ประชาชนทั่วทั้งปารีส ต่างโห่ร้องถวายพระพรแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กษัตริย์องค์ใหม่ของฝรั่งเศส “ทรงพระเจริญ” “ทรงพระเจริญ” “จากนี้ไปชีวิตความเป็นอยู่ของเราคงจะดีขึ้น” “พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงมีความชอบธรรม ราคาของขนมปังและเนื้อสัตว์จะต้องถูกลงอย่างแน่นอน” นี่คือความคาดหวังของประชาชนฝรั่งเศสผู้หิวโหย

                ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.1775 พิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์องค์ใหม่แห่งฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ได้จัดขึ้นในมหาวิหารแร็งส์ ตามกฎมณเฑียรบาล พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จะต้องเดินขึ้นบันได 40 ขั้น เพียงคนเดียว เพื่อรับการสวมมงกุฎจากพระสันตปาปา

อังตัวเน็ต : “พระองค์ดูเหมือนภาพประกอบในหนังสือประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสที่ชั้นเคยอ่านเลย ช่างสง่างามอะไรเช่นนี้” หลังจากที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงสวมมงกุฎแล้ว ก็ได้ตรัสกับพสกนิกรว่า

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “ด้วยเทวสิทธิ์ เรา พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ขอประกาศว่า เราจะปกครองประเทศฝรั่งเศส”

หลังจากนั้นก็มีเสียงของประชาชนกล่าวถวายพระพร “ทรงพระเจริญ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงพระเจริญ ฝรั่งเศสจงเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่ว หลังจากนั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก็ได้เชิญพระนางมารี อังตัวเน็ต เสด็จมายืนเคียงข้างพระองค์ พระนางมารีอังตัวเน็ตค่อยๆ เสด็จออกมายืนเคียงข้างฝ่าบาท

อังตัวเน็ต : “ตอนนี้ชั้นคือราชินีของฝรั่งเศส จากนี้สืบไปชั้นจะเป็นราชินีของฝรั่งเศสที่สวยที่สุดที่ยุโรป” พระนางมารี อังตัวเน็ตคิด ภาพของพระราชาและพระราชินีของฝรั่งเศสยืนเคียงคู่กัน และเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของประชาชนก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ทรงพระเจริญ ฝ่าบาททรงพระเจริญ”

 

                ในวันนั้นหลังจากพิธีบรมราชาภิเษก พระราชาองค์ใหม่และพระราชินีได้เสด็จเยือนวิทยาลัยหลุยส์ เดอ แกรนด์ เพื่อรับคำถวายพระพร ภายในหอประชุมของวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยอาจารย์และเหล่านักศึกษา และมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอ่านคำถวายพระพรอยู่ด้านหน้า

โรเบสปิแอร์ : “...กระหม่อมเชื่อว่าในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จะนำความมั่งคั่งและความผาสุกมาสู่ปวงชน  ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรพะยะค่ะ” หลังจากที่เด็กหนุ่มคนนั้นกล่าวคำถวายพระพรจบ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จึงหันไปถามกับอาจารย์ในที่นั้นว่า

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “นักเรียนที่อ่านคำถวายพระพรคนนั้นชื่ออะไรหรอ?”

อาจารย์ : “กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้กราบทูลว่า เค้าคือ แม็กซิมิเลี่ยน โรเบสปิแอร์ นักศึกษาวิชากฎหมายพะยะค่ะ”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “โรเบสปิแอร์...”

                โรเบสปิแอร์...หลังจากนั้นเค้าก็กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในนามของแกนนำในการปฏิวัติฝรั่งเศส ในวันนั้นเป็นวันที่เค้ายังเป็นเยาวชนอยู่นั่นเอง

 

                ในขณะนั้น โรซารี่ผู้น่าสงสารกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากซื้อขนมปัง 1 ก้อน เพื่อประทังชีวิต เธอก็ได้ยินเสียงของประชาชนทั่วทั้งปารีสที่คาดหวังไปต่างๆ นานาถึงรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 “ชีวิตกำลังจะดีขึ้น” “หลังจากที่พระราชาองค์ก่อนได้ใช้จ่ายเงินภาษีของพวกเราไปกับมาดามดูเบอรี่” “ใช่แล้ว ข้าวของจะต้องถูกลงด้วยสิ”

โรซารี่ : “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีนะสินะ” โรซารี่คิดในใจ ทันใดนั้นเองโรซารี่ไม่ทันได้ระวัง ก็ถูกรถม้าคันหนึ่งที่วิ่งมาอย่างเร็วเฉี่ยวจนล้มลง และเธอก็ได้เห็นว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถม้านั้น คือ จินนี่ พี่สาวของเธอนั่นเอง

โรซารี่ : “นั่น จินนี่พี่สาวของชั้นนี่” โรซารี่จึงตัดสินใจวิ่งตามรถม้าคันนั้นไปเพื่อดูให้แน่ใจว่าผู้หญิงที่เธอเห็นนั้น ใช่พี่สาวของเธอหรือไม่ โรซารี่วิ่งตามมาจนถึงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่หลังหนึ่ง ที่รถม้าคันนั้นจอดอยู่ แล้วผู้หญิงในรถม้าคันนั้นก็เดินเข้าบ้านไป

โรซารี่ : “จินนี่ ทิ้งแม่กับชั้นแล้วหนีออกจากบ้านไป ทำไมดูเหมือนว่าเธอจะอยู่บ้านหลังนั้นนะ? เอ๊ะ...หรือว่าจะเป็นคนอื่น? แต่เธอเหมือนจินนี่มากเลย” โรซารี่รู้สึกไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะใช่จินนี่หรือไม่ โรซารี่จึงแอบดูผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่หน้าต่าง จนแน่ใจว่านั่นคือพี่สาวของเธอจริงๆ

โรซารี่ : “นั่นจินนี่ พี่สาวของชั้นจริงๆด้วย! แต่ชั้นไม่สามารถจะพูดกับพี่ได้ ถ้าน้องสาวของพี่ไปหาพี่ด้วยสภาพสกปรกมอมแมมแบบนี้แล้วล่ะก็ พี่จะต้องอับอายแน่ๆเลย” โรซารี่จึงเดินกลับบ้านไปโดยที่ไม่ได้แสดงตัวให้พี่สาวรู้ “จินนี่ฝันมาตลอดว่าอยากมีชีวิตแบบคุณหญิง และต้องการที่จะออกจากบ้าน แล้วเธอก็ทำได้...” จินนี่เดินมาถึงบ้านด้วยอาการเหม่อลอย ในใจก็คิดถึงแต่จินนี่จนนิโคลแม่ของเธอต้องเตือนสติ

นิโคล : “โรซารี่! โรซารี่!” แม่เรียกโรซารี่ที่อยู่ในอาการเหม่อลอย จนโรซารี่ได้สติ

โรซารี : “มีอะไรคะแม่?”

นิโคล : “ลูกคิดถึงจินนี่อีกแล้วใช่มั้ย?”

โรซารี่ : “ใช่ค่ะ จินนี่สวยมากเลย ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย เธอแตกต่างกับเรามาก สมแล้วที่เธอเป็นคนเดียวที่มีสายเลือดของราชนิกูล” นิโคลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

นิโคล : “พูดอะไรอย่างนั้นโรซารี! เธอน่ะเป็นมากกว่าจินนี่ซะอีก...”

โรซารี่ : “แม่? ทำไมต้องซีเรียสด้วยล่ะคะ” โรซารี่ถามแม่ด้วยความแปลกใจ แต่แล้วแม่ก็เกิดไอขึ้นมาอย่างหนัก โรซารีจึงจัดให้แม่นอนบนเตียง และห่มผ้าให้

โรซารี่ : “แม่นอนอยู่บนเตียงดีกว่าค่ะ หนูจะไปอุ่นซุปมาให้นะคะ พอดีผู้หญิงข้างบ้านเค้าให้มันฝรั่งเรามา”

 

                ที่บ้านของมาดามาควิซ เดอ แบรนด์วิลเลียร์ มาดามมาควิซกำลังพูดคุยกับเพื่อนๆของเธออย่างสนุกสนาน แล้วจินนี่ก็เดินออกมาร่วมวง

มาดามมาควิซ : “ว้าว...จินนี่ ชุดใหม่นี่เหมาะกับเธอจริงๆนะ”

จินนี่ : “ขอบคุณมากค่ะ มาดามมาควิซ แบรนด์วิลเลียร์” มาดามมาควิซได้ยินจินนี่เรียกเธอด้วยความห่างเหินเช่นนั้น จึงกระซิบที่ข้างหูของจินนี่

มาดามมาควิซ : “อยู่ต่อหน้าคนอื่น ให้เรียกชั้นว่า ป้าสิ”

จินนี่ : “ค่ะ คุณป้า” มาดามมาควิซหันไปพูดกับเพื่อนของเธอ

มาดามมาควิซ : “เธอได้เรียนรู้ทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่การพูดและกริยามารยาท จนถึงการเต้นรำและเล่นเปียโน ภายในเวลาอันรวดเร็ว” เพื่อนๆของมาดามมาควิซที่คอยช่วยสอนสิ่งต่างๆให้จินนี่ ก็เห็นด้วยเช่นกัน “เธอเรียนรู้ได้เร็วมากจนชั้นไม่มีอะไรจะสอนแล้วล่ะ”

มาดามมาควิซ : “ตอนนี้เธอก็จะได้รับการยอมรับว่าเป็นคุณผู้หญิงที่เพียบพร้อม”

 “ก็แน่ละสิ เธอคิดว่าที่ชั้นทุ่มเทอย่างหนักโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนนั้น เพื่ออะไรกันล่ะ? ตอนนี้ชั้นจะแสดงความสามารถที่แท้จริงของชั้นให้เธอได้เห็น” จินนี่วางแผนอะไรบ้างอย่างอยู่ในใจ

หลังจากนั้นสาวใช้ก็ยกน้ำชามาเสิร์ฟ “น้ำชาพร้อมแล้วค่ะมาดาม”

มาดามมาควิซ : “ขอบใจนะ”

จินนี่ : “คุณป้าคะ เมื่อไหร่เราจะได้เข้าไปในแวร์ซายส์ซักทีล่ะค่ะ?”

มาดามมาควิซ : “จินนี่ ชั้นว่าชั้นบอกเธอไปแล้วนะว่า พวกเรายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในวัง  ไปดื่มน้ำชากันเถอะ”

“เธอเป็นผู้หญิงที่ใจดี แต่ก็ไม่ได้เป็นราชนิกูล เป้าหมายของชั้นสูงกว่านั้น คือ ชั้นอยากจะอยู่ในแวร์ซายส์และใช้ชีวิตเหมือนกับราชินี! ชั้นจะทำทุกอย่างเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของชั้น! ทุกอย่างที่ชั้นจะทำได้!” จินนี่คิด

 

                โรซารี่ผู้น่าสงสารออกเดินของานทำตามร้านต่างๆ ในปารีส เพื่อหวังที่จะได้เงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและรักษาแม่ของเธอที่กำลังป่วย  แต่ตอนนี้งานในปารีสช่างหายากเหลือเกิน

โรซารี่ : “ชั้นจะทำยังไงดี? ชั้นจะต้องหางานให้ได้” “ขอร้องล่ะของานให้ชั้นทำหน่อยค่ะ” แต่โชคร้ายที่เธอเดินหางานจนทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่มีที่ใดรับเธอเข้าทำงาน เลย

“ชั้นคิดว่าอะไรๆ จะง่ายขึ้นในรัชสมัยของพระราชาองค์ใหม่...” โรซารี่นั่งพักอยู่ในซอยแห่งหนึ่ง “โอ้ ชั้นหิวจังเลย...ชั้นจะต้องหางานทำให้ได้ พระเจ้า โด้โปรด ช่วยลูกด้วย” เคราะห์ซ้ำกรรมซัด สุนัขจรจัดในซอยได้ไล่กัดโรซารี่ จนเธอต้องวิ่งหนีออกมาที่ถนนจนถูกรถม้าเฉี่ยวล้มลงอีก รถม้าคันนั้นเป็นรถม้าของจินนี่นั่นเอง “จินนี่ ได้โปรดช่วยชั้นกับแม่ด้วย!” โรซารี่จึงตัดสินใจเดินไปที่บ้านหลังใหญ่ที่จินนี่อาศัยอยู่ โรซารี่หยุดยืนอยู่หน้าประตู คิดแล้วคิดอีกว่าเธอจะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากจินนี่ดีหรือไม่

โรซารี่ : “ถ้าชั้นแต่งตัวมอมแมมแบบนี้เข้าไปหาจินนี่ พี่จะต้องเดือดร้อนแน่ๆเลย  แต่ว่าชั้นไม่มีทางเลือกอีกแล้ว!”  โรซารี่จึงตัดสินใจเข้าไปขอพบกับจินนี่

                เด็กสาวรับใช้ในบ้านของมาดามมาควิซ ไปบอกกับจินนี่ว่ามีคนมาหาเธอชื่อว่าโรซารี่

จินนี่ : “โรซารี่หรอ?”

คนรับใช้ : “ใช่แล้วค่ะ”  จินนี่เดินไปแง้มผ้าม่านดู ก็เห็นโรซารี่ยืนอยู่หน้าประตู แต่จินนี่ไม่ได้ดีใจเลยที่เห็นโรซารี่ เธอกลับรู้สึกกลัวด้วยซ้ำว่าคนอื่นจะรู้ว่าเธอเคยเป็นคนจนมาก่อน

จินนี่ : “นั่นเธอจริงๆด้วย เธอต้องการอะไรกันนะ? วันนี้พวกเรามีแขกด้วย!” แต่จินนี่ก็ออกไปพบกับโรซารี่ ที่หน้าประตู จินนี่เปิดประตูออกมา

โรซารี่ : “จินนี่”

จินนี่ : “โรซารี่”

โรซารี่ : “ใช่เธอจริงๆด้วย จินนี่! เธอสวยจนชั้นแทบจำเธอไม่ได้เลย!” โรซารี่ดีใจที่ได้เจอพี่สาวจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

จินนี่ : “โรซารี่!” จินนี่แกล้งทำเป็นดีใจที่ได้เจอโรซารี่ แล้วทั้งคู่ก็โผเข้ากอดกัน

โรซารี่ : “จินนี่” จินนี่ใช้มือลูบผมของโรซารี่

จินนี่ : “ชั้นคิดถึงเธอนะ เธออุตส่าห์เดินทางมาหาชั้น!” จินนี่ทำทีเป็นร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้เจอกัน

โรซารี่ : “ชั้นดีใจ ชั้นคิดว่าพี่จะไล่ชั้นซะอีก” โรซารี่จึงตัดสินใจที่จะขอความช่วยเหลือจากจินนี่

โรซารี่ : “แม่ของเราป่วยหนัก ดังนั้นชั้นต้องการเงินนิดหน่อยน่ะ”

จินนี่ : “โถ่ น่าสงสารจริงๆ เธอไม่ต้องลังเลเลย เข้ามาข้างในสิ” จินนี่ชวนโรซารี่ให้เข้ามาในบ้าน

โรซารี่เดินตามจินนี่เข้ามาในบ้าน ซึ่งมีเพื่อนของมาดามมาควิซกำลังสนทนากันอยู่ในห้องรับแขกพอดี พวกเธอเห็นสภาพของโรซารี่จึงพูดขึ้นว่า “โอ้ว เด็กคนนั้นมาจากไหนกัน? เธอสวมเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมจังเลย” จินนี่จึงโกหกออกไปว่า

จินนี่ : “เธอเป็นเด็กรับใช้ที่เคยทำงานในบ้านของชั้นน่ะค่ะ เธอมาขอความช่วยเหล