มกุฎราชกุมารใช้เวลาทั้งคืนในโรงตีเหล็กอีกแล้ว ทรงให้เวลาทั้งหมดกับการล่าสัตว์และการทำแม่กุญแจ อังตัวเน็ตถูกหลุยส์ออกัสทอดทิ้ง สามีและภรรยาเป็นเพียงแค่ในนามเท่านั้น มารี อังตัวเน็ตผู้น่าสงสาร ต้องถูกทิ้งให้นอนคนเดียวเช่นเคย

                ด้วยความเบื่อหน่ายกับชีวิตในวัง ในเช้าวันหนึ่ง พระนางมารี อังตัวเน็ต แอบย่องออกมาจากห้องบรรทมเพื่อที่จะหนีจากการเรียนเรื่องต่างๆที่น่าเบื่อ แต่ก็ถูกออสการ์จับได้อีกเช่นเคย

ออสการ์ : “พระนางอังตัวเน็ต! จะเสด็จไปไหนพะยะค่ะ พระองค์โดดเรียนหรอพะยะค่ะ?” ออสการ์รู้ทัน

อังตัวเน็ต : “ก็มันไม่สนุกนี่นา กริยา,มารยาท,จารีตประเพณี,พิธีการ...! นี่ออสการ์ ชั้นขี่ม้าได้มั้ย?”

ออสการ์ : “ไม่ได้พะยะค่ะ! ถ้าพระองค์เกิดบาดเจ็บขึ้นมาล่ะพะยะค่ะ?” ออสการ์ห้ามด้วยความเป็นห่วง

อังตัวเน็ต : “เป็นองค์หญิงจะทำอะไรสนุกๆไม่ได้เลยรึไง?”

ออสการ์ : “หม่อมชั้นเข้าใจความรู้สึกของพระองค์ แต่พระองค์ต้องขออนุญาตจากมกุฎราชกุมารก่อนพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “องค์ชายไม่ทรงสนพระทัยชั้นเลย! วันๆคิดแต่เรื่องแม่กุญแจ” พระนางอังตัวเน็ตน้ำตาคลอเบ้า และตัดพ้อด้วยความน้อยใจ 

                พระนางอังตัวเน็ตจึงไปหามกุฎราชกุมาที่โรงตีเหล็ก โดยมีออสการ์ตามเสด็จไปด้วย พอมาถึงหน้าโรงตีเหล็กพระนางอังตัวเน็ตก็เปิดประตูเข้าไปและก็ต้องสำลักควัน เพราะในโรงตีเหล็กเต็มไปด้วยควันไฟ จากการหลอมเหล็กเพื่อทำแม่กุญแจ

อังตัวเน็ต : “องค์ชายเพคะ!” อังตัวเน็ตกราดเกรี้ยวใส่องค์ชาย

หลุยส์ออกัส : “ธ...เธอมาที่แบบนี้ทำไมกัน?” หลุยส์ออกัสรู้สึกแปลกใจที่เห็นพระนางอังตัวเน็ตมาที่นี่

อังตัวเน็ต : “พระองค์ทำอย่างกับเป็นช่าง มาอยู่ในที่แบบนี้ทุกวันเลยนะเพคะ! องค์ชายไม่พูดกับหม่อมชั้นเลย!” อังตัวเน็ตตัดพ้อองค์ชายด้วยความน้อยใจ แต่ด้วยความที่หลุยส์ออกัส เป็นคนขี้อาย ก็ไม่รู้ว่าจะตอบว่าอย่างไรดี จึงได้แต่บ่ายเบี่ยงไป

หลุยส์ออกัส : “อ..เออ คือ ชั้นจะไปล่าสัตว์และชั้นก็ไม่ค่อยจะมีเวลาเลย”

อังตัวเน็ต : “อะไรสำคัญกว่ากันเพคะ หม่อมชั้นหรือว่าล่าสัตว์?” อังตัวเน็ตเริ่มโกรธที่องค์ชายไม่สนพระทัยเธอเลย

หลุยส์ออกัส : “แน่นอน เธออยู่แล้ว...”

อังตัวเน็ต  : “แล้วทำไม...?” อังตัวเน็ตยังไม่ทันจะพูดจบ องค์ชายก็เดินไปหยิบอะไรบางอย่างมาให้เธอ

หลุยส์ออกัส : “เออ ใช่แล้ว นี่ของเธอ” องค์ชายหยิบแม่กุญแจรูปหัวใจอันใหญ่ ที่พระองค์ตั้งใจทำให้อังตัวเน็ตเป็นพิเศษมาให้และด้วยความเขินอาย พระองค์จึงรีบวิ่งออกจากโรงตีเหล็ก ปล่อยให้พระนางมารี อังตัวเน็ต ตะโกนไล่หลังด้วยความน้อยใจ แล้วเธอก็โยนแม่กุญแจรูปหัวใจลงพื้น

อังตัวเน็ต : “พระองค์วิ่งหนีหม่อมชั้นหรอเพคะ องค์ชาย! องค์ชายไม่ชอบหม่อมชั้นแล้วหรอเพคะ?!...”

 

                จากเรื่องเล็กๆในวันนั้นก็ทำให้คนทั่วทั้งแวร์ซายส์เอาไปซุบซิบนินทาเรื่องความสัมพันธ์ขององค์รัชทายาทกันอย่างสนุกสนาน เค้าท์เมอซี่จึงต้องตักเตือนพระนางมารี อังตัวเน็ต ในห้องของพระนางอังตัวเน็ต

เค้าท์เมอซี่ : “พระองค์ไม่ทรงทราบหรอพะยะค่ะ? พระองค์ไม่ควรทำอะไรแบบนั้นในแวร์ซายส์ มีคนตั้งมากมายซุบซิบนินทาเรื่องของทั้งสองพระองค์  อย่าให้คนพวกนั้นมีข้ออ้างได้ และนอกจากนี้อย่าทำให้องค์ชายต้องอับอายมากไปกว่านี้ พระองค์ไม่ทรงทราบหรอพะยะค่ะ? พระองค์ต้องพิจารณาถึงสถานะ...” อังตัวเน็ตฟังอย่างไม่ใส่ใจ และแกล้งทำเป็นง่วงนอน จนเค้าท์เมอซี่ต้องตะคอกใส่ “พระนางอังตัวเน็ต!”

 

                ที่ห้องของมาดามดูเบอรี่ ซึ่งเธอกำลังดื่มชาอยู่กับมาดามท่านหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนของเธอ พวกเธอก็กำลังคุยกันถึงเรื่องขององค์รัชทายาทเช่นกัน

ดูเบอรี่ : “555 แล้วไงต่อ? แล้วยัยหัวแดงนั่นทำยังไงต่อ?” ดูเบอรี่ฟังเพื่อนของเธอเล่าด้วยความสนใจ

เพื่อนดูเบอรี่ : “อ๊า...น่ากลัว...โยนค้อนใส่องค์ชาย ทำลายกุญแจ ยุ่งเหยิงไปหมด”

ดูเบอรี่ : “ชั้นพอจะคิดภาพออก...ใบหน้าของช่างทำกุญแจ 555 ชั้นจะต้องเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้พระราชาฟังซะแล้ว”

เพื่อนดูเบอรี่ : “ไม่ใช่แค่มีดเท่านั้นที่จะฆ่าคนได้ ข่าวลือก็ทำให้ถึงตายได้เช่นกัน ถ้าถูกที่ถูกเวลา” เพื่อนของดูเบอรี่ ออกความเห็น ดูเบอรี่ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสนใจขึ้นมาทันที

ดูเบอรี่ : “ถึงตายหรอ?”

เพื่อนดูเบอรี่ : “ใช่ สำหรับคนที่มีอำนาจมากพอ ก็อาจจะทำได้”  ดูเบอรี่หัวเราะชอบใจในความคิดนี้

 

                องค์รัชทายาทกับออสการ์และเหล่าขุนนางกำลังขี่ม้าออกไปล่าสัตว์กัน แล้วอยู่ๆ องค์ชายรัชทายาทก็พูดกับออสการ์

หลุยส์ออกัส : “ออสการ์ ชั้นไม่รู้...” ออสการ์ซึ่งกำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่ก็ตกใจและก็หันมา

ออสการ์ : “ฮะ?!”

หลุยส์ออกัส : “เธอทั้งสวยและน่ารัก ดังนั้น...ชั้นจึงไม่รู้ว่าจะพูดกับเธอยังไง เธอจะทำอะไรหรือพูดอะไรก็ดูดีไปหมด ส่วนชั้น เตี้ย ขาสั้น และอ้วน ชั้นรักเธอมาก แต่...ได้โปรดอย่าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังนะ” องค์ชายรัชทายาทได้ระบายความในใจให้ออสการ์ฟัง

ออสการ์ : “หม่อมชั้นเข้าใจพะยะค่ะ หม่อมชั้นคือทหารรักษาพระองค์ผู้ซึ่งปกป้ององค์รัชทายาททั้งสอง” แล้วเสียงของขุนนางที่อยู่ด้านหน้าก็ตะโกนมา “หมาป่า เราเจอหมาป่าแล้ว”

ออสการ์ : “รีบเสด็จเถอะฝ่าบาท” ออสการ์บอกให้องค์ชายรีบเสด็จไปล่าหมาป่า

หลุยส์ออกัส : “อืม” แล้วองค์ชายก็ควบม้าไป

“องค์ชายผู้น่าสงสาร อารมณ์ของฝ่าบาทช่างแตกต่างจากองค์หญิง องค์หญิงทำตามอารมณ์ของพระองค์เอง แต่ไม่มีใครเข้าใจในความมีเมตตาขององค์ชายเลย” ออสการ์คิด แล้วก็ควบม้าตามไป

 

                ที่ห้องของพระนางมารีอังตัวเน็ตซึ่งเต็มไปด้วยสตรีชนชั้นสูงที่มาสังสรรค์กัน มีกองของหนังหมาป่ากองโตวางอยู่ เหล่าสตรีต่างตื่นเต้นที่เห็นขนสวยๆ ของหมาป่าพวกนี้

สตรีชั้นสูง : “ว้าว สวยจังเลย องค์ชายรัชทายาทนี่ฝีมือไม่เบาเลย ขนสวยจัง พึ่งล่ามาใหม่ๆ ยังอุ่นๆอยู่เลยดูสิ น่าจะเอาไปทำหมวกหรือว่าที่ปิดหูสวยๆนะเพคะองค์หญิง ผ้าคลุมไหล่เป็นไงเพคะ มันจะขับผิวขาวของพระองค์ให้โดดเด่นยิ่งกว่าเดิมนะเพค่ะ” แต่พระนางมารี อังตัวเน็ตไม่ได้ตื่นเต้นกับของพวกนี้เลย

อังตัวเน็ต  : “ชั้นมีหมวก 92 ใบ และผ้าคลุมไหล่ 188 ผืนแล้วนะ” อังตัวเน็ตรู้สึกเบื่อหน่ายกับของพวกนี้

สตรีชั้นสูง : “โอ้ว น่าอิจฉาจังเพคะ” “พระองค์เหมือนผู้หญิงคอซแซค ถ้าพระองค์สนใจในงานเต้นรำสวมหน้ากากที่โรงละคร แล้วก็สวมผ้าคลุมไหล่!”

อังตัวเน็ต : “ฮะ..งานเต้นรำสวมหน้ากากหรอ?” อังตัวเน็ตตาลุกวาวที่ได้ยินเรื่องงานเต้นรำสวมหน้ากากซึ่งเธอไม่เคยไปมาก่อน เธอจึงคิดอะไรสนุกๆ อีกแล้ว

 

                ในตอนหัวค่ำ ออสการ์ขี่ม้ากลับเข้ามาในวังพอดี แต่แล้วก็ต้องแปลกใจที่ได้เจอแม่ของเธอ มาดามจาร์เจเยส ดักรออยู่

มาดามจาร์เจเยส : “ออสการ์”

ออสการ์ : “ท่านแม่”

มาดามจาร์เจอเยส : “พระนางอังตัวเน็ตคอยลูกอยู่ตรงโน้น” แม่ของออสการ์ชี้ไปที่รถม้าที่จอดแอบอยู่ข้างตึก ออสการ์เดินเข้าไปที่ข้างรถม้า

ออสการ์ : “องค์หญิง หม่อมชั้นอยู่นี่แล้วพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ชู่ว... เบาๆสิ ออสการ์”

ออสการ์ : “ฮะ?” ออสการ์งงกับท่าทางลับๆล่อๆของอังตัวเน็ต

อังตัวเน็ต : “ชั้นจะปลอมตัวเข้าไปในปารีส ไปทำอะไรสนุกๆ ชั้นจะไปงานเต้นรำสวมหน้ากากที่โรงละคร”

ออสการ์ : “ไม่ได้นะพะยะค่ะ! ฝ่าบาทยังไม่ทรงทราบ”

อังตัวเน็ต : “ไม่เป็นไรหรอก ไม่มีใครสังเกตหรอกว่าชั้นคือองค์หญิงรัชทายาท เพราะว่าชั้นสวมหน้ากาก” แล้วพระนางอังตัวเน็ต ก็หยิบหน้าการขึ้นมาสวม “ได้โปรดตามมาเป็นบอดี้การ์ดให้ชั้นด้วย นะออสการ์นะ?” อังตัวเน็ตขอร้องออสการ์

ออสการ์ : “องค์หญิง อย่าไปเลยนะพะยะค่ะ หม่อมชั้นได้ยินมาว่า พวกคนชั้นต่ำ อย่างพ่อค้าแม่ค้าและนักแสดงก็ไปที่นั่นด้วยนะพะยะค่ะ พระองค์อย่าไปในที่อโคจรแบบนั้นเลยพะยะค่ะ” ออสการ์พยายามเกลี้ยกล่อมพระนางอังตัวเน็ตไม่ให้ไปในที่แบบนั้น แต่พระนางก็ยังดื้อดึงไม่ยอมฟัง

อังตัวเน็ต : “ชั้นแค่จะไปดูเฉยๆ ไปกันเลย!” แล้วพระนางก็สั่งให้ออกรถทันที

ออสการ์ : “องค์หญิง เดี๋ยวก่อนพะยะค่ะ” ออสการ์พยายามห้ามแต่ไม่ทันแล้ว ออสการ์จึงจำใจต้องตามเสด็จไป อย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

 

                ที่โรงละคร (โอเปร่าเฮ้าส์) เต็มไปด้วยหญิงชายที่ต่างจับคู่กันเต้นรำเต็มไปหมด ผู้หญิงทุกคนจะใส่หน้ากาก รวมทั้งองค์หญิงรัชทายาทก็ทรงเต้นรำกับชายแปลกหน้าอย่างสนุกสนาน ออสการ์ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ อย่างเซ็งๆ

ผู้ชาย : “ท่านเต้นรำเก่งจริงๆเลย ท่านชื่ออะไรหรอ?” ชายแปลกหน้าถามอังตัวเน็ตโดยไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร

อังตัวเน็ต : “เออ! ชั้นบอกไม่ได้หรอก”

ผู้ชาย : “ชั้นอยากจะอยู่กับท่านทั้งคืนเลย”

ทันใดนั้นองค์หญิงก็หันไปเห็นชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่ง ชายคนนี้ทำให้หัวใจขององค์หญิงเต้นรัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน องค์หญิงแทบจะควบคุมอาการไว้ไม่อยู่ เธอวิ่งออกมายืนอยู่ที่ระเบียง

อังตัวเน็ต : “หัวใจชั้นเต้นแรงเหมือนว่ามันจะหลุดออกมาอย่างนั้นแหละ ชั้นไม่เคยรู้เลยว่า โลกนี้มันช่างน่ารื่นรมย์ซะจริงๆ อยู่ที่นี่ทำให้ชั้นลืมว่าตัวเองเป็นองค์หญิงรัชทายาท เมื่อเทียบกับชีวิตในวังแล้วที่นี่เหมือนอยู่ในความฝันเลย” ทันใดนั้นก็มีเสียงชายคนหนึ่งดังขึ้น

เค้าท์แฟร์ซอง : “คุณผู้หญิงครับ” อังตัวเน็ตหันกลับมาและก็ต้องตกใจ เพราะเค้าคือชายคนนั้นที่ทำให้หัวใจของเธอเต้นแรง

เค้าท์แฟร์ซอง : “ขออภัยด้วย คุณผู้หญิงได้โปรดเต้นรำกับกระผมได้มั้ย?” เค้าท์แฟร์ซองขอพระนางอังตัวเน็ตเต้นรำ โดยที่ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร

เค้าท์แฟร์ซอง : “คุณผู้หญิงคงจะเป็นชนชั้นสูงอย่างแน่นอน ถ้าเป็นไปได้ กระผมขอชมใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั้นได้หรือไม่?” เค้าท์แฟร์ซอง รู้สึกหลงรักเธอถึงแม้ว่าเธอจะสวมหน้ากากอยู่

อังตัวเน็ต : “ม.ไม่ได้...” องค์หญิงยังไม่ทันที่จะห้าม เค้าท์แฟร์ซอง ยื่นมือมาถอดหน้ากากของอังตัวเน็ตออก เมื่อเค้าได้เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากาก เค้าก็ต้องตกตะลึงในความงามของเธอ “ยิ่งกว่าความฝัน! ตาแบบนี้ ปากแบบนี้ ผิวพรรณแบบนี้ ใครจะรู้ว่าผู้หญิงแบบนี้จะมีอยู่จริง?” เค้าท์แฟร์ซองหลงรักเธอเข้าอย่างจัง

ทันใดนั้น ออสการ์ที่ยืนอยู่อีกฝั่งของโรงละคร ก็สังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาคุยกับพระนางอังตัวเน็ตอย่างใกล้ชิดจึงรีบเดินเข้ามาขวาง ออสการ์ใช้ด้ามของดาบล็อคที่คอของแฟร์ซองไว้ แฟร์ซองก็รู้สึกตกใจ

ออสการ์ : “เจ้าหนุ่ม แจ้งชื่อของท่านมา! ยศ! และตำแหน่งด้วย!” ออสการ์รู้สึกฉุน

อังตัวเน็ต : “ออสการ์!” อังตัวเน็ตร้องห้ามออสการ์ไม่ให้เสียมารยาทกับแฟร์ซอง

เค้าท์แฟร์ซอง : “ชั้นว่าตามมารยาทแล้วท่านควรจะบอกชื่อของท่านก่อนที่จะถามชื่อของคนอื่น” ออสการ์ลดดาบลงและแนะนำตัวเอง

ออสการ์ : “ออสการ์ ฟรังซัวส์ เดอ จาร์เจเยส... ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์”

เค้าท์แฟร์ซอง : “ชั้น ฮาน แอกเซล วอน แฟร์ซอง เป็นชาวสวีเดน ศักดิ์ คือ เค้าท์ ชั้นกำลังเรียนอยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นจึงยังไม่มีตำแหน่งจนกว่าจะกลับไปที่ประเทศของชั้น”

ออสการ์ : “อืม วอน แฟร์ซอง... ถ้าท่านต้องการจะพูดคุยกับพระองค์ ให้มาที่พระราชวังแวร์ซายส์และมาขอเข้าเฝ้าอย่างเป็นทางการ พระองค์คือองค์หญิงรัชทายาทของฝรั่งเศส พระนางมารี อังตัวเน็ต” ออสการ์แนะนำตัวขององค์หญิงรัชทายาท แฟร์ซองได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตกใจมาก

เค้าท์แฟร์ซอง : “พระนางอังตัวเน็ตหรอ?!” เค้าท์แฟร์ซอง คุกเข่าลงหน้าพระพักต์และจูบที่มือขององค์หญิง

เค้าท์แฟร์ซอง : “โปรดประทานอภัยให้หม่อมชั้น ที่หม่อมชั้นหยาบคายโดยที่หม่อมชั้นไม่รู้พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ท่านแฟร์ซองใช่มั้ย? ชั้นจะจำชื่อของท่านไว้” ออสการ์สังเกตเห็นแววตาของทั้งคู่ที่จ้องมองกัน ออสการ์ก็รู้สึกฉุนขึ้นมาอีก

ออสการ์ : “หัวหน้านางกำนัน! เตรียมรถม้าเดี๋ยวนี้”

                มีอะไรบางอย่างเปล่งประกายในแววตาของเค้าทั้งสอง เมื่อพวกเค้าอายุ 18 ปี นี่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักของขุนนางทางเหนือกับสตรีผู้เลอโฉมของแวร์ซายส์ผู้ซึ่งเกลียดความเบื่อหน่าย มันเริ่มต้นโดยที่พวกเค้าไม่ทันรู้ตัว

 

                เรื่องราวที่องค์หญิงรัชทายาทหนีออกไปเที่ยวนอกวังนั้น ก็ไม่อาจจะเล็ดลอดสายตาของคนในวังไปได้ ที่ห้องของมาดามดูเบอรี่ ซึ่งกำลังสังสรรค์อยู่กับเหล่าสตรีชนชั้นสูงในห้องนั้น ก็กำลังซุบซิบนินทาเรื่องขององค์หญิงรัชทายาทอยู่เช่นกัน

ดูเบอรี่ : “ในที่สุดหล่อนก็เผยธาตุแท้ของหล่อนออกมาจนได้ เธอเกิดเป็นเชื้อพระวงศ์ แต่ทำให้สิ่งที่ไม่ต่างจากเด็กสาวธรรมดาทั่วไป”

สตรีชั้นสูง : “แต่ชั้นก็แอบอิจฉาเธอนะ ได้ยินมาว่าเค้าท์แฟร์ซองหลงรักเธอ” “ใช่ เค้าเต้นรำเก่งและก็หล่อด้วย เค้าเพอเฟ็คมาก” “นี่เค้ามาเข้าเฝ้า 3 ครั้งแล้วนะ” “จะดีหรอ? มกุฎราชกุมารทรงปล่อยปะละเลยพระนางอังตัวเน็ต” เหล่าสตรีชั้นสูงต่างซุบซิบเรื่องพระนางอังตัวเน็ต กับเค้าท์แฟร์ซองอย่างสนุกปาก แล้วก็มีสตรีผู้หนึ่งเปิดประตูเข้ามา “นี่ๆ เค้ามาอีกแล้ว ชายสวีเดนคนนั้นน่ะ” “เค้าท์แฟร์ซองหรอ?” “ไปดูเค้ากันเร็ว” ดูเบอรี่ได้ยินคำนินทาต่างๆนานา ก็นึกแผนชั่วขึ้นมาได้ เธอจึงพูดกับมาดามเพื่อนของเธอว่า

ดูเบอรี่ : “ก่อนหน้านี้ ท่านเคยพูดว่า คำนินทาบางครั้งก็สามารถฆ่าคนได้”

เพื่อนดูเบอรี่ : “ถ้ามีจดหมายอื้อฉาว องค์หญิงรัชทายาทจบเห่แน่ ถ้ามีหลักฐาน...” มาดามดูเบอรี่และมาดามเพื่อนของเธอร่วมกันวางแผนจะทำอะไรบางอย่างอีกแล้ว

 

                ที่ห้องพระนางอังตัวเน็ต เต็มไปด้วยเหล่าสตรีชั้นสูงที่มาสังสรรค์กัน และเค้าท์แฟร์ซองซึ่งมาเข้าเฝ้าพระนางอังตัวเน็ต เค้าท์แฟร์ซองทักทายพระนางด้วยการจูบที่มือ สตรีชนชั้นสูงเหล่านั้นต่างให้ความสนใจเค้าท์แฟร์ซองเป็นอย่างมาก “ขอโทษค่ะ ท่านแฟร์ซองใช่มั้ย? พระอาทิตย์เที่ยงคืนมันเหมือนกับพระอาทิตย์ตอนกลางวันมั้ยคะ?” สตรีชนชั้นสูงผู้หนึ่งถามขึ้นด้วยความอยากรู้

เค้าท์แฟร์ซอง : “ใช่ แต่แค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ก็เหมือนกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในภาคเหนือนั่นแหละ แต่ชั้นยังไม่เคยได้ยินว่ามีคนกลายเป็นโรคนอนไม่หลับหรอกนะ” เค้าท์แฟร์ซองตอบแบบตลกสนุกสนาน “แหมท่านนี่ตลกจริงๆ” พระนางอังตัวเน็ตและเหล่าสตรีชนชั้นสูงคุยกันหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน

                ส่วนออสการ์ ก็แอบมาหลบมุมอยู่ห่างๆ และยืนคุยกับอังเดรสองคน

ออสการ์ : “เธอสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับพระนางอังตัวเน็ตมั้ย?”

อังเดร : “ก็ไม่มีอะไรนี่ ก็ยังเอาแต่ใจเหมือนเดิม ก็ยังถูกมาดามโนอิลดุเป็นประจำเหมือนเดิม” จริงๆแล้วอังเดรก็รู้อยู่แก่ใจว่า ออสการ์หมายถึงอะไร แต่ก็แกล้งตอบบ่ายเบี่ยงไปอย่างนั้น

ออสการ์ : “หรอ ถ้าเธอไม่สังเกตเห็น ชั้นก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงมันเท่าไหร่”

อังเดร : “เธอหมายถึง ผู้ชายที่ชื่อแฟร์ซองนั่นใช่มั้ย?” อังเดรพูดตรงๆ

ออสการ์ : “พระนางมารี อังตัวเน็ต ดูเธออารมณ์ดีอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนที่แวร์ซายส์ มันอาจจะทำให้เธอตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตราย ที่แวร์ซายส์ ถ้าใครคนหนึ่งทำตัวเหมือนมนุษย์ทั่วไป ไม่สนใจกฏเกณฑ์และมารยาท นั่นก็หมายถึงแปลกแยกหรือถูกเนรเทศ ชั้นหวังว่าเรื่องแบบนี้คงจะไม่เกิดขึ้น”

อังเดร : “ยังหลักแหลมเหมือนเดิม ความหยั่งรู้ของผู้หญิงเนี่ย อุ๊ย...ชั้นผิดไปแล้ว ออสการ์ ฟรังซัวส์ เดอ จาร์เจเยส เป็นผู้ชายนี่นา” อังเดรแกล้งพูดประชดออสการ์ แต่ออสการ์กลับจริงจังขึ้นมา

ออสการ์ : “นี่ไม่ใช่เวลาจะมาตลกนะ! อังเดร จากนี้ไปเธอจะต้องจับตาดูคนรอบข้างของพระนางอังตัวเน็ตให้ดี ถ้าคำนินทาที่น่ารังเกียจหลุดออกไปล่ะก็ มันอาจจะสายไป”

อังเดร : “อืม”

 

                กลางดึกวันนั้น เจโลเดลเดินถือตะเกียง ออกเดินตรวจตรารอบๆพระราชวังแวร์ซายตามปกติ แต่แล้วเค้าก็สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่าง เค้าเห็นมาดามดูเบอรี่แต่งตัวด้วยผ้าคลุมมิดชิดขึ้นรถม้าออกไปกลางดึก  “ทำไมเธอถึงแต่งตัวแบบนั้นออกไปกลางดึกนะ?” ด้วยความสงสัย เจโลเดลจึงแอบขี่ม้าตามไปเงียบๆ เจโลเดลเห็นมาดามดูเบอรี่กับเพื่อนของเธอ แต่งตัวด้วยผ้าคลุมมิดชิด เดินเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง เจโลเดลจึงแอบฟังการสนทนาของพวกเค้าอยู่นอกหน้าต่าง มาดามดูเบอรี่ส่งกระดาษแผ่นหนึ่งให้กับลาซาน ชายตาเดียว ซึ่งเป็นนักปลอมลายมือ

ลาซาน : “ท่านต้องการให้ชั้นเขียนจดหมายรัก โดยปลอมลายมือนี้หรอ?”

ดูเบอรี่ : “จดหมายแบบรุ่มหลง”

ลาซาน : “ลายมือนี้ไม่ดีเลย อืม...เป็นงานยาก” ลาซานแกล้งทำเป็นลังเล

ดูเบอรี่ : “ 1,200 ลีฟ” ดูเบอรี่เสนอค่าจ้างให้ลาซาน

ลาซาน : “ลายเซ็นนี้...อังตัวเน็ต..ก็ยาก” ลาซานเล่นตัวอีกเพื่อหวังว่าจะได้เงินเพิ่ม

เพื่อนดูเบอรี่ : “1,400” มาดามเพื่อนของดูเบอรี่จึงเสนอเงินมากกว่าเดิมอีก

ลาซาน  : “ชั้นต้องใช้เวลาแต่งประโยค 3 วัน” ลาซานต่อรองมากขึ้น

ดูเบอรี่ : “ทำให้เสร็จคืนนี้ แล้วแกจะได้ 2,000 ลีฟ” ดูเบอรี่เสนอเงินมากขึ้นอีก

ลาซาน : “เข้าใจแล้ว ชั้นจะทำให้เสร็จคืนนี้” มาดามดูเบอรี่และเพื่อนของเธอว่าจ้างให้ลาซานเขียนจดหมายรักโดยปลอมเป็นลายมือของพระนางอังตัวเน็ตนั่นเอง

 

                เช้าวันรุ่งขึ้นเค้าท์แฟร์ซองก็ยังคงมาเข้าเฝ้าพระนางอังตัวเน็ตอีกเช่นเคย ทั้งคู่ออกไปเดินเล่นกันในสวนการได้ใช้เวลาอยู่กับเค้าท์แฟร์ซอง ช่างเป็นช่วงเวลาที่ทำให้พระนางมารีอังตัวเน็ตมีความสุขและลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมความเบื่อหน่ายไปจนหมดสิ้น

 

                ทางด้านของมาดามดูเบอรี่และเพื่อนของเธอซึ่งตอนนี้ได้ปลอมจดหมายรักที่เป็นจดหมายตอบจากพระนางอังตัวเน็ตเขียนถึงแฟร์ซองมาแล้ว มาดามเพื่อนของมาดามดูเบอรี่จึงดำเนินการตามแผนต่อไป เธอแอบเอาจดหมายไปวางไว้บนทางเดิน เพื่อหวังว่าจะให้นางกำนันที่กำลังเดินมานั้น เห็นและเก็บไปอ่าน แต่แผนก็ต้องล้มเหลว เพราะทันใดนั้น มาดามจาร์เจเยส แม่ของออสการ์ได้เปิดประตูออกมาและพบจดหมายเข้าซะก่อน เธอจึงเก็บขึ้นมา

มาดามจาร์เจเยส : “ท่านแฟร์ซอง...อังตัวเน็ต!” มาดามจาร์เจเยสเห็นชื่อบนจดหมายก็ต้องตกใจ แต่เธอก็แอบเก็บไปเงียบๆ โดยที่ไม่ให้ใครเห็น มาดามจาร์เจเยส จึงนำจดหมายนี้ไปให้ออสการ์ดู

                เย็นวันนั้นขณะที่เค้าท์แฟร์ซองกำลังจะเดินทางกลับ ออสการ์ได้มาดักรอแฟร์ซองระหว่างทาง

ออสการ์ : “แฟร์ซอง!” ออสการ์เรียกเค้าท์แฟร์ซอง เพื่อมาสอบถามเรื่องจดหมาย ออสการ์ยื่นจดหมายให้แฟร์ซองดู

ออสการ์ : “โชคดีนะที่แม่ของชั้นเป็นคนเก็บได้ มันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าคนอื่นมาเห็นเข้า!”

เค้าท์แฟร์ซอง : “นั่นอะไรน่ะ?” เค้าแฟร์ซองทำหน้างง กับเรื่องที่ออสการ์พูด

ออสการ์ : “อย่ามาตีหน้าซื่อใส่ชั้น! จดหมายเขียนตอบถึงท่านจากองค์หญิงไงล่ะ” ออสการ์โมโห

เค้าท์แฟร์ซอง : “ฮะ?! ไม่นะชั้นไม่เคยเขียนจดหมาย” แฟร์ซองได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งงงใหญ่

ออสการ์ : “สารเลว! ไม่ต้องสงสัยเลย มันเป็นจดหมายที่เขียนตอบท่านชัดๆ” ออสการ์โมโหมากขึ้นอีกที่แฟร์ซองปฏิเสธ ทั้งๆที่มีหลักฐานอยู่ในมือ ออสการ์ส่งจดหมายให้เค้าท์แฟร์ซองอ่าน

เค้าท์แฟร์ซอง : “...ชั้นจะไม่ลืมคำพูดที่ทำให้ใจชั้นอบอุ่นและสายตาของท่านเมื่อคืนนี้เลย...” เค้าท์แฟร์ซองได้อ่านข้อความในจดหมายก็รู้สึกตกใจ และงุนงงกับข้อความในจดหมายมาก ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

เค้าท์แฟร์ซอง : “เป็นไปไม่ได้” แต่ออสการ์ก็ยังคงไม่เชื่อคำพูดของแฟร์ซองอยู่ดี

ออสการ์ : “ช่างกล้านัก! ไม่เพียงแต่เล่นสกปรกกับองค์หญิงเท่านั้น ท่านยังพยายามที่จะยั่วเธอด้วย?” ออสการ์ชักดาบออกมาชี้ที่หน้าของแฟร์ซองด้วยความโกรธ

เค้าท์แฟร์ซอง : “เดี๋ยวก่อนออสการ์” แฟร์ซองตกใจ

ออสการ์ : “ตอนนี้ท่านจะมาร้องขอความเมตตาจากชั้นหรอ? ช่างขี้ขลาดอะไรอย่างนี้ แฟร์ซอง”

เค้าท์แฟร์ซอง : “ชั้นไม่ทำอะไรน่าอับอายอย่างนั้นหรอก ชั้นกล้าสาบานกับพระเจ้า”

ออสการ์ : “แล้วท่านจะอธิบายเรื่องจดหมายนี้ว่ายังไง? นี่คือลายมือขององค์หญิง โดยไม่ต้องสงสัย!” ออสการ์ยังคงไม่เชื่อเค้าท์แฟร์ซองอยู่ดี

เค้าท์แฟร์ซอง : “ชั้นไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้น แต่เชื่อชั้นเถอะ ชั้นไม่เคยแอบพบกับพระนางอังตัวเน็ตและก็ไม่เคยเขียนจดหมายรักด้วย”  เค้าท์แฟร์ซองยังยืนยันหนักแน่น ทันใดนั้นอังเดรกับเจโลเดลก็มาถึงพอดี

อังเดร : “ออสการ์ เดี๋ยวก่อน” อังเดรตะโกนห้ามออสการ์มาแต่ไกล

เจโลเดล : “หัวหน้า เก็บดาบของท่านก่อน! จดหมายนั่นเป็นของปลอม!”

ออสการ์ : “ของปลอมหรอ? หมายความว่ายังไง?”

 

                หลังจากที่รู้ความจริงจากเจโลเดลแล้ว ออสการ์ อังเดร และเจโลเดลก็บุกไปที่บ้านของลาซานทันที บ้านของลาซานเป็นตึกเก่า สูงหลายชั้นและอยู่ติดกับริมแม่น้ำ พวกเค้าเดินขึ้นไปชั้นบน

ออสการ์ : “เปิดประตูนะ ลาซาน!” ออสการ์เคาะประตูห้องของลาซานอย่างแรง แต่ก็ไม่มีใครเปิด อังเดรจึงพังประตูเข้าไป พวกเค้าเดินเข้าไปในห้องแต่ไม่พบลาซาน พวกเค้าจึงเดินไปที่เตียงซึ่งมีอะไรบางอย่างอยู่บนนั้น ออสการ์เปิดผ้าออกก็พบกับศพของลาซาน ลาซานถูกมีดสั้นแทงทางด้านหลัง

ออสการ์ : “บ้าเอ๊ย! เค้าตายแล้ว”

อังเดร : “ไม่มีพยานให้สืบแล้ว”  เจโลเดลเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งถูกขย้ำอยู่บนโต๊ะ จึงหยิบขึ้นมาดู

เจโลเดล : “หัวหน้า! ดูนี่สิ!” ออสการ์หยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาอ่าน

ออสการ์ : “แฟร์ซองที่รัก ชั้นอ่านจดหมายของท่านแล้วสุขใจ...”

เจโลเดล : “ประโยคเดียวกับในจดหมายนั่นเลย”

อังเดร : “พวกเรารู้แล้วว่าเค้าเป็นคนเขียน แต่คนตายพูดไม่ได้แล้ว”

ออสการ์ : “ไม่ ยังมีพยานอีกคนนึง”   แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีขวดน้ำมันจุดไฟ ลอยเข้ามาทางหน้าต่าง ขวดน้ำมันแตกกระจายบนพื้น ไฟลุกลามอย่างรวดเร็วปิดทางออก เจโลเดลพยายามพังประตูทางออกแต่ไม่สามารถทำได้เพราะควันกระจายเต็มห้องไปหมด

เจโลเดล : “แย่แล้ว! พวกเราติดกับ” พวกเค้าสามคนติดอยู่ในห้องที่ไฟกำลังไหม้

อังเดร : “ใครกันทำแบบนี้?”

ออสการ์ : “หน้าต่าง! ทุบหน้าต่าง!” อังเดรใช้เก้าอี้ทุบหน้าต่าง พวกเค้าสามคนมองลงไปจากตึกสูง ข้างล่างเป็นแม่น้ำ

ออสการ์ : “พวกเราไม่มีทางเลือกแล้ว โดดลงไปในน้ำ” พวกเค้าสามคนโดดลงไปในแม่น้ำเพื่อเอาชีวิตรอด

ออสการ์ : “ช่างเป็นผู้หญิงที่ร้ายกาจ...เธอจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายหลักฐาน รวมทั้งพยานคนอื่นด้วย”

และแน่นอน ออสการ์คิดไม่ผิด มาดามดูเบอรี่ก็ได้ฆ่าพยานคนสุดท้าย ซึ่งก็คือมาดามเพื่อนของเธอด้วยการวางยาพิษลงในไวน์ มาดามคนนั้นเสียชีวิตทันที

 

                ในวันรุ่งขึ้นมาดามดูเบอรี่ก็ยังคงใช้ชีวิตในวังตามปกติเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอกำลังเดินคุยกับเพื่อนๆของเธออยู่บนทางเดินในพระราชวังแวร์ซายส์ แล้วเธอก็ได้พบกับ ออสการ์ อังเดรและเจโลเดล ซึ่งทั้งสามคนยังคงมีชีวิตอยู่

ดูเบอรี่ : “อ่าว สบายดีมั้ย ออสการ์?” มาดามดูเบอรี่ทักทายออสการ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ออสการ์ : “เกิดไฟไหม้ที่ฟอนเบิร์น เมื่อวานนี้...ท่านทราบรึป่าว?” ออสการ์แกล้งถามดูเบอรี่

ดูเบอรี่ : “ไม่นะ ชั้นไม่รู้เรื่องเลย แต่ไฟไหม้นี่มันก็น่ากลัวนะ พวกท่านว่ามั้ย?”

ออสการ์ : “พบศพของนักปลอมลายมือที่ชื่อว่า ลาซาน ถูกแทงตายอยู่ในนั้น”

ดูเบอรี่ : “โอ้ว ช่างน่ากลัวเหลือเกิน แล้ว? ยังไงต่อล่ะ?”

ออสการ์ : “พบสิ่งนี้อยู่ที่นั่น และก็มีพบสิ่งที่เหมือนกันนี้อยู่ในแวร์ซายส์ด้วย” ออสการ์ยื่นจดหมายรักฉบับนั้นให้ดูเบอรี่ดู

ดูเบอรี่ : “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชั้นล่ะ” ดูเบอรี่ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น

ออสการ์ : “ไม่มีอะไร อาจจะ ไม่มีอะไร ใช่มั้ย? แต่ชั้นหวังว่าคงจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก” ออสการ์พูดใส่หน้าของดูเบอรี่เป็นเชิงรู้ว่าเธอรู้ทัน มาดามดูเบอรี่ก็รู้สึกโกรธที่ถูกออสการ์รู้ทัน แต่ออสการ์ก็เดินเลยไป

ออสการ์ : “แต่ขอให้ชั้นได้พูดอะไรบางอย่างให้ชัดเจน ชั้น ผู้บัญชาการทหารรักษาพระองค์ ออสการ์ จะปกป้ององค์หญิงรัชทายาทจากคนที่คิดร้ายกับพระองค์ ด้วยชีวิต ขอตัวก่อน”

 

                พระนางอังตัวเน็ตยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับเค้าท์แฟร์ซอง ทั้งคู่นั่งฟังดนตรีอย่างเพลิดเพลินอยู่ในสวน โดยมีออสการ์คอยมองทั้งคู่อยู่ห่างๆ “องค์หญิง พระองค์ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของพระองค์เอง พระองค์สวยและบริสุทธิ์เหมือนนางฟ้า มีคนมากมายพยายามที่จะใช้ใจที่ซื่อสัตย์ของพระองค์ทำร้ายพระองค์เอง หม่อมชั้นหวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี...” ออสการ์คิด

Comment

Comment:

Tweet