ประชาชนทั่วทั้งปารีส ต่างโห่ร้องถวายพระพรแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 กษัตริย์องค์ใหม่ของฝรั่งเศส “ทรงพระเจริญ” “ทรงพระเจริญ” “จากนี้ไปชีวิตความเป็นอยู่ของเราคงจะดีขึ้น” “พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงมีความชอบธรรม ราคาของขนมปังและเนื้อสัตว์จะต้องถูกลงอย่างแน่นอน” นี่คือความคาดหวังของประชาชนฝรั่งเศสผู้หิวโหย

                ในวันที่ 16 มิถุนายน ค.ศ.1775 พิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์องค์ใหม่แห่งฝรั่งเศส พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ได้จัดขึ้นในมหาวิหารแร็งส์ ตามกฎมณเฑียรบาล พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จะต้องเดินขึ้นบันได 40 ขั้น เพียงคนเดียว เพื่อรับการสวมมงกุฎจากพระสันตปาปา

อังตัวเน็ต : “พระองค์ดูเหมือนภาพประกอบในหนังสือประวัติศาสตร์ฝรั่งเศสที่ชั้นเคยอ่านเลย ช่างสง่างามอะไรเช่นนี้” หลังจากที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงสวมมงกุฎแล้ว ก็ได้ตรัสกับพสกนิกรว่า

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “ด้วยเทวสิทธิ์ เรา พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ขอประกาศว่า เราจะปกครองประเทศฝรั่งเศส”

หลังจากนั้นก็มีเสียงของประชาชนกล่าวถวายพระพร “ทรงพระเจริญ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ทรงพระเจริญ ฝรั่งเศสจงเจริญ” ดังกึกก้องไปทั่ว หลังจากนั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ก็ได้เชิญพระนางมารี อังตัวเน็ต เสด็จมายืนเคียงข้างพระองค์ พระนางมารีอังตัวเน็ตค่อยๆ เสด็จออกมายืนเคียงข้างฝ่าบาท

อังตัวเน็ต : “ตอนนี้ชั้นคือราชินีของฝรั่งเศส จากนี้สืบไปชั้นจะเป็นราชินีของฝรั่งเศสที่สวยที่สุดที่ยุโรป” พระนางมารี อังตัวเน็ตคิด ภาพของพระราชาและพระราชินีของฝรั่งเศสยืนเคียงคู่กัน และเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของประชาชนก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ทรงพระเจริญ ฝ่าบาททรงพระเจริญ”

 

                ในวันนั้นหลังจากพิธีบรมราชาภิเษก พระราชาองค์ใหม่และพระราชินีได้เสด็จเยือนวิทยาลัยหลุยส์ เดอ แกรนด์ เพื่อรับคำถวายพระพร ภายในหอประชุมของวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยอาจารย์และเหล่านักศึกษา และมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งยืนอ่านคำถวายพระพรอยู่ด้านหน้า

โรเบสปิแอร์ : “...กระหม่อมเชื่อว่าในรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จะนำความมั่งคั่งและความผาสุกมาสู่ปวงชน  ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรพะยะค่ะ” หลังจากที่เด็กหนุ่มคนนั้นกล่าวคำถวายพระพรจบ พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 จึงหันไปถามกับอาจารย์ในที่นั้นว่า

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “นักเรียนที่อ่านคำถวายพระพรคนนั้นชื่ออะไรหรอ?”

อาจารย์ : “กระหม่อมรู้สึกเป็นเกียรติที่จะได้กราบทูลว่า เค้าคือ แม็กซิมิเลี่ยน โรเบสปิแอร์ นักศึกษาวิชากฎหมายพะยะค่ะ”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “โรเบสปิแอร์...”

                โรเบสปิแอร์...หลังจากนั้นเค้าก็กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในนามของแกนนำในการปฏิวัติฝรั่งเศส ในวันนั้นเป็นวันที่เค้ายังเป็นเยาวชนอยู่นั่นเอง

 

                ในขณะนั้น โรซารี่ผู้น่าสงสารกำลังเดินทางกลับบ้านหลังจากซื้อขนมปัง 1 ก้อน เพื่อประทังชีวิต เธอก็ได้ยินเสียงของประชาชนทั่วทั้งปารีสที่คาดหวังไปต่างๆ นานาถึงรัชสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 “ชีวิตกำลังจะดีขึ้น” “หลังจากที่พระราชาองค์ก่อนได้ใช้จ่ายเงินภาษีของพวกเราไปกับมาดามดูเบอรี่” “ใช่แล้ว ข้าวของจะต้องถูกลงด้วยสิ”

โรซารี่ : “ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีนะสินะ” โรซารี่คิดในใจ ทันใดนั้นเองโรซารี่ไม่ทันได้ระวัง ก็ถูกรถม้าคันหนึ่งที่วิ่งมาอย่างเร็วเฉี่ยวจนล้มลง และเธอก็ได้เห็นว่าผู้หญิงที่นั่งอยู่ในรถม้านั้น คือ จินนี่ พี่สาวของเธอนั่นเอง

โรซารี่ : “นั่น จินนี่พี่สาวของชั้นนี่” โรซารี่จึงตัดสินใจวิ่งตามรถม้าคันนั้นไปเพื่อดูให้แน่ใจว่าผู้หญิงที่เธอเห็นนั้น ใช่พี่สาวของเธอหรือไม่ โรซารี่วิ่งตามมาจนถึงหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่หลังหนึ่ง ที่รถม้าคันนั้นจอดอยู่ แล้วผู้หญิงในรถม้าคันนั้นก็เดินเข้าบ้านไป

โรซารี่ : “จินนี่ ทิ้งแม่กับชั้นแล้วหนีออกจากบ้านไป ทำไมดูเหมือนว่าเธอจะอยู่บ้านหลังนั้นนะ? เอ๊ะ...หรือว่าจะเป็นคนอื่น? แต่เธอเหมือนจินนี่มากเลย” โรซารี่รู้สึกไม่แน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นจะใช่จินนี่หรือไม่ โรซารี่จึงแอบดูผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่หน้าต่าง จนแน่ใจว่านั่นคือพี่สาวของเธอจริงๆ

โรซารี่ : “นั่นจินนี่ พี่สาวของชั้นจริงๆด้วย! แต่ชั้นไม่สามารถจะพูดกับพี่ได้ ถ้าน้องสาวของพี่ไปหาพี่ด้วยสภาพสกปรกมอมแมมแบบนี้แล้วล่ะก็ พี่จะต้องอับอายแน่ๆเลย” โรซารี่จึงเดินกลับบ้านไปโดยที่ไม่ได้แสดงตัวให้พี่สาวรู้ “จินนี่ฝันมาตลอดว่าอยากมีชีวิตแบบคุณหญิง และต้องการที่จะออกจากบ้าน แล้วเธอก็ทำได้...” จินนี่เดินมาถึงบ้านด้วยอาการเหม่อลอย ในใจก็คิดถึงแต่จินนี่จนนิโคลแม่ของเธอต้องเตือนสติ

นิโคล : “โรซารี่! โรซารี่!” แม่เรียกโรซารี่ที่อยู่ในอาการเหม่อลอย จนโรซารี่ได้สติ

โรซารี : “มีอะไรคะแม่?”

นิโคล : “ลูกคิดถึงจินนี่อีกแล้วใช่มั้ย?”

โรซารี่ : “ใช่ค่ะ จินนี่สวยมากเลย ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลย เธอแตกต่างกับเรามาก สมแล้วที่เธอเป็นคนเดียวที่มีสายเลือดของราชนิกูล” นิโคลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที

นิโคล : “พูดอะไรอย่างนั้นโรซารี! เธอน่ะเป็นมากกว่าจินนี่ซะอีก...”

โรซารี่ : “แม่? ทำไมต้องซีเรียสด้วยล่ะคะ” โรซารี่ถามแม่ด้วยความแปลกใจ แต่แล้วแม่ก็เกิดไอขึ้นมาอย่างหนัก โรซารีจึงจัดให้แม่นอนบนเตียง และห่มผ้าให้

โรซารี่ : “แม่นอนอยู่บนเตียงดีกว่าค่ะ หนูจะไปอุ่นซุปมาให้นะคะ พอดีผู้หญิงข้างบ้านเค้าให้มันฝรั่งเรามา”

 

                ที่บ้านของมาดามาควิซ เดอ แบรนด์วิลเลียร์ มาดามมาควิซกำลังพูดคุยกับเพื่อนๆของเธออย่างสนุกสนาน แล้วจินนี่ก็เดินออกมาร่วมวง

มาดามมาควิซ : “ว้าว...จินนี่ ชุดใหม่นี่เหมาะกับเธอจริงๆนะ”

จินนี่ : “ขอบคุณมากค่ะ มาดามมาควิซ แบรนด์วิลเลียร์” มาดามมาควิซได้ยินจินนี่เรียกเธอด้วยความห่างเหินเช่นนั้น จึงกระซิบที่ข้างหูของจินนี่

มาดามมาควิซ : “อยู่ต่อหน้าคนอื่น ให้เรียกชั้นว่า ป้าสิ”

จินนี่ : “ค่ะ คุณป้า” มาดามมาควิซหันไปพูดกับเพื่อนของเธอ

มาดามมาควิซ : “เธอได้เรียนรู้ทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่การพูดและกริยามารยาท จนถึงการเต้นรำและเล่นเปียโน ภายในเวลาอันรวดเร็ว” เพื่อนๆของมาดามมาควิซที่คอยช่วยสอนสิ่งต่างๆให้จินนี่ ก็เห็นด้วยเช่นกัน “เธอเรียนรู้ได้เร็วมากจนชั้นไม่มีอะไรจะสอนแล้วล่ะ”

มาดามมาควิซ : “ตอนนี้เธอก็จะได้รับการยอมรับว่าเป็นคุณผู้หญิงที่เพียบพร้อม”

 “ก็แน่ละสิ เธอคิดว่าที่ชั้นทุ่มเทอย่างหนักโดยไม่ได้หลับไม่ได้นอนนั้น เพื่ออะไรกันล่ะ? ตอนนี้ชั้นจะแสดงความสามารถที่แท้จริงของชั้นให้เธอได้เห็น” จินนี่วางแผนอะไรบ้างอย่างอยู่ในใจ

หลังจากนั้นสาวใช้ก็ยกน้ำชามาเสิร์ฟ “น้ำชาพร้อมแล้วค่ะมาดาม”

มาดามมาควิซ : “ขอบใจนะ”

จินนี่ : “คุณป้าคะ เมื่อไหร่เราจะได้เข้าไปในแวร์ซายส์ซักทีล่ะค่ะ?”

มาดามมาควิซ : “จินนี่ ชั้นว่าชั้นบอกเธอไปแล้วนะว่า พวกเรายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในวัง  ไปดื่มน้ำชากันเถอะ”

“เธอเป็นผู้หญิงที่ใจดี แต่ก็ไม่ได้เป็นราชนิกูล เป้าหมายของชั้นสูงกว่านั้น คือ ชั้นอยากจะอยู่ในแวร์ซายส์และใช้ชีวิตเหมือนกับราชินี! ชั้นจะทำทุกอย่างเพื่อให้ไปถึงเป้าหมายของชั้น! ทุกอย่างที่ชั้นจะทำได้!” จินนี่คิด

 

                โรซารี่ผู้น่าสงสารออกเดินของานทำตามร้านต่างๆ ในปารีส เพื่อหวังที่จะได้เงินมาเลี้ยงปากเลี้ยงท้องและรักษาแม่ของเธอที่กำลังป่วย  แต่ตอนนี้งานในปารีสช่างหายากเหลือเกิน

โรซารี่ : “ชั้นจะทำยังไงดี? ชั้นจะต้องหางานให้ได้” “ขอร้องล่ะของานให้ชั้นทำหน่อยค่ะ” แต่โชคร้ายที่เธอเดินหางานจนทั่วแล้ว แต่ก็ยังไม่มีที่ใดรับเธอเข้าทำงาน เลย

“ชั้นคิดว่าอะไรๆ จะง่ายขึ้นในรัชสมัยของพระราชาองค์ใหม่...” โรซารี่นั่งพักอยู่ในซอยแห่งหนึ่ง “โอ้ ชั้นหิวจังเลย...ชั้นจะต้องหางานทำให้ได้ พระเจ้า โด้โปรด ช่วยลูกด้วย” เคราะห์ซ้ำกรรมซัด สุนัขจรจัดในซอยได้ไล่กัดโรซารี่ จนเธอต้องวิ่งหนีออกมาที่ถนนจนถูกรถม้าเฉี่ยวล้มลงอีก รถม้าคันนั้นเป็นรถม้าของจินนี่นั่นเอง “จินนี่ ได้โปรดช่วยชั้นกับแม่ด้วย!” โรซารี่จึงตัดสินใจเดินไปที่บ้านหลังใหญ่ที่จินนี่อาศัยอยู่ โรซารี่หยุดยืนอยู่หน้าประตู คิดแล้วคิดอีกว่าเธอจะเข้าไปขอความช่วยเหลือจากจินนี่ดีหรือไม่

โรซารี่ : “ถ้าชั้นแต่งตัวมอมแมมแบบนี้เข้าไปหาจินนี่ พี่จะต้องเดือดร้อนแน่ๆเลย  แต่ว่าชั้นไม่มีทางเลือกอีกแล้ว!”  โรซารี่จึงตัดสินใจเข้าไปขอพบกับจินนี่

                เด็กสาวรับใช้ในบ้านของมาดามมาควิซ ไปบอกกับจินนี่ว่ามีคนมาหาเธอชื่อว่าโรซารี่

จินนี่ : “โรซารี่หรอ?”

คนรับใช้ : “ใช่แล้วค่ะ”  จินนี่เดินไปแง้มผ้าม่านดู ก็เห็นโรซารี่ยืนอยู่หน้าประตู แต่จินนี่ไม่ได้ดีใจเลยที่เห็นโรซารี่ เธอกลับรู้สึกกลัวด้วยซ้ำว่าคนอื่นจะรู้ว่าเธอเคยเป็นคนจนมาก่อน

จินนี่ : “นั่นเธอจริงๆด้วย เธอต้องการอะไรกันนะ? วันนี้พวกเรามีแขกด้วย!” แต่จินนี่ก็ออกไปพบกับโรซารี่ ที่หน้าประตู จินนี่เปิดประตูออกมา

โรซารี่ : “จินนี่”

จินนี่ : “โรซารี่”

โรซารี่ : “ใช่เธอจริงๆด้วย จินนี่! เธอสวยจนชั้นแทบจำเธอไม่ได้เลย!” โรซารี่ดีใจที่ได้เจอพี่สาวจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

จินนี่ : “โรซารี่!” จินนี่แกล้งทำเป็นดีใจที่ได้เจอโรซารี่ แล้วทั้งคู่ก็โผเข้ากอดกัน

โรซารี่ : “จินนี่” จินนี่ใช้มือลูบผมของโรซารี่

จินนี่ : “ชั้นคิดถึงเธอนะ เธออุตส่าห์เดินทางมาหาชั้น!” จินนี่ทำทีเป็นร้องไห้ด้วยความดีใจที่ได้เจอกัน

โรซารี่ : “ชั้นดีใจ ชั้นคิดว่าพี่จะไล่ชั้นซะอีก” โรซารี่จึงตัดสินใจที่จะขอความช่วยเหลือจากจินนี่

โรซารี่ : “แม่ของเราป่วยหนัก ดังนั้นชั้นต้องการเงินนิดหน่อยน่ะ”

จินนี่ : “โถ่ น่าสงสารจริงๆ เธอไม่ต้องลังเลเลย เข้ามาข้างในสิ” จินนี่ชวนโรซารี่ให้เข้ามาในบ้าน

โรซารี่เดินตามจินนี่เข้ามาในบ้าน ซึ่งมีเพื่อนของมาดามมาควิซกำลังสนทนากันอยู่ในห้องรับแขกพอดี พวกเธอเห็นสภาพของโรซารี่จึงพูดขึ้นว่า “โอ้ว เด็กคนนั้นมาจากไหนกัน? เธอสวมเสื้อผ้าสกปรกมอมแมมจังเลย” จินนี่จึงโกหกออกไปว่า

จินนี่ : “เธอเป็นเด็กรับใช้ที่เคยทำงานในบ้านของชั้นน่ะค่ะ เธอมาขอความช่วยเหลือจากชั้นน่ะ”

เพื่อนของมาดามมาควิซจึงหันไปพูดกับโรซารี่ว่า “อ๋อ เธอช่างใจดีจริงๆเลยใช่มั้ย?”

จินนี่ : “นี่โรซารี่ ไปรอชั้นที่ห้องตรงโน้นก่อน”

โรซารี่ : “ค่ะ คุณจินนี่”

โรซารี่เดินเข้ามารอจินนี่ในห้องเก็บของรกๆ สกปรกๆ ห้องหนึ่งตามที่จินนี่บอก โรซารี่นั่งลงบนกระสอบที่วางอยู่ริมกำแพง และคิดถึงคำพูดของจินนี่ “ตอนนี่จินนี่กลายเป็นเจ้าหญิงไปแล้ว ต่อหน้าคนอื่น พี่จะพูดได้อย่างไรว่าชั้นเป็นน้องสาวของพี่ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก พี่ร้องไห้ออกมา ตอนที่พี่เจอชั้น ข้างในจิตใจของพี่ก็คงไม่ได้เปลี่ยนไป” ทันใดนั้น ก็มีชายรูปร่างใหญ่ สวดชุดทหาร และในมือถือแซ่มาด้วย เปิดประตูเข้ามาอย่างแรง โรซารี่ตกใจจึงร้องถามไปว่า

โรซารี่ : “เธอเป็นใครกัน?”

นิโคลัส : “ชั้น นิโคลัส เดอ ลา ม็อตเต้ เป็นคนรักของจินนี่! ชั้นต้องทำให้แน่ใจว่าเธอจะไม่มาข่มขู่จินนี่อีก!”

โรซารี่ : “ข่มขู่หรอ?! เธอหมายถึงอะไรกัน?” จินนี่ทั้งงง ทั้งตกใจ จึงลุกขึ้นหนี แล้วนิโคลัสก็ปิดประตูห้อง

โรซารี่ : “เดี๋ยวก่อน ชั้นพึ่งจะ...”

นิโคลัส : “หุบปาก!” จินนี่ยังไม่ทันพูดจบ นิโคลัสก็ฟาดแซ่ใส่โรซารี่ แต่โรซารี่หลบทัน

โรซารี่ : “ต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆเลย”

นิโคลัส : “เงียบนะ! เธอข่มขู่ว่า ถ้าจินนี่ไม่ยอมให้เงินเธอ เธอจะบอกคนอื่นว่าจินนี่เคยเป็นเด็กยากจนมาก่อน” แล้วนิโคลัสก็ฟาดแซ่โดนตัวของโรซารี่อย่างแรง จนโรซารี่ล้มฟุบไปบนกระสอบ

โรซารี่ : “โกหก! ใครกันพูดแบบนั้น?”  โรซารี่ไม่อยากจะเชื่อเรื่องที่นิโคลัสพูด

นิโคลัส : “จินนี่ไง เธอคิดว่าเธอจะสามารถข่มขู่จินนี่ด้วยเรื่องที่เธอกุขึ้นมาได้อย่างงั้นหรอ?”

โรซารี่ : “จินนี่พูดหรอ? ไม่จริง! เธอโกหก  ! จินนี่ต้องไม่พูดอะไรแบบนั้นแน่” โรซารี่ยังไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

นิโคลัส : “อะไรนะ?! ชั้นไม่ได้โกหก! จินนี่บอกชั้นว่า ถ้าเธอตายเค้าก็จะไม่สนใจ” นิโคลัสฟาดแซ่ลงบนร่างของโรซารี่แบบไม่ยั้งมือ

โรซารี่ : “พี่หรอ? ไม่จริง มันเป็นเรื่องโกหก!!” โรซารี่วิ่งหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นด้วยร่างกายที่บอบช้ำ และหัวใจที่เจ็บปวด เธอเดินออกไปตามถนน ในใจก็คิดถึงในสิ่งที่เกิดขึ้น “จินนี่...จะฆ่าชั้น! จินนี่ เป็นอย่างที่ชั้นคิดจริงๆ ชั้นไม่ควรจะไปหาเธอเลย!”

จินนี่ : “ถ้าไม่มีเธอที่รู้อดีตของชั้น ก็จะหมดปัญหา เธอจะมาแสดงตัวทำไมในเวลาที่สำคัญเช่นนี้ ความพยายามทั้งหมดของชั้นก็จะเปล่าประโยชน์ เธอจะต้องได้รับบทเรียน และจะได้ไม่มาเข้าใกล้ชั้นอีก!”

โรซารี่ : “นี่มันน่ากลัวเหลือเกิน ชั้นกลัว จินนี่! เธอกลายเป็นคนไม่มีหัวใจไปซะแล้ว”

 

                ที่บ้านของมาดามมาควิซ จินนี่นั่งดูผลงานของตัวเองและหัวเราะออกมาด้วยความชอบใจ ที่เธอสามารถกำจัดเสี้ยนหนามของเธอออกไปได้ ทันใดนั้นนิโคลัสก็เปิดประตูห้องเข้ามา

นิโคลัส : “ชั้นไล่ผู้หญิงขอทานนั่นไปแล้ว”

จินนี่ : “อย่าลืมเคาะประตูก่อนที่จะเข้าห้องคนอื่นสิ”

นิโคลัส : “มีแค่เธอกับชั้น จะสนใจทำไมกันเล่า” นิโคลัสเดินเข้ามาโอบจินนี่ทางด้านหลัง แต่จินนี่สะบัดออก และเดินหนีไปนั่งที่โซฟา โดยไม่ได้สนใจนิโคลัสเลย

จินนี่ : “อย่ามาทำมือไวกับชั้นนะ” แต่นิโคลัสก็เดินตามมาง้อ

นิโคลัส : “แต่จินนี่ ชั้นแค่อยากจะช่วยเธอก็เท่านั้นเอง”

“แผนต่อไปของชั้นคือทำให้คฤหาสน์ของมาควิซผู้เชื่อคนง่ายต้องจบสิ้น ผู้ชายคนนี้ถึงจะโง่เง่าแต่ก็ยังมีประโยชน์กับชั้น” จินนี่คิด

 

                ทางด้านโรซารี่ ที่ยังคงเดินอยู่ริมถนนในปารีสจนค่ำ เธอยังคงไม่มีงาน และไม่มีเงิน

โรซารี่ : “พรุ่งนี้ ชั้นจะทำยังไงดี? ที่บ้านของเราไม่มีเงินที่จะซื้อขนมปังได้เลย” โดยไม่ทันได้ระวังเธอก็บังเอิญเดินไปชนกับชายขี้เมาคนหนึ่ง จนเค้าหงายหลังล้มไป

เค้าท์มิราบู : “เจ้าโง่เอ๊ย! ระวังหน่อยสิ!” ชายคนนั้นโวยวายด้วยความไม่พอใจ

โรซารี่ : “ชั้นขอโทษค่ะท่าน ได้โปรดยกโทษให้ชั้นด้วย ได้โปรดยกโทษให้ชั้นด้วย!” ชายคนนั้นเมื่อเห็นหน้าตาของโรซารี่ ก็เปลี่ยนท่าทีไปทันที เค้าลุกขึ้นมาจับที่แขนของโรซารี่แล้วพูดกับโรซารี่ว่า

เค้าท์มิราบู : “เธอก็หน้าตาสะสวยดีนี่นา ถึงแม้ว่าจะแต่งตัวมอมแมมไปบ้าง  นี่เธอ คืนนี้ไปคฤหาสน์ของชั้นมั้ยล่ะ? ชั้นจะจ่ายให้เธอเยอะเลยนะ!” โรซารี่ได้ยินดังนั้นก็โกรธมาก

โรซารี่ : “ท่านจะทำอะไรน่ะ?” โรซารี่ตบหน้าผู้ชายคนนั้นอย่างแรง ด้วยความโกรธ พอดีกับที่มีลูกน้องของเค้าท์มิราบูเดินมาเรียกเค้าท์มิราบูพอดี “เค้าท์มิราบู! เค้าท์มิราบู!”

เค้าท์มิราบู : “หน้าตาก็สวยแต่ใจร้ายจริงๆ”

ลูกน้องของเค้าท์มิราบู : “ควบคุมตัวเองหน่อยสิท่าน เมื่อคืนก็พึ่งไปล่วงเกินนักร้องโอเปล่ามาด้วย”

เค้าท์มิราบู : “ชั้นรู้แล้วน่า ไม่มีอะไรหรอก” แล้วเค้าสองคนก็เดินจากไป ทิ้งให้โรซารี่คิดมากอยู่คนเดียว โรซารี่คิดถึงคำที่เค้าท์มิราบูพูดไว้ “คืนนี้ไปคฤหาสน์ของชั้นมั้ยล่ะ? ชั้นจะจ่ายให้เธอเยอะเลยนะ!” หรือนี่จะเป็นทางเดียวที่เธอจะสามารถทำได้ “เพื่อเงิน...เงิน!  ชั้น...แต่..แต่..ชั้น...ไม่ ถ้าชั้นสามารถหาเงินได้!” เธอไม่มีทางเลือกอีกแล้ว โรซารี่ทรุดลงกับพื้นแล้วร้องไห้ออกมา พอดีกับที่มีรถม้าของออสการ์และอังเดรผ่านมา โรซารี่จึงวิ่งเข้าไปหารถม้าทันที

โรซารี่ : “นายท่าน! นายท่าน!” ออสการ์ได้ยินดังนั้นจึงสั่งให้หยุดรถม้า

ออสการ์ : “หยุดรถก่อน” โรซารี่วิ่งเข้ามาที่ข้างรถม้า แล้วพูดกับออสการ์ว่า

โรซารี่ : “ได้โปรด...ซื้อชั้นซักคืนเถอะนะคะ!” ทั้งออสการ์และอังเดรรู้สึกอึ้งเล็กน้อย แต่แล้วออสการ์ก็หัวเราะออกมา เหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องขำขัน

ออสการ์ : “5555 ผู้หญิงคนนี้ตลกจังเลย! เฮ้ เฮ้ ผิดคนแล้วล่ะ ชั้นน่ะเป็นผู้หญิงนะ ถึงแม้ว่าเธอจะให้ฟรี ชั้นก็คงซื้อเธอไม่ได้หรอก” ออสการ์แซวโรซารี่ โรซารี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกทั้งเศร้าและอับอาย  เธอคุกเข่าลงกับพื้น เอามือปิดหน้าและร้องไห้ ออสการ์ลงมาจากรถม้าเดินเข้ามาหาโรซารี่

ออสการ์ : “นี่นี่ เธอเป็นโสเภณีที่น่ารักมากเลยทีเดียว เธอชื่ออะไรหรอ?” ออสการ์คุกเข่าลงข้างๆโรซารี่

โรซารี่ : “โรซารี่...”

ออสการ์ : “โรซารี่ ทำไมเธอถึงได้ทำอะไรโง่ๆแบบนี้นะ?”

โรซารี่ : “แม่ของชั้นป่วย และชั้นก็หางานทำไม่ได้เลย...ชั้นจึงต้อง...” ออสการ์จับมือของโรซารี่ขึ้นมาและใส่เหรียญลงบนฝ่ามือของเธอ

ออสการ์ : “เอานี่ โรซารี่ มันไม่มากหรอกนะ แล้วก็อย่ามาทำอะไรแบบนี้อีกล่ะ ตกลงมั้ย?” แล้วออสการ์ก็ขึ้นรถม้าออกไป โรซารี่แบมือออกก็พบเหรียญทองหนึ่งเหรียญ

โรซารี่ : “เหรียญทอง...เงินนี่มันมากเกินไป” โรซารี่พยายามวิ่งตามรถม้า “ขอทราบชื่อของท่านหน่อย! คุณผู้หญิงในรถม้า!” แต่รถม้าก็ไปไกลเสียแล้ว

“ผู้หญิงตัวเล็กๆ ยังต้องมาขายตัวเลยหรอเนี่ย? ฉันไม่รู้เลย...เกิดอะไรขึ้นกับความเป็นอยู่ของประชาชน?” ออสการ์คิด

 

                ในขณะเดียวกันที่บ้านของมาดามมาควิซ จินนี่กับนิโคลัสกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน จินนี่เดินไปนั่งอยู่บนขอบบ่อน้ำพุ

จินนี่ : “นิโคลัส...เธอรักชั้นจริงๆ ใช่มั้ย?”

นิโคลัส : “แน่นอน...อย่างที่เธอเห็นนั่นแหละ” นิโคลัสเดินเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าของจินนี่

จินนี่ : “อืม...แล้วเธอจะแต่งงานกับชั้นใช่มั้ย?”

นิโคลัส : “ทำไมเธอถึงถามอะไรแบบนั้นล่ะจินนี่?” นิโคลัสกุมมือของจินนี่ไว้

จินนี่ : “ตกลง ชั้นจะแต่งงานกับเธอ”

นิโคลัส : “ฮะ!” นิโคลัสได้ยินดังนั้นก็ดีใจสุดขีด นิโคลัสรักจินนี่มาก นั่นเป็นสิ่งที่เค้าปรารถนามาตลอด นิโคลัส โผเข้ากอดจินนี่ “เธอเหมือนปีศาจที่ทรมานจิตใจของชั้น จินนี่คนสวย” แต่แล้ว จินนี่ก็เริ่มเผยแผนการชั่วร้ายของเธอให้นิโคลัสฟัง

จินนี่ : “เธอจะว่ายังไง ถ้าต้องมารับใช้นางปีศาจอย่างชั้นและก็ฮุบเอาสมบัติของครอบครัวแบรนด์วิลเลียร์มาเป็นของเรา?” จินนี่หลอกใช้ความรักของนิโคลัส ทำให้เค้าร่วมมือกับเธอ

นิโคลัส : “จินนี่!...” นิโคลัสตกใจเล็กน้อยที่ได้ยินแผนการชั่วร้ายนี้

จินนี่ : “มีชายคนนึงเค้าเก่งในเรื่องการปลอมแปลงลายมือ เค้าชื่อว่า รีท็อคซ์ เค้าปลอมลายมือได้ดีทีเดียว นิโคลัส” นิโคลัส ตกลงทำตามแผนของจินนี่ และกลางดึกคืนนั้นเอง เค้าทั้งคู่ได้ร่วมกันวางเพลิงเผาคฤหาสน์ของมาดามมาควิซ  “ไฟไหม้! คฤหาสห์ของมาดามมาควิซไฟไหม้!” เสียงคนในระแวกนั้นร้องตะโกนเรียกคนให้มาช่วยดับไฟ จนมีคนมาแจ้งเรื่องนี้ที่บ้านของออสการ์

ออสการ์ : “ท่านมาควิซ แบรนด์วิลเลียร์เป็นเพื่อนของท่านแม่ของชั้น! อังเดร ไปเร็ว!” ออสการ์กับอังเดรเมื่อทราบเรื่องก็ได้ควบม้าไปที่คฤหาสน์ของมาดามมาควิซทันที แต่ก็สายไปเสียแล้ว

                ในขณะนั้นไฟก็ได้โหมลุกไหม้คฤหาสน์ของมาดามมาควิซ แต่มาดามมาควิซผู้ใจดี ยังคงเดินตามหาจินนี่อยู่ชั้นบนของบ้านด้วยความเป็นห่วง

มาดามมาควิซ : “จินนี่! จินนี่เธออยู่ไหน?” แล้วมาดามมาควิซก็หันไปเห็นจินนี่ นั่งอยู่ที่บันไดชั้นล่าง โดยมิได้สะทกสะท้านกับไฟที่กำลังไหม้ “จินนี่เร็วเข้า หนีเร็ว!” จินนี่ไม่ได้พูดอะไร แล้วทันใดนั้นมาดามมาควิซก็หันไปเห็นนิโคลัส คนรักของจินนี่ ซึ่งในมือกำลังถือคบเพลิงเอาไว้ มาดามมาควิซตกใจมาก เธอรู้แล้วว่าใครเป็นคนเผาบ้านของเธอ

มาดามมาควิซ : “จินนี่ นั่นอะไรน่ะ? เธอทำอะไรน่ะจินนี่? เธอจะบ้าไปแล้วหรอ?” นิโคลัสโยนคบเพลิงลงไปบนพื้นชั้นล่าง ไฟได้ลุกไหม้และลามไปอย่างรวดเร็ว

มาดามมาควิซ : “หยุดนะ นิโคลัส!” แต่นิโคลัสก็ไม่ได้สนใจคำของร้องของมาดามมาควิซเลย นิโคลัสเดินเข้ามาบีบคอของมาดามมาควิซอย่างแรง โดยมีจินนี่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ แล้วทันใดนั้นนิโคลัสก็โยนมาดามมาควิซตกลงมาจากระเบียงทางเดินชั้นสอง มาดามมาควิซผู้ใจดี หมดสติและถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต

 

                ในวันรุ่งขึ้นนั้นเอง จินนี่ได้จัดงานศพของมาดามมาควิซที่โบสเล็กๆ แห่งหนึ่ง โดยมีเพื่อนๆของมาดามมาควิซมาร่วมงานเพียงไม่กี่คน รวมไปถึงออสการ์และอังเดรซึ่งมาในนามของแม่ของออสการ์ซึ่งเป็นเพื่อนกับมาดามมาควิซ และสังฆราชโรฮันเพื่อนของมาดามมาควิซก็มาด้วยเช่นกัน  จินนี่แต่งกายด้วยชุดสีดำ แสร้งนั่งร้องไห้อยู่หน้าโรงศพ ส่วนออสการ์และอังเดรก็ได้แต่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ

จินนี่ : “โถ่ คุณป้า ป้าของชั้นใจดีกับชั้นมาก ท่านไม่น่ามาด่วนจากไปเลย”

ออสการ์ไม่เคยเห็นจินนี่มาก่อน จึงถามอังเดรด้วยความสงสัย

ออสการ์ : “ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครกัน?”

อังเดร : “ชั้นได้ยินมาว่า เธอเป็นญาติห่างๆของมาดามมาควิซ แบรนด์วิลเลียร์ และสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์วาลูอิส ชื่อจินนี่”

ออสการ์ : “จินนี่หรอ?”

อังเดร : “เธอไม่รู้จักหรอ?” และทันใดนั้นสังฆราชโรฮันก็เดินเข้ามาคุยกับจินนี่

ออสการ์ : “เอ๊ะ นั่นสังฆราชโรฮันนี่”

อังเดร: “คนนั้นน่ะหรอ?”

ออสการ์ : “เค้าเคยเป็นเอกอัครราชทูตประจำกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย แต่เพราะเค้าหลงผู้หญิงมาก พระมารดาของพระนางอังตัวเน็ต พระนางมาเรีย เทเรซ่า จึงเกลียดเค้าและเค้าก็ถูกปลดจากตำแหน่งและถูกส่งตัวกลับฝรั่งเศส”

อังเดร : “ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้นะ?”

 

หลังจากที่สังฆราชโรฮันเดินมาคุยกับจินนี่เสร็จแล้วเค้าก็เดินกลับออกไป

นิโคลัส : “เฮ้ จินนี่ ผู้ชายคนนั้น...”

จินนี่ : “ใช่แล้ว ชั้นเชิญเค้ามาเองแหละ”

นิโคลัส : “อะ...อะไรนะ? ทำไมเธอต้องเชิญผู้ชายมากตัณหาคนนั้นมาด้วยล่ะ?”

จินนี่ : “ยังไงก็ตาม ผู้ชายคนนั้นก็เป็นสังฆราชที่มีตำแหน่งสูงที่สุดในฝรั่งเศส ชั้นจะไม่ยอมพลาดเรื่องง่ายๆแบบนี้หรอก... ขอบคุณพระเจ้าที่เค้าเป็นเพื่อนของมาดามมาควิซ แบรนด์วิลเลียร์” แล้วจินนี่กับนิโคลัสก็เดินตามสังฆราชโรฮันออกไป

ออสการ์ : “ถ้าเธอสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์วาลูอิสจริงๆแล้วล่ะก็ ป่านนี้เธอก็คงได้เข้าไปอยู่ในพระราชวังแวร์ซายส์ และกลายเป็นดัชเชสไปแล้วแหละ” ออสการ์รู้สึกไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่พวกเค้ารู้มา

                จินนี่ นิโคลัส และสังฆราชโรฮันเดินเข้ามาในห้องๆหนึ่ง จินนี่ยื่นซองจดหมายสีขาวไปให้สังฆราชโรฮัน ซึ่งหน้าซองนั้นเขียนว่า มาจากมาดามมาควิซ

สังฆราชโรฮัน : “ฮึ? นี่...นี่มันจากมาดามมาควิซไม่ใช่หรอ?”

จินนี่ : “ใช่ค่ะ ชั้นเก็บมันมาซักระยะนึงแล้ว ได้โปรดเปิดดูด้วย” สังฆราชโรฮันเปิดจดหมายออกดู

สังฆราชโรฮัน : “ไม่ต้องสงสัยเลย นี่มันลายมือของมาดามมาควิซแน่นอน” แล้วเค้าก็อ่านข้อความในจดหมาย “อืม จินนี่ วาลูอิส เธอจะได้รับมรดกทั้งหมดของมาควิซ!” จินนี่ได้ปลอมแปลงพินัยกรรม เพื่อฮุบสมบัติทั้งหมดของมาดามมาควิซ มาเป็นของเธอนั่นเอง

 

ออสการ์ : “ชั้นไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร แต่แววตาของผู้หญิงคนนั้นเหมือนลุกเป็นไฟและก็พระเลวโรฮันนั่น เหมือนพวกเค้ากำลังรวมหัวกัน ชั้นรู้สึกได้ถึงลางร้ายบางอย่าง” ออสการ์บอกกับอังเดร

 

 

จบตอนที่ 10

Comment

Comment:

Tweet