้านนั้น ระหว่างทางก็พบกลุ่มคนมากมายกำลังมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ อังเดรจึงถามกับชาวบ้านที่อยู่แถวนั้นว่า

อังเดร : “เกิดอะไรขึ้นหรอ?”

ชาวบ้าน : “มีเด็กคนนึงขโมยเงินของท่านดยุค”

อังเดร : “เด็กหรอ?” เด็กชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งยืนร้องไห้อยู่หน้ารถม้าซึ่งมีดยุคเจอร์เมนยืนอยู่ตรงหน้า

ออสการ์ : “นั่นดยุคเจอร์เมน!” ทันใดนั้นโรซารี่ก็วิ่งออกมาคุกเข้าและกอดเด็กคนนั้นไว้

โรซารี่ : “ได้โปรดยกโทษให้เค้าด้วย เค้าเป็นเด็กยังไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ได้โปรดยกโทษให้เค้าด้วยเถอะค่ะท่าน”

อังเดร : “ออสการ์นั่นมันเด็กผู้หญิงคนนั้นนี่” อังเดรจำเด็กสาวคนนั้นได้

ออสการ์ : “ใช่แล้ว โรซารี่ ที่เธอพยายามขายตัวให้ชั้นวันก่อน”

เค้าท์เจอร์เมน : “เธอรู้จักเด็กคนนี้หรอ?” ดยุคเจอร์เมนถามโรซารี่

โรซารี่ : “ใช่ค่ะเค้าเป็นเพื่อนบ้านของชั้น ชื่อ ปิแอร์ เค้าไม่ได้กินอะไรมา 2 วันแล้ว...ได้โปรดยกโทษให้เค้าด้วยเถอค่ะ ชั้นขอร้องล่ะ ท่านดยุคผู้มีเมตตา ได้โปรด!” ดยุคเจอร์เมนได้ยินดังนั้นก็ดูท่าว่าจะไม่เอาเรื่อง

เค้าท์เจอร์เมน : “ก็ ได้ ไม่มีอะไรแล้ว ไปได้” ทุกคนในที่นั้นรวมทั้งออสการ์และอังเดรได้ยินคำพูดของเค้าท์เจอร์เมนก็ รู้สึกโล่งอก ที่เค้าไม่เอาเรื่องกับเด็ก

โรซารี่ : “ท่านดยุค! ขอบคุณมากค่ะ ปิแอร์ สัญญากับชั้นนะว่าเธอจะไม่ขโมยเงินใครอีก กลับบ้านกันเถอะ”

ปิแอร์ : “ครับ” เด็กคนนั้นวิ่งหันหลังกลับไปเพื่อที่จะไปหาพ่อแม่ของเค้า แต่ทันใดนั้น เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ดยุคเจอร์เมนชักปืนออกมายิงเด็กคนนั้นทางด้านหลัง เด็กชายตัวเล็กๆ คนนั้น ล้มลง นอนจมกองเลือด ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ แม่ของเด็กวิ่งออกมากอดศพของลูกชายเอาไว้ แล้วร้องไห้ปิ่มขาดใจ “ปิแอร์! ปิแอร์! อ๊า..! ปิแอร์!!!” แต่ดยุคเจอร์เมนกลับหัวเราะออกมาอย่างไม่ได้รู้สึกผิดในสิ่งที่เค้าได้ทำลงไปเลย แล้วเค้าก็ขึ้นรถม้าไป

ออสการ์ : “แกจะกลับไปแบบนี้ไม่ได้ เจอร์เมน! หยุดก่อน!” ด้วยความโมโหสุดขีดออสการ์พุ่งตัวออกมาจากรถม้าทันที แต่อังเดรตามลงมาดึงแขนออสการ์ไว้

อังเดร : “ออสการ์! เดี๋ยวก่อน ออสการ์! เธอทำแบบนี้ไม่ได้นะ” อังเดรทั้งดึง ทั้งขวางออสการ์ไว้

ออสการ์ : “ปล่อยชั้นนะ! ปล่อยชั้นนะ! อังเดร!”

อังเดร : “เค้าเป็นถึงดยุคนะ แม้แต่พระราชายังไม่กล้าแตะต้องเค้าเลย! เค้าไม่ใช่คนที่เธอจะจัดการได้หรอก!

ออสการ์ : “ปล่อยชั้นนะ หลบไป!” อังเดรพยายามห้ามออสการ์แต่ออสการ์ก็ไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น อังเดรดันตัวออสการ์กลับขึ้นไปบนรถม้าและสั่งให้ออกรถทันที

อังเดร : “ใจเย็น! ใจเย็นก่อน ออสการ์! ไป! ออกรถเดี๋ยวนี้!”  ความโศกเศร้าแผ่กระจายไปทั่งพื้นที่ โรซารี่ยืนน้ำตาไหลพรากเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ออสการ์กับอังเดรเดินทางกลับมาถึงบ้าน พวกเค้ารู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่พึ่งเกิดขึ้น

ออสการ์ : “เรื่องที่โหดร้ายทารุณเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน? ไปลงนรกซะเจ้าพวกขุนนาง! ไปลงนรกซะดยุค!” ออสการ์กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

 

ในคืนนั้นเอง ฮานน์ แอ็กเซล วอน แฟร์ซอง ได้เดินทางออกจากฝรั่งเศสกลับไปยังสวีเดน เป็นเวลากว่า 4 ปี ที่เค้าจะได้เหยียบกลับเข้ามาในแผ่นดินฝรั่งเศสอีกครั้ง ในวันรุ่งขึ้นออสการ์ได้กราบทูลเรื่องนี้ให้กับพระนางมารีอังตัวเน็ตทรงทราบ ว่า แฟร์ซองกลับประเทศไปแล้ว

อังตัวเน็ต : “ทำไมกะทันหันแบบนี้...ชั้นเป็นอะไรไปเนี่ย? เหมือนใจจะขาด มันคือความรู้สึกว้าเหว่ใช่มั้ย? แฟร์ซอง ทำไมถึงไปโดยไม่บอกชั้น...แฟร์ซอง! แฟรซอง!  จากนี้ไปชั้นจะต้องโดดเดี่ยวอีกแล้วหรอเนี่ย ชั้นควรจะทำยังไงดี แฟร์ซอง? แฟร์ซอง!!!” การจากไปอย่างกะทันหันของแฟร์ซองทำให้พระนางอังตัวเน็ตรู้สึกเศร้าพระทัยเป็นอย่างมาก ในใจของพระนางเพรียกหาแต่เค้าเพียงคนเดียว

 

จบตอนที่ 11

Comment

Comment:

Tweet