ออสการ์ตบหน้าอังเดรอย่างแรง จนอังเดรเซไปชนกับเสาด้านหลัง

อังเดร : “ออสการ์ ชั้นทำอะไรผิด? บอกชั้นสิ ออสการ์!” ออสการ์อยู่ในชุดทหารรักษาพระองค์ สีหน้าและแววตาแข็งกร้าว เธอตอบกลับมาด้วยคำพูดที่ไม่มีเยื่อไย

ออสการ์ : “ชั้นไม่อยากเห็นหน้าเธออีก! ไปซะ!”

อังเดร : “ออสการ์! เธอทำแบบนี้ได้ยังไง?!” ออสการ์ควบม้าออกไปโดยไม่สนใจไยดี ปล่อยให้อังเดรร้องเรียกเธออยู่อย่างนั้น “เดี๋ยว! ออสการ์! ออสการ์! ออสการ์!”      

แล้วอังเดรก็สะดุ้งตื่นจากความฝัน เขาพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่ในคอกม้า “ฝันไป...” ม้าของอังเดรโน้มตัวลงมาหาเค้าเป็นเชิงปลอบใจ

อังเดร : “ไม่ต้องห่วงหรอก ชั้นแค่ฝันไป ชั้นไม่ค่อยได้เจอออสการ์เลยตั้งแต่เธอคอยติดตามพระนางอังตัวเน็ตตลอดเวลา แล้วชั้นก็ถูกทอดทิ้ง เหมือนไม่ต้องการชั้นแล้ว... แปลกนะ ชั้นรู้ว่าออสการ์เป็นขุนนางและก็เป็นหัวหน้าทหารรักษาพระองค์ ตำแหน่งของเธอสูงขึ้น ในขณะที่ชั้นเป็นแค่คนเลี้ยงม้าที่ไม่มีอะไรเลย มันอาจจะผิดที่คิดเอาเองว่า มิตรภาพในวัยเด็กจะคงอยู่ตลอดไป”  แล้วออสการ์ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี  อังเดรสะดุ้งเล็กน้อยที่เห็นออสการ์เข้ามากระทันหัน “ออสการ์!”

ออสการ์ : “เธออยู่ในนี้ทั้งคืนเลยหรอ? ชั้นคงไม่ต้องรับผิดชอบใช่มั้ย? ถ้าเธอเกิดป่วยขึ้นมา” ออสการ์พูดด้วยสีหน้าเย็นชา เรียบเฉย ตามปกติ แล้วเธอก็จูงม้าของเธอออกจากคอกม้าไป แต่อังเดรที่ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองถูกทอดทิ้ง ก็รู้สึกน้อยใจยิ่งกว่าเดิม

อังเดร : “ออสการ์ เธอไม่ต้องการชั้นอีกแล้ว...?”

 

                ยามเช้าที่ท้องฟ้าแจ่มใส พระนางอังตัวเน็ต เค้าท์แฟร์ซองและบรรดาสตรีในวัง ต่างชวนกันออกมาชื่นชมดอกไม้ในสวนภายในพระราชวังแวร์ซายส์

อังตัวเน็ต : “โอ้ว สวยจังเลย ดูสิ แฟร์ซอง มันสะท้อนประกายระยิบระยับเพราะน้ำค้างในยามเช้า” อังตัวเน็ตรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับดอกไม้ที่งดงามในยามเช้า พระนางอังตัวเน็ตกำลังจะก้มลงไปเด็ดดอกกุหลาบแสนสวย แต่มาดามโนอิล พระพี่เลี้ยงของอังตัวเน็ตห้ามไว้

มาดามโนอิล : “ฝ่าบาทจะทำอะไรเพคะ?! ถ้าพระองค์เกิดบาดเจ็บ?! นิ้วที่มีค่าของพระองค์จะ...” แต่ยังไม่ทันที่พระนางอังตัวเน็ตจะเอื้อมมือถึงดอกกุหลาบ เค้าท์แฟร์ซองก็ยื่นมือมาเด็ดไปเสียก่อน และก็ส่งให้พระนางอังตัวเน็ตได้ชื่นชม

อังตัวเน็ต : “ขอบคุณ”

แฟร์ซอง : “ด้วยความยินดีพะยะค่ะ” ทั้งคู่จ้องมองกันด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

อังตัวเน็ต : “ช่างงดงามจริงๆ...เดี๋ยวเราไปเดินเล่นที่อุทยานชาแด็ง เดอ ลามูร์ (อุทยานแห่งความรัก) กันนะเค้าท์แฟร์ซอง”

แฟร์ซอง : “พะยะค่ะ” แล้วพวกเค้าทั้งหมดก็เดินชมดอกไม้ในอุทยานกันต่อ โดยมีออสการ์และอังเดรยืนดูอยู่ห่างๆ

อังเดร : “เค้าท์แฟร์ซองนี่เป็นที่พอพระทัยของพระนางอังตัวเน็ตจริงๆเลยเนอะ”

ออสการ์ : “ชั้นเป็นห่วงว่าฝ่าบาทจะไม่สามารถซ่อนความรู้สึกของพระองค์เอาไว้ได้ ชั้นหวังว่าคงจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นนะ” ออสการ์รู้สึกเป็นห่วงอังตัวเน็ต

อังเดร : “ตั้งแต่มาอยู่กับพระนางอังตัวเน็ต เธอชักจะเหมือนแนนนี่ขึ้นทุกที เป็นกังวลก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นซะอีกนะ ออสการ์” อังเดรพูดแซวออสการ์ พอดีกับที่ออสการ์หันหน้ามาสบตาอังเดร อังเดรก็ต้องรู้สึกแปลกๆ อังเดรต้องรีบหลบตาเธอทันที เค้าไม่กล้าที่จะสบตาเธอ แล้วในหัวใจก็เต้นแรงจนแทบจะควบคุมมันไว้ไม่อยู่ 

ออสการ์ : “มีอะไรหรอ? รู้สึกว่าเธอแปลกๆนะวันนี้” ออสการ์เองก็สังเกตเห็นอาการแปลกๆของอังเดรเช่นกัน แต่เธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

อังเดร : “ไม่มีอะไรหรอก” อังเดรพยายามซ่อนอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองเอาไว้

ออสการ์ : “ถอนหายใจแบบนั้นดูไม่ปกติเลย” ออสการ์ยังคงเฝ้ามองพระนางอังตัวเน็ตและเค้าท์แฟร์ซองอยู่ห่างๆ “พระนางอังตัวเน็ตเป็นสิ่งเดียวที่อยู่ในใจของออสการ์อย่างนั้นหรอ?” อังเดรคิดในใจ

                ระหว่างที่พระนางอังตัวเน็ตกำลังเดินชมดอกไม้อยู่นั้น มาดามดูเบอรี่และเพื่อนของเธอก็ขี่ม้าผ่านมาทางนั้นพอดี อังตัวเน็ตจ้องมองมาดามดูเบอรี่บนหลังม้า เธอรู้สึกว่ามาดามดูเบอรี่บนหลังม้านั้นดูสง่างาม น่าอิจฉาซะจริงๆ เธอจึงอยากจะขี่ม้าขึ้นมาบ้าง

               

                ในห้องของพระนางอังตัวเน็ต พระนางอังตัวเน็ตกับพระพี่เลี้ยงมาดามโนอิลกำลังถกเถียงกันเรื่องที่พระองค์อยากจะขี่ม้า

มาดามโนอิล : “ฮะ ม้าหรอเพคะ? ม้าดีดี? พระองค์หมายถึง... ไม่ได้แน่นอนเพคะ! ถ้าเกิดอะไรขึ้น? ได้โปรดดูแลพระองค์เองด้วยเพคะ” มาดามโนอิลพยายามห้ามความคิดของอังตัวเน็ต ด้วยความเป็นห่วง

อังตัวเน็ต : “ทำไมชั้นจะขี่ม้าไม่ได้ล่ะ? ชั้นต่างหากที่จะต้องเป็นคนบอกเธอว่า ห้ามทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่หรอ?” อังตัวเน็ตเถียงมาดามโนอิล

มาดามโนอิล : “ได้โปรดคิดถึงตัวพระองค์เองให้มากกว่านี้เพคะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับราชินีในอนาคต ถึงแม้ว่ามันจะมีโอกาสแค่หนึ่งในล้านก็ตาม อะไรจะเกิดขึ้นกับฝรั่งเศสเพคะ? มกุฎราชกุมารต้องไม่อนุญาตแน่นอนเพคะ!” ด้วยความดื้อรั้นและไม่ฟังใครของพระนางอังตัวเน็ต มาดามโนอิลจึงต้องไปขอร้องให้มกุฏราชกุมารทรงตัดสินพระทัย

 

                มาดามโนอิลเดินทางมาขอร้องมกุฎราชกุมารถึงในโรงตีเหล็ก ขณะนั้นองค์ชายกำลังขะมักเขม้นกับการทำแม่กุญแจอยู่

หลุยส์ออกัส : “มันค่อยๆ เป็นรูปเป็นร่างแล้ว” หลุยส์ออกัสกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการตีเหล็กโดยที่ไม่ได้ใส่ใจมาดามโนอิลเท่าไหร่นัก

มาดามโนอิล : “องค์ชายเพคะ!”

หลุยส์ออกัส : “มาดามโนอิล ซักวันนึงชั้นจะทำให้เธอดู” องค์ชายยังคงสนพระทัยแต่แม่กุญแจ

มาดามโนอิล : “ได้โปรดเถอะ องค์ชาย! ได้โปรดรับสั่งกับองค์หญิงให้ชัดเจนด้วยเพคะ ว่าได้หรือไม่ได้! แล้วอีกอย่างนะเพคะ องค์หญิงจะกลายเป็นคนเอาแต่ใจแล้วก็จะไม่มีใครสามารถห้ามเธอได้เวลาเธอมาขอร้องเรื่องอื่นๆอีกนะเพคะ...” มาดามโนอิลพยายามคาดคั้นให้องค์ชายไม่เห็นด้วยกับพระนางอังตัวเน็ต

หลุยส์ออกัส : “อืม อืม ไม่เป็นไรหรอกมาดามโนอิล”

มาดามโนอิล : “องค์ชายเพคะ!” มาดามโนอิลโมโหที่องค์ชายจะทรงอนุญาต

หลุยส์ออกัส : “ออสการ์จะดูแลเธอและอังเดรก็จะอยู่ที่นั่นด้วย ดังนั้น ถ้ามันเป็นเรื่องเล็กๆน้อย...”

มาดามโนอิล : “องค์ชายทรงตามพระทัยองค์หญิงมากไปนะเพคะ!”

หลุยส์ออกัส : “นั่นก็ดีแล้วนี่” ด้วยความที่องค์ชายรัชทายาทผู้มีจิตใจอ่อนโยน ไม่รู้ว่าจะเอาอกเอาใจพระนางอังตัวเน็ตด้วยวิธีใด พระองค์จึงตามพระทัยในสิ่งที่พระนางอังตัวเน็ตต้องการ

 

                ณ บริเวณสวนภายในพระราชวังแวร์ซายส์ มกุฎราชกุมาร เค้าท์เมอซี่ เค้าท์แฟร์ซอง มาดามโนอิล เหล่าขุนนางและชนชั้นสูง ทุกคนกำลังรอดูการขี่ม้าครั้งแรกของพระนางอังตัวเน็ต พระนางอังตัวเน็ตแต่งฉลองพระองค์ในชุดขี่ม้า พระองค์รู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ทำในสิ่งที่ตนใฝ่ฝัน อังเดรเดินจูงม้าสี่ขาว ตัวสูงใหญ่ ลักษณะดีตัวหนึ่งเข้ามาหาองค์หญิง เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงต่างซุบซิบกัน

“โอ้ว ช่างเป็นม้าที่สวยงามมาก!” “มันเป็นของขวัญจากมกุฏราชกุมาร” “ฝ่าบาทมักจะได้สิ่งที่สวยงามในโลกมาอยู่ในครอบครองเสมอ” “พระองค์ช่างโชคดีจริงๆ” “องค์หญิงไม่เคยหัดขี่ม้ามาก่อนเลยนี่” “ชั้นพนัน 5,000 ลีฟ ว่าเธอจะสามารถควบคุมมันได้” “แต่ชั้นพนัน 5,000 ว่าเธอจะต้องตกม้า” “นั่นๆเธอขึ้นม้าแล้ว”  พระนางอังตัวเน็ตปีนขึ้นไปนั่งบนหลังม้าด้วยความตื่นเต้น แต่ทุกคนในที่นั้น ทั้งอังเดร ออสการ์ มาดามโนอิลและเค้าท์เมอซี่ ทุกคนต่างเป็นห่วงในความปลอดภัยขององค์หญิง อังเดรคอยจับม้าเอาไว้และออสการ์ยืนดูแลอยู่ข้างๆ อย่างใกล้ชิด

อังตัวเน็ต : “ว้าว มันสูงมากเลย! เยี่ยมเลย!” อังตัวเน็ตตื่นเต้นกับการได้ขึ้นนั่งบนหลังม้าเป็นครั้งแรก

อังเดร : “ได้โปรดจับบังเหียนด้วยพะยะค่ะ”

ออสการ์ : “ได้โปรดจับที่เชือก” ออสการ์และอังเดรช่วยกันแนะนำวิธีการขี่ม้า

อังตัวเน็ต : “โห องค์ชาย เค้าท์เมอซี่ ออสการ์ ทุกคนดูตัวเล็กไปเลย!”  เธอหันซ้ายหันขวาด้วยความตื่นเต้น

มาดามโนอิล : “องค์หญิง อย่ายุกยิกอย่างนั้นสิเพคะ!” มาดามโนอิลร้องเตือนด้วยความเป็นห่วง

อังตัวเน็ต : “ได้ๆ” แล้วม้าก็เริ่มขยับ “โอ้ว มันขยับแล้ว” องค์หญิงรู้สึกสนุกสนานไปกันมัน

อังเดร : “องค์หญิง ได้โปรดอยู่นิ่งๆ พะยะค่ะ”

ออสการ์ : “ได้โปรดจับบังเหียนต่ำๆ และดึงแรงๆ ถ้าต้องการหยุดนะพะยะค่ะ” ออสการ์เริ่มแนะนำวิธีการบังคับม้าให้องค์หญิง

อังตัวเน็ต : “ขอบคุณออสการ์”

อังเดร : “และได้โปรดอย่าเตะด้านข้างของม้านะพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ขอบคุณอังเดร” ด้วยความตื่นเต้นดีใจ องค์หญิงก็ลืมแนะนำทั้งหมดที่อังเดรและออสการ์บอก

อังเดร : “องค์หญิง อย่าปล่อยบังเหียนสิพะยะค่ะ!” ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ม้าเกิดพยศขึ้นมา

อังเดต : “ระวัง! ไม่นะ!”  อังเดรและออสการ์ช่วยกันดึงตัวม้าเอาไว้ไม่ให้มันวิ่งไป แต่ด้วยความที่ม้านั้นตัวสูงใหญ่และมีพละกำลังมาก มันจึงวิ่งหลุดออกไปได้โดยลากตัวอังเดรที่จับบังเหียนเอาไว้แน่นติดไปด้วย

ออสการ์ : “ฝ่าบาท” ออสการ์รีบกระโดดขึ้นม้าสีขาวของเธอตามออกไปทันที

อังตัวเน็ต : “ใครก็ได้ ช่วยที!” อังตัวเน็ตกอดคอของม้าเอาไว้แน่นด้วยความกลัว โดยมีอังเดรที่ยังจับบังเหียนม้าเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยลากติดไปกับพื้น

ออสการ์ : “ฝ่าบาท! อังเดร! ปล่อยบังเหียนไปซะ! เธอจะตายนะ!” ออสการ์บอกให้อังเดรปล่อยมือ

อังเดร : “ชั้นจะไม่ปล่อยเด็ดขาด!” ออสการ์รีบเร่งควบม้าตามมาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ทันใดนั้นเอง เชือกบังเหียนที่อังเดรจับไว้แน่นก็ขาดออก อังเดรกลิ้งกระเด็นไปอยู่ข้างทาง

อังเดร : “พระนางอังตัวเน็ต!” ออสการ์รีบควบม้าตามไปอย่างไม่ลดละ

อังตัวเน็ต : “ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”

ออสการ์ : “ฝ่าบาท อย่าปล่อยบังเหียนนะพะยะค่ะ!” ม้าขององค์หญิงวิ่งไปเรื่อยๆ ตามเส้นทางเลียบแม่น้ำภายในพระราชวังแวร์ซายส์ โดยมีออสการ์ควบม้าตามไปติดๆ ทันใดนั้นออสการ์ก็คิดขึ้นมาว่า “ถ้าม้ายังวิ่งอยู่แบบนี้ ฝ่าบาทจะต้องพุ่งลงน้ำแน่ๆ!” ดังนั้นออสการ์จึงใช้แซ่หวดม้าของเธอ เพื่อให้เร่งความเร็วขึ้นอีก จนสามารถวิ่งทันม้าขององค์หญิง

อังตัวเน็ต : “ออสการ์! ช่วยชั้นด้วย!” องค์หญิงยังคงกอดคอม้าเอาไว้แน่น ออสการ์ตัดสินใจโยนแซ่ของเธอทิ้งแล้วพยายามแนะนำอังตัวเน็ตว่า

ออสการ์ : “ฝ่าบาท ได้โปรดเอาตัวออกห่างจากคอของม้าด้วยพะยะค่ะ!”

อังตัวเน็ต : “ไม่ ชั้นทำไม่ได้!”

ออสการ์ : “ฝ่าบาทได้โปรดกล้าด้วยเถอะ ได้โปรด!”

อังตัวเน็ต : “มันเป็นไปไมได้!”

ออสการ์ : “ได้โปรดเชื่อใจหม่อมชั้น! ฝ่าบาท เร็วเข้า! เดี๋ยวนี้!” อังตัวเน็ตได้ยินดังนั้น จึงยอมทำตาม เธอคลายมือออกจากคอของม้า ทันใดนั้น ออสการ์ก็กระโดดออกจากหลังม้าของเธอมาคว้าตัวของพระนางอังตัวเน็ตออกจากหลังม้า โดยใช้ร่างของตัวเองปกป้องร่างของพระนางอังตัวเน็ตเอาไว้ ร่างของทั้งคู่ลอยละลิ่วไปตกอยู่ในป่าริมทาง ม้าของทั้งคู่พุ่งลงไปในแม่น้ำ พระนางอังตัวเน็ตหมดสติไป

ออสการ์ : “ทำใจดีๆไว้นะฝ่าบาท ทำใจดีดีเอาไว้! ฝ่าบาท!” ออสการ์พยายามเรียกอังตัวเน็ตให้ฟื้นขึ้นมา แต่แล้วเธอก็รู้สึกเจ็บที่แขนซ้าย พอหันไปดูก็พบว่ามีกิ่งไม้ปักทะลุแขนซ้ายของเธอ แต่เธอก็แข็งใจดึงมันออกมาแม้จะรู้สึกเจ็บปวดมากก็ตาม ออสการ์แข็งใจอุ้มร่างขององค์หญิงรัชทายาทที่หมดสติกลับเข้ามาในวัง

 

                ที่ห้องบรรทมของพระนางอังตัวเน็ต พระนางอังตัวเน็ตยังคงไม่ได้สติ มาดามโนอิล มกุฎราชกุมารและออสการ์ ยืนเฝ้าอาการของอังตัวเน็ตอย่างใกล้ชิด

มาดามโนอิล : “หมอมาแล้วใช่มั้ย? ช่างโชคร้ายอะไรเช่นนี้! พระองค์ยังไม่รู้สึกตัวเลย...!”

ทางด้านออสการ์ถึงแม้ว่าร่างกายที่บอบช้ำของเธอตอนนี้แทบจะยืนไม่ไหวแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังคงอดทนเฝ้าอาการของอังตัวเน็ตอย่างใกล้ชิด “ฝ่าบาท ได้โปรดฟื้นด้วยเถอะ!”

 

                ณ ท้องพระโรงภายในพระราชวังแวร์ซายส์ ที่เต็มไปด้วยขุนนาง พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 กษัตริย์ของฝรั่งเศส ได้ทราบเรื่องราวการบาดเจ็บขององค์หญิงรัชทายาท ก็รู้สึกโกรธมาก

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ใครเป็นคนดูแลม้าจนทำให้เกิดอุบัติเหตุแบบนี้?! ไปจับตัวมันมาเดี๋ยวนี้!”

คนที่ดูแลม้าตอนนั้นก็คือ อังเดร นั่นเอง เจโลเดล จึงรีบไปบอกออสการ์

ออสการ์ : “อะไรนะ?! อังเดรถูกจับหรอ? อย่าโกหกชั้นนะ” ออสการ์แทบไม่เชื่อหูตัวเอง

เจโลเดล : “มันคือเรื่องจริง หัวหน้า! ตอนนี้เค้าถูกนำตัวไปแล้ว”

ออสการ์ : “อังเดรถูกจับหรอ? เป็นไปไม่ได้!” ออสการ์รีบวิ่งไปที่ท้องพระโรงทันที “อังเดร ชั้นจะไม่ยอมให้เธอตาย ชั้นจะไม่ยอมให้พวกเค้าลงโทษเธอ”

               

                ในท้องพระโรง พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ยืนอยู่บนบัลลังค์หน้าห้อง มีทหารและขุนนางรายล้อมอยู่รอบๆ โดยมีอังเดรที่ถูกจับตัวมา นั่งคุกเข้าก้มหน้าอยู่กลางห้อง

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ผลของการทำให้เกิดโศกนาฎกรรมที่รุนแรงเช่นนี้! เธอเตรียมตัวที่จะรับผลของมันแล้วใช่มั้ย? เธอเป็นต้นเหตุให้องค์หญิงรัชทายาทต้องได้รับบาดเจ็บ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นอุบัติเหตุก็ตาม แต่เธอก็ไม่สามารถที่จะเลี่ยงโทษประหารได้” ทุกคนตกใจกับรับสั่งของฝ่าบาท ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้นต่างรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันเป็นอุบัติเหตุ แต่ก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลืออะไรได้เลย

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “เอามันไปขังคุกเดี๋ยวนี้” ทุกคนตกใจกับคำพิพากษาของฝ่าบาท แต่อังเดรนั้นก้มหน้ายอมรับในชะตากรรม ทหารสองคนเดินเข้ามากำลังจะนำตัวของอังเดรไป แต่ทันใดนั้นเอง ออสการ์ก็เปิดประตูเข้ามาในท้องพระโรง

ออสการ์ : “ได้โปรดรอก่อน!”

อังเดร : “ออสการ์!” ทุกคนในที่นั้นตกตะลึงกับการกระทำของออสการ์ ออสการ์เดินตรงเข้ามาที่หน้าพระพักต์ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 และคุกเข่าลง

ออสการ์ : “ฝ่าบาท ได้โปรดฟังก่อน! องค์ชาย มาดามโนอิล เค้าท์เมอซี่ เค้าท์แฟร์ซองและคนอื่นๆก็เห็น มันเป็นความผิดพลาดที่เกิดจากความประมาท มันไม่ใช่ความผิดของอังเดร!”  แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึงในการกระทำของออสการ์ ออสการ์ชักดาบออกมา และชูขึ้นสุดมือ

อังเดร : “ออสการ์!”

ออสการ์ : “ถ้าอังเดรยังคงต้องรับโทษ ในนามของครอบครัวจาร์เจเยส หม่อมชั้นขอรับโทษก่อน และอีกอย่างในฐานะเจ้านายของอังเดร ความรับผิดชอบของเค้าก็เป็นความรับผิดชอบของหม่อมชั้นด้วยพะยะค่ะ ได้โปรดเอาชีวิตของออสการ์ ฟรังซัวส์ ก่อนพะยะค่ะ”

อังเดร : “ออสการ์...” อังเดรซึ้งใจในการกระทำของออสการ์ ออสการ์ก้มหน้าและวางดาบลงกับพื้นเป็นการน้อมรับการลงโทษ แต่แล้วทุกคนก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อเค้าท์แฟร์ซองเดินออกมาคุกเข่าข้างๆออสการ์

เค้าท์แฟร์ซอง : “ฝ่าบาทพะยะค่ะ!  ฝ่าบาท หม่อมชั้น แอกเซล วอน แฟร์ซอง หม่อมชั้นก็ขอร้องด้วยพะยะค่ะ ฝ่าบาท มันไม่ใช่ความผิดของอังเดร ถ้าฝ่าบาทยังยืนยันแบบนั้น ได้โปรดเอาชีวิตของหม่อมชั้นด้วยพะยะค่ะ!”  ออสการ์เห็นดังนั้นก็รู้สึกซึ้งใจในการกระทำของแฟร์ซองเป็นอย่างมาก “ผู้ชายอะไรเนี่ย แอกเซล วอนแฟร์ซอง! ผู้ชายที่เห็นแก่ความยุติธรรม!” ออสการ์คิด  ทันใดนั้นพระนางมารีอังตัวเน็ตที่ตอนนี้ฟื้นแล้ว ก็ได้เดินออกมาขอร้องฝ่าบาทอีกคน

อังตัวเน็ต : “ฝ่าบาท! ได้โปรดอย่าลงโทษใครเลยเพคะ!” พระนางมารีอังตัวเน็ต วิ่งมาคุกเข่าจับชายผ้าคลุมของฝ่าบาทและขอร้องอ้อนวอน

อังตัวเน็ต : “มันเป็นความผิดของหม่อมชั้นเอง ทั้งหมดเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของหม่อมชั้นเองเพค่ะ!”

ออสการ์ : “พระนางอังตัวเน็ต!” ออสการ์ก็รู้สึกซึ้งใจในการกระทำของพระนางเช่นกัน ท่ามกลางความตกตะลึงของคนในห้องนั้น พระนางอังตัวเน็ตจึงถือโอกาสรวบรัดเอาเองว่า ฝ่าบาทยกโทษให้ทุกคนแล้ว

อังตัวเน็ต : “อังเดร ออสการ์ แฟร์ซอง ไม่เป็นแล้ว ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาเป็นล้นพ้น อย่าให้มีใครต้องมาตายเพราะชั้นเลย! ไม่มีใครกระทำความผิด ถอยไปเร็วสิ! เร็ว!” พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ได้ยินดังนั้นก็ใจอ่อน

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ก็ได้ ถ้าองค์หญิงรัชทายาทพูดแบบนี้ ชั้นจะได้ไม่ต้องให้ใครมารับผิดชอบกับอุบัติเหตุในครั้งนี้ อังเดร เธอมีเจ้านายที่ดีมากเลยนะ”  อังเดรซึ้งใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่

อังเดร : “ฝ่าบาท!” พวกเค้าทั้งหมดไม่ต้องถูกลงโทษแล้ว

ออสการ์มองแฟร์ซองด้วยความชื่นชมและซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง “เค้าท์แฟร์ซอง ชั้นขอบคุณด้วยใจ ชั้นจะไม่ลืมความช่วยเหลือของท่านเลย ไม่มีวันลืม!” แต่ทันใดนั้นเอง ออสการ์ก็ล้มลงกับพื้นต่อหน้าทุกคนในห้องนั้น “ออสการ์!” “เลือด!” เลือดไหลออกจากบาดแผลที่ถูกกิ่งไม้แทงตอนที่ช่วยชีวิตพระนางอังตัวเน็ต

 

                ออสการ์ถูกนำตัวกลับมารักษาที่บ้าน ระหว่างรอหมอ ออสการ์ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง โดยมีแนนนี่ อังเดร และแฟร์ซอง คอยเฝ้าอยู่ใกล้ๆ

แนนนี่ : “พระเจ้า ได้โปรดช่วยชีวิตท่านออสการ์ด้วย ได้โปรดเมตตาพวกเราด้วยเถอะ พระเจ้า!” แนนนี่สวดขอร้องอ้อนวอนพระเจ้า แล้วหมอก็เดินทางมาถึงพอดี ด้วยความร้อนใจ อังเดรเดินเข้าไปหาหมอทันที

อังเดร : “หมอได้โปรดเถอะ ได้โปรดช่วยชีวิตเธอด้วย เธอจะไม่เป็นอะไรใช่มั้ย? ออสการ์จะหายเป็นปกติใช่มั้ย?” อังเดรไม่สามารถควบคุมสติของตัวเองได้แล้ว

หมอ : “ชั้นต้องตรวจดูก่อน” หมอเดินเข้าไปดูอาการของออสการ์

อังเดร : “ถ้าชั้นระวังให้มากกว่านี้ เหตุการณ์แบบนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น...ชั้นเป็นคนทำให้ออสการ์ต้องเป็นแบบนี้ ชั้นจะต้องได้รับโทษ...” อังเดรเฝ้าแต่โทษตัวเอง

แฟร์ซอง : “ใจเย็นๆ อังเดร”

อังเดร : “ออสการ์ ชั้นทำให้เธอต้องบาดเจ็บ!” อังเดรไม่สามารถควบคุมความเสียใจได้ จนแฟร์ซองต้องเข้ามาปลอบ

แฟร์ซอง : “อังเดร! ใจเย็นๆ! ชั้นรู้ว่านายรู้สึกยังไง แต่ตอนนี้เราต้องดูบาดแผลของออสการ์ก่อน...”

หมอ : “ท่านได้โปรดถอดเสื้อออกด้วย” หมอสั่งให้แนนนี่ถอดเสื้อของออสการ์ออก

แนนนี่ : “ค่ะ” แนนนี่เอื้อมมือจะไปถอดเสื้อของออสการ์ แต่แล้วก็ต้องชะงัก เพราะนึกขึ้นได้ว่า ออสการ์เป็นผู้หญิงและในห้องนั้นก็มีอังเดร กับ แฟร์ซองยืนอยู่ แนนนี่จึงสั่งให้อังเดรพาเค้าท์แฟร์ซองออกไปรอข้างนอกก่อน

แนนนี่ : “อังเดร ออกไปข้างนอกกับท่านแฟร์ซองก่อน”

อังเดร : “อ่อ ครับ” แต่แฟร์ซองไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปรอข้างนอกด้วย เพราะยังไงก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน

แฟร์ซอง : “ฮะ ทำไมหรอ? ทำไมต้องมาห่วงเรื่องกาลเทศะกันตอนนี้ด้วย? เค้าไม่สามารถโชว์ผิวต่อหน้าสาธารณะชนได้งั้นหรอ? พวกเราไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ซะหน่อย” แนนนี่ได้ยินอย่างนั้นก็โกรธขึ้นมาทันที

แนนนี่ : “ท่านพูดอะไรนะ? กล้าดียังไงมาพูดแบบนี้ต่อหน้าคุณผู้หญิงของชั้น!” แนนนี่ตะโกนสุดเสียง

แฟร์ซอง : “ฮะ คุณผู้หญิงหรอ?!” แฟร์ซองออกอาการงง เค้าไม่รู้มาก่อนเลยว่า ออสการ์เป็นผู้หญิง

แนนนี่ : “รีบออกไปเดี๋ยวนี้!” แนนนี่ไล่อังเดรกับแฟร์ซองออกไปนอกห้อง

                อังเดรกับแฟร์ซองออกมารอที่สวนหน้าบ้านของออสการ์

แฟร์ซอง : “ออสการ์เป็นผู้หญิง!” แฟร์ซองยังแปลกใจกับสิ่งที่พึ่งได้ยินมา

อังเดร : “ออสการ์ไม่ใช่ผู้หญิง แต่เป็นผู้ชาย” อังเดรทำใจไม่ได้ที่แฟร์ซองรู้ว่าออสการ์เป็นผู้หญิง

แฟร์ซอง : “อะไรนะ แต่เมื่อกี้นี้...”

อังเดร : “ออสการ์เติบโตมาแบบผู้ชาย และใช้ชีวิตเหมือนผู้ชาย แค่นี้ก็พอแล้ว” แล้วอังเดรก็เดินเข้าไปในคอกม้าทันที

“ไม่แปลกใจเลยที่ทำไมไหล่ของเธอถึงเล็ก รูปร่างของเธอก็บอบบางด้วย...แต่ผู้หญิงอะไร ออสการ์ เธอเป็นสุภาพบุรุษมากกว่าผู้ชายซะอีก” แฟร์ซองคิด

 

                ในเย็นวันนั้น นายพลจาร์เจเยส ได้ทราบข่าวว่าออสการ์บาดเจ็บสาหัสเค้าจึงรีบกลับมาที่บ้าน นายพลจาร์เจเยสวิ่งขึ้นไปที่ห้องนอนของออสการ์ ซึ่งออสการ์ก็ยังคงนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

นายพลจาร์เจเยส : “ออสการ์! ออสการ์ ออสการ์อาการเป็นยังไงบ้าง?” นายพลหันไปถามหมอ

หมอ : “เธอเสียเลือดมากจากการบาดเจ็บ และอาการบอบช้ำก็น่าเป็นห่วงมากทีเดียว”

แนนนี่ : “ก็แน่ละสิ เธอตกจากหลังม้าในขณะที่อุ้มพระนางอังตัวเน็ตไว้!” แนนนี่ร้องไห้ออกมาอีกยกใหญ่

นายพลจาร์เจเยส : “เธอจะหายดีใช่มั้ย?”

หมอ : “ครับ ท่านนายพล จะไม่เป็นอันตรายถ้าเธอฟื้นขึ้นมา แต่ ณ จุดนี้ คืนนี้เป็นคืนวิกฤต” นายพลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกเป็นห่วงออสการ์มาก เค้าจับมือออสการ์ขึ้นมากุมไว้แน่น

นายพลจาร์เจเยส : “คืนวิกฤต... ออสการ์ พ่อได้ยินทุกคนยกย่องลูก พ่อภูมิใจในตัวลูกมาก ออสการ์ ลูกเป็นลูกชายที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”

                ในคืนนั้นแนนนี่กับอังเดรนั่งเฝ้าออสการ์อยู่ข้างเตียงทั้งคืน แนนนี่ฟุบหลับไปแล้ว แต่อังเดรยังคงนั่งเฝ้าออสการ์อยู่ไม่ห่าง

อังเดร : “ออสการ์ ได้โปรดฟื้นเถอะ! ออสการ์ ลืมตาสิ! ชั้นละอายใจ ชั้นละอายใจที่สงสัยในความรู้สึกของเธอตอนนั้น” อังเดร คิดถึงความฝันในคืนนั้น ที่เค้าฝันว่าออสการ์ทอดทิ้งเค้าไป  “ออสการ์ เธอไม่เคยเปลี่ยนไปเลยซักนิด เธอยังคงเป็นออสการ์คนเดิม จากวันนั้น วันที่เราโตมาด้วยกัน” น้ำตาของอังเดรไหลออกมา อังเดรหวนคิดถึงภาพในวัยเด็ก ในวันที่เค้าและเธอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ออสการ์ในวัยเด็กถือดาบอยู่ในมือสองเล่ม เธอยื่นดาบเล่มหนึ่งให้เค้า

ออสการ์ : “อังเดร นี่ของเธอ”

อังเดร : “นี่มันดาบที่เจ้านายเคยใช้ตอนเด็กๆนี่ มันเป็นสมบัติของตระกูลที่สืบทอดกันมานะ!”

ออสการ์ : “พ่อให้ชั้น 2 อัน อันนึงของชั้น และอีกอันของนาย”

อังเดร : “ออสการ์” อังเดรรู้สึกซาบซึ้งที่ออสการ์มอบสิ่งของที่มีค่าให้กับเค้า

ออสการ์ : “โอเค เข้ามาเลย!” แล้วทั้งคู่ก็ซ้อมดาบกันอย่างสนุกสนานแล้วก็ไปขี่ม้าด้วยกัน ชีวิตในวัยเด็กช่างสนุกสนานซะจริงๆ

                ภาพออสการ์ในวัยเด็กกำลังนอนเล่นอยู่บนทุ่งหญ้า แต่แล้วก็มีเสียงเรียกของอังเดร “ออสการ์! ออสการ์! ออสการ์!” ออสการ์ลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าเธอนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนของเธอโดยมีอังเดรคอยเรียกเธออยู่ข้างๆ

อังเดร : “ออสการ์! เธอฟื้นแล้วหรอ?” อังเดรดีใจมากที่ออสการ์ฟื้นแล้ว ออสการ์หันมามองหน้าอังเดร

ออสการ์ : “อังเดรหรอ?”

อังเดร : “ออสการ์ โชคดีจริงๆ!” แนนนี่ตื่นขึ้นมาพอดี

แนนนี่ : “โอ้ว ท่านออสการ์ โชคดีจังเลย โชคดีจริงๆ...” แนนนี่ร้องไห้ออกมาเพราะความดีใจที่ออสการ์ฟื้นแล้ว

ออสการ์ : “ชั้นฝันถึงตอนที่เราโตมาด้วยกัน ชั้นได้ยินเสียงของอังเดรเรียกชั้น แล้วก็ร้องไห้ใหญ่เลย”

อังเดร : “ออสการ์...” อังเดรดีใจจนกลั้นน้ำตาแทบไม่อยู่

                เช้าวันนั้นในห้องของออสการ์เต็มไปด้วยบรรยากาศของความยินดีต่างจากเมื่อวานโดยสิ้นเชิง นายพลจาร์เจเยส แนนนี่ อังเดร รวมทั้งเค้าแฟร์ซองที่แวะมาเยี่ยมออสการ์แต่เช้า พวกเค้าพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน

ออสการ์ : “แฟร์ซอง ขอบคุณที่แวะมาเช้านี้”

แฟร์ซอง : “ดี ดี ชั้นค่อยโล่งใจหน่อย เมื่อวานนี้ชั้นเป็นห่วงเธอแทบแย่”

ออสการ์ : “ชั้นขอโทษที่ทำให้ท่านต้องเดือดร้อน”

แฟร์ซอง : “เธอโชคดีจริงๆ”

ออสการ์ : “อ่าว แล้วท่านแม่ไปไหนล่ะ?” ออสการ์ไม่เห็นมาดามจาร์เจเยส จึงถามด้วยความแปลกใจ

แนนนี่ : “มาดามไปดูแลพระนางอังตัวเน็ตค่ะ”

แฟร์ซอง : “พระนางอังตัวเน็ตอาการดีขึ้นแล้ว เธออยากออกไปเดินเล่นตอนเช้านี้”

ออสการ์ : “อ่อ ดีแล้ว” แล้วออสการ์ก็หันไปพูดกับอังเดร ที่ยังคงยืนซึมๆอยู่คนเดียว “ชั้นเป็นห่วงเธอมากนะ อังเดร แต่เธอนี่โชคดีนะ เธออาจจะเป็นเพียงคนเดียวที่ทำร้ายเจ้านาย แล้วไม่โดนตัดหัวนะอังเดร 555” ออสการ์พูดแซวอังเดร แล้วออสการ์กับแฟร์ซองก็หัวเราะอย่างสนุกสนาน เหมือนกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันไม่ใช่เรื่องที่หนักหนาอะไร แต่ในหัวใจของอังเดรนั้นยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งกับเรื่องที่ออสการ์ได้เสี่ยงชีวิตช่วยเค้าไว้เมื่อวานนี้ “ออสการ์...เธอ... ซักวัน ชั้นจะมอบชีวิตให้เธอ... เหมือนกับที่เธอได้ทำให้ชั้นเมื่อวานนี้! ซักวัน... ซักวัน...ซักวัน เพื่อเธอ ชั้นจะ...ชั้นจะมอบชีวิตของฉันให้เธอ! ชั้นจะมอบชีวิตของชั้นให้เธอ!”

 

จบตอนที่ 8

edit @ 9 Jun 2012 03:21:52 by Lady Oscar

Comment

Comment:

Tweet