ไม่ใช่เพียงแค่ในพระราชวังแวร์ซายส์เท่านั้น แต่ทั่วทั้งฝรั่งเศสตลอดจนทั่วทั้งยุโรป เรื่องราวความขัดแย้งระหว่างพระนางมารี อังตัวเน็ตและมาดามดูเบอรี่ ได้ดึงดูดความสนใจของพวกเขาจนถึงขีดสุด

                ในวังของฝรั่งเศสในเวลานั้น มีข้อกำหนดว่า คนที่มีตำแหน่งต่ำกว่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับคนที่มีตำแหน่งสูงกว่าก่อน ด้วยเหตุที่มาดามดูเบอรี่เคยเป็นโสเภณีชั้นต่ำมาก่อน พระนางอังตัวเน็ตจึงไม่ยอมเอ่ยปากพูดกับมาดามดูเบอรี่เลย ทั้งคู่มีโอกาสเผชิญหน้ากันหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยมีคำพูดใดๆ หลุดออกมาจากปากของอังตัวเน็ตเลยแม้แต่คำเดียว

“ถ้าเธอยังยืนยันที่จะท้าทายชั้น ผู้ซึ่งสามารถควบคุมพระราชาได้แล้วล่ะก็ เธอจะได้รับบทเรียนอย่างสาสม!” ดูเบอรี่คิดอาฆาตแค้นอยู่ในใจ  ทางฝั่งพระนางอังตัวเน็ตก็คิดเช่นกัน “แม้ว่ามันจะเป็นรับสั่งของฝ่าบาท ชั้นก็จะไม่ยอมเอ่ยปากพูดกับโสเภณีหรือเมียน้อยนั่นแม้แต่คำเดียว! ชั้นคือองค์หญิงรัชทายาทแห่งฝรั่งเศส!”

 

                ณ ห้องของมาดามดูเบอรี่ ที่ตอนนี้เธอกำลังทำลายข้าวของในห้องเพื่อระบายความแค้นอีกเช่นเคย เสียงข้าวของแตกกระจายและเสียงร้องไห้เอะอะโวยวายทำให้พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ต้องเสด็จมาดู

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “เกิดอะไรขึ้น? เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกัน?”

ดูเบอรี่ : “หม่อมชั้นไม่มีที่ยืนแล้วเพคะฝ่าบาท” ดูเบอรี่ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นออดอ้อนพระราชา

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ถ้าเธอมัวแต่ร้องอยู่แบบนี้ ชั้นจะรู้ได้ยังไงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ?”

มาดามดูเบอรี่ ทำทีเป็นหยุดร้องไห้และก็แอบยิ้มอยู่ในใจ ที่จะได้มีโอกาสเป่าหูฝ่าบาท

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ทีนี้จะบอกได้รึยังว่าเกิดอะไรขึ้น?”

ดูเบอรี่ : “ฝ่าบาทก็เย็นพระทัยอยู่ได้สิเพคะ เพราะฝ่าบาทไม่ทรงทราบว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น  ยัยเด็กนั่นเพิกเฉยต่อคำสั่งจากออสเตรีย...ไม่สิเพคะ  เพิกเฉยต่อรับสั่งของฝ่าบาทต่างหาก  เธอไม่สนพระทัยฝ่าบาทเลยนะเพคะ”  คำยุยงของดูเบอรี่ก็ได้ผลอีกเช่นเคย พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เริ่มโกรธขึ้นมาอีกแล้ว

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “อะไรนะ?! ไม่มีใครเคยกล้าขัดคำสั่งของชั้นมาก่อน ในทางกลับกัน ทุกคนพยายามอย่างมากเพื่อที่จะได้รับความดีความชอบเพียงน้อยนิดจากชั้น มีแต่เจ้าสาวของลูกชายคนโตของชั้นเท่านั้นนะหรอ ที่ไม่สนใจคำสั่งของชั้น พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 กษัตริย์ของฝรั่งเศส?”

ดูเบอรี่ : “ถูกต้องเพคะ! ยัยเด็กหัวแดงนั่น เมินเฉยต่อรับสั่งของฝ่าบาทต่อหน้าเหล่าขุนนางนะเพคะ!”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศ! เรียกตัวรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศมาพบชั้นเดี๋ยวนี้!” พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ตะโกนสุดเสียงด้วยความโกรธจัด ฝ่าบาทได้เรียกตัวรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเข้าพบเป็นการด่วน เมื่อฝ่าบาทเดินออกไปจากห้อง ดูเบอรี่หยุดร้องไห้และยิ้มออกมาด้วยความสะใจ ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะของชายคนหนึ่งดังขึ้น “หึ หึ หึ” ดยุคโอเลียนเดินเข้ามาในห้องของดูเบอรี่

ดูเบอรี่ : “ท่านนั่นเอง”

เค้าท์โอเลียน : “เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก” แล้วเค้าท์โอเลียนก็เดินไปนั่งที่โซฟา

ดูเบอรี่ : “ท่านต้องการอะไร ดยุคโอเลียน?”

เค้าท์โอเลียน : “ถ้าเกิดการต่อสู้กันแล้วล่ะก็ อังตัวเน็ตอาจจะชนะ”

ดูเบอรี่ : “อะไรนะ?!” ดูเบอรี่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง ที่ได้ยินคำสบประมาทของเค้าท์โอเลียน

เค้าท์โอเลียน : “ไม่จริงหรอกหรอ? ฝ่าบาทก็ทรงมีพระชนมายุมากแล้ว ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฝ่าบาท... เจ้าช่างทำกุญแจโง่นั่น ก็จะได้ครองบัลลังค์ ถ้ามกุฎราชกุมารได้เป็นพระราชา ยัยเด็กออสเตรียนั่นก็จะกลายเป็นราชินี  แล้วถ้าเกิดพระราชาองค์ใหม่ถูกยัยเด็กนั่นบงการ...ท่านก็อาจจะถูกโยนเข้าคุกบาสตีย์ หรือถ้าเลวร้ายกว่านั้น...ก็ถูกประหารชีวิต” เค้าท์โอเลียนขู่มาดามดูเบอรี่

ดูเบอรี่ : “ประหารชีวิตหรอ?” มาดามดูเบอรี่รู้สึกหวาดกลัวในคำขู่ของเค้าท์โอเลียน

ดูเบอรี่ : “แล้วชั้นจะต้องทำยังไงล่ะ ดยุคโอเลียน?”

เค้าท์โอเลียน : “ถ้ามกุฎราชกุมารหายไป อังตัวเน็ตก็จะถูกส่งกลับออสเตรีย” เค้าท์โอเลียนเริ่มเผยแผนการชั่วร้ายของเค้าให้ดูเบอรี่ฟัง

ดูเบอรี่ : “ถ้ามกุฏราชกุมารหายไป? แล้วท่านก็จะ.....?” ดูเบอรี่รู้ทันในจุดประสงค์ของเค้าท์โอเลียน เค้าท์โอเลียนพยักหน้ายอมรับ

โอเลียน : “ท่านจะว่ายังไง มาดามดูเบอรี่? ร่วมมือกับชั้น แล้วท่านก็จะสามารถรักษาตำแหน่งและทรัพย์สมบัติของท่านเอาไว้ได้   พรุ่งนี้มกุฎราชกุมารจะเข้าร่วมการล่าสุนัขจิ้งจอกประจำปี ถ้าปืนของพระองค์เกิดระเบิดขึ้นโดยอุบัติเหตุและพระองค์เกิดสิ้นพระชนม์ระหว่างนั้น ก็จะไม่มีใครสงสัย...” เค้าท์โอเลียนเล่าแผนการชั่วร้ายของเค้าให้ดูเบอรี่ฟัง

ดูเบอรี่ : “ท่านช่างร้ายกาจซะจริงๆ” ดูเบอรี่เห็นด้วยกับแผนการของเค้าท์โอเลียน

เค้าท์โอเลียน : “หลังจากที่มกุฎราชกุมารสิ้นพระชนม์แล้ว ท่านก็จะเสนอให้ชั้นซึ่งเป็นผู้สืบเชื้อสายลำดับถัดไปขึ้นเป็นกษัตริย์ แล้วจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเราก็จะปกครองฝรั่งเศสด้วยกัน!” ดยุคโอเลียนและมาดามดูเบอรี่ ได้ร่วมมือกันวางแผนเพื่อที่จะยึดอำนาจของฝรั่งเศส

เค้าท์โอเลียน : “ได้โปรดอย่าลืมข้อตกลงลับที่เราได้ตกลงกันในวันนี้”  

 

                ในหัวค่ำของวันนั้น ท่านเค้าท์เมอซี่ก็ได้รับสารจากรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส ให้เข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นการพิเศษในห้องส่วนตัวของมาดามดูเบอรี่

ทหาร : “...เอกอัครราชทูตเมอซี่แห่งอาณาจักรออสเตรีย นี่คือสารจากรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส...” ทหารอ่านข้อความในสารให้เค้าท์เมอซี่ฟัง เมื่อได้ทราบข้อความในสารเค้าท์เมอซี่ก็ต้องแปลกใจ

เค้าท์เมอซี่ : “ในห้องส่วนตัวของมาดามดูเบอรี่ อย่างงั้นหรอ?”

ทหาร : “ถูกต้องครับท่าน” แล้วทหารก็เดินกลับออกไป

“เข้าเฝ้าฝ่าบาทเป็นกรณีพิเศษ...และไม่ใช่ในห้องประชุมที่เป็นทางการ แต่เป็นในห้องส่วนตัวของมาดามดูเบอรี่! มันต้องมีเรื่องอะไรเกี่ยวกับพระนางอังตัวเน็ตแน่ๆ” เค้าท์เมอซี่รู้สึกสังหรณ์ใจ

 

                ในขณะเดียวกัน ณ ห้องใต้ดินภายในพระราชวังปาแล-รัวยาล วังของดยุคโอเลียน  ดยุคโอเลียนได้สั่งให้ช่างทำปืนทำอะไรบางอย่างตามแผนการชั่วร้ายของเค้า

โอเลียน : “เป็นยังไงบ้าง? เสร็จรึยัง?” เค้าท์โอเลียนถามช่างทำปืน

ช่างทำปืน : “ครับ นี่ครับท่าน ใครก็ตามที่เหนี่ยวไกปืนนี้ จะต้องตายจากการระเบิดของดินปืนที่อยู่ภายในกระบอกนี้” ช่างทำปืนส่งปืนยาวที่มีตราของพระราชสำนักให้เค้าท์โอเลียน

โอเลียน : “ดีมาก แกจะได้รับรางวัลอย่างงาม”

ช่างทำปืน : “ขอบคุณมากครับท่าน” ช่างทำปืนดีใจที่จะได้รับรางวัล แต่แล้วเหตุการณ์กลับไม่เป็นอย่างที่เค้าหวัง  ลูกน้องของดยุคโอเลียนชักมีดสั้นออกมาและปักเข้าที่หลังของช่างทำปืน ช่างทำปืนล้มฟุบไปกับพื้นเค้าเสียชีวิตทันที เค้าท์โอเลียนฆ่าช่างทำปืนเพื่อปิดปาก

โอเลียน : “เปลี่ยนปืนของมกุฏราชกุมารเป็นกระบอกนี้ อย่าให้พลาด!”

 

                หลังจากที่ท่านเค้าท์เมอซี่ได้รับสารจากรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศก็ได้มาเข้าเฝ้าฝ่าบาทในห้องของมาดามดูเบอรี่

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “เค้าท์เมอซี่ ชั้นเชิญท่านมาเรื่ององค์หญิงรัชทายาท”

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ท่านโปรดทำให้องค์หญิงเค้าใจด้วยว่า ถ้าเธอยังไม่ปรับปรุงกริยาท่าทางที่มีต่อมาดามดูเบอรี่แล้วล่ะก็ จะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธออย่างแน่นอน”

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ” มาดามดูเบอรี่เดินเข้ามาพูดที่ข้างหูของเค้าท์เมอซี่

ดูเบอรี่ : “ยิ่งเธอทำให้ฝ่าบาทกริ้วมากขึ้น ชั้นก็จะไม่สามารถช่วยแก้ตัวให้เธอได้อีก” ดูเบอรี่แกล้งทำเป็นว่าเธอไม่ได้เป็นคนทูลฟ้องฝ่าบาท แต่เป็นคนแก้ต่างให้อังตัวเน็ต

เค้าท์เมอซี่ : “มาดามช่วยแก้ตัวให้องค์หญิงหรอพะยะค่ะ?”

ดูเบอรี่ : “ก็ใช่น่ะสิ ชั้นพึ่งจะอธิบายให้ฝ่าบาทฟังเมื่อกี้นี้เองว่า...องค์หญิงทรงหลงผิดที่เชื่อคำนินทาว่าร้ายของคนบางคนจึงทำให้พระองค์รู้สึกเกลียดชัง”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ใช่”

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ มาดามดูเบอรี่ หม่อมชั้นต้องขอบพระทัยในสิ่งที่ท่านทำ...” เค้าท์เมอซี่ขอบคุณมาดามดูเบอรี่ตามมารยาท ทั้งๆที่เค้ารู้ว่ามันไม่จริง

หลังจากที่เข้าเฝ้าฝ่าบาทแล้วเค้าท์เมอซี่ก็ต้องครุ่นคิดว่า “ชั้นจะพูดจาหว่านล้อมพระนางอังตัวเน็ตอย่างไรดี?”

 

                เช้าวันรุ่งขึ้น ในประเพณีล่าสุนัขจิ้งจอกประจำปี องค์ชายรัชทายาท ออสการ์ และเหล่าทหารและขุนนางทั้งหลายได้ขี่ม้าตามเสด็จองค์ชายไปล่าสุนัขจิ้งจอกด้วย ทหารขี่ม้าและเป่าแตรเพื่อต้อนสุนัขให้วิ่งไล่สุนัขจิ้งจอก 1 ตัว ให้วิ่งไปทางที่องค์ชายรัชทายาทอยู่เพื่อให้องค์ชายได้ล่า  หญ้าสูงท่วมตัวสุนัขจิ้งจอกแต่ออสการ์ก็ยังได้ยินเสียงสุนัขจิ้งจอกกำลังวิ่งเข้ามาใกล้

ออสการ์ : “องค์ชาย มันใกล้เข้ามาแล้วพะยะค่ะ”

หลุยส์ออกัส : “อ..อือ” ต้นหญ้าขยับเป็นทางเพราะสุนัขจิ้งจอกกำลังวิ่งเข้ามา องค์ชายรัชทายาทและออสการ์ต่างเล็งปืนไปที่สุนัขจิ้งจอก องค์ชายรัชทายาทที่ไม่ถนัดในเรื่องยิงปืน ได้แต่พยักพเยิด เก้เก้กังๆ จนสุนัขจิ้งจอกกระโจนขึ้นมากจากผืนหญ้า  ออสการ์ที่เชี่ยวชาญกว่า ไวกว่าจึงยิงถูกสุนัขจิ้งจอกตาย

โอเลียน : “โถ่เว้ย” เค้าท์โอเลียนที่คอยแอบดูอยู่ใกล้ พลาดหวังที่องค์ชายไม่ได้ยิงปืน

หลุยส์ออกัส : “โอ่ วันนี้ออสการ์ก็ไวกว่าชั้นอีกตามเคย”

ออสการ์ : “ขอบพระทัยฝ่าบาท โชคช่วยมากกว่าพะยะค่ะ”

เค้าท์โอเลียนเห็นว่าถ้าปล่อยเป็นแบบนี้คงไม่ได้การณ์ จึงเข้าไปกระซิบกับออสการ์ว่า

โอเลียน : “ออสการ์!”

ออสการ์ : “ครับ”

โอเลียน : “ถ้าท่านยิงเหยื่อก่อนแบบนี้ องค์ชายก็ไม่ได้ล่ากันพอดี ออมมือหน่อยสิ” ออสการ์ที่ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร จึงเห็นด้วยเพราะกลัวว่าองค์ชายจะไม่ได้ล่า   รอบต่อไปเริ่มขึ้น ทหารขี้ม้าต้อนสุนัขจิ้งจอกมาอีกตัว

หลุยส์ออกัส : “คราวนี้ชั้นจะไม่ยอมแพ้เธอแล้ว ออสการ์”  สุนัขจิ้งจอกวิ่งตรงเข้ามาอีก ออสการ์จึงชี้ให้องค์ชายดู

ออสการ์ : “องค์ชาย มันอยู่นั่นพะยะค่ะ” องค์ชายหันซ้าย หันขวามองหาสุนัขจิ้งจอก เมื่อเห็นว่ามีหญ้าขยับเป็นทาง จึงเล็งปืนไปที่สุนัขจิ้งจอก

ออสการ์ : “เร็วพะยะค่ะ”

หลุยส์ออกัส : “ร.ร...รู้แล้ว” องค์ชายก็ยังเก้เก้กังๆ ด้วยความที่ไม่ชำนาญการยิงปืน

โอเลียน : “เจ้าโง่ เหนี่ยวไกสิ    คราวนี้แหละ” เค้าท์โอเลียนคอยลุ้นอยู่  แล้วหมาป่าก็กระโจนขึ้นมาด้านหน้าขององค์ชาย องค์ชายยังไม่ทันได้ยิง  ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ม้าขององค์ชายเกิดพยศ ออสการ์เห็นท่าไม่ดี จึงยิงสุนัขจิ้งจอกตายก่อน ส่วนองค์ชายหงายหลังกระเด็นตกจากหลังม้า ด้ามปืนหลุดลอยออกจากฝ่าพระหัตถ์ ตกลงบนพื้นหญ้าห่างออกไปจากจุดที่องค์ชายอยู่เพียงนิดเดียว แล้วปืนก็เกิดระเบิดขึ้น ออสการ์รีบลงจากหลังม้า เดินเข้าไปหาองค์ชายด้วยความเป็นห่วง

ออสการ์ : “องค์ชาย ทรงได้รับบาดเจ็บมั้ยพะยะค่ะ” องค์ชายไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด พระองค์กลับรู้สึกอับอายและเสียหน้ามากกว่า จึงขอร้องไม่ให้ออสการ์เล่าเรื่องนี้ให้อังตัวเน็ตฟัง

หลุยส์ออกัส : “ชั้นทำพลาด...น่าอายจัง น่าอายจัง  ออสการ์ อย่าบอกอังตัวเน็ตนะว่าชั้นตกม้า”

ทางด้านเค้าท์โอเลียนที่แอบดูอยู่ใกล้ๆ ต้องผิดหวังเป็นอย่างมากเพราะเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ “วันนี้เป็นโชคดีของแก ซักวันเถอะ ซักวัน ชั้นจะฆ่าแก”

 

                ในห้องของพระนางมารี อังตัวเน็ต ซึ่งตอนนี้ท่านเค้าท์เมอซี่ได้พยายามเกลี้ยกล่อมให้พระนางอังตัวเน็ตพูดกับมาดามดูเบอรี่ตามรับสั่งของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 โดยมีออสการ์ยืนฟังอยู่ด้วย

อังตัวเน็ต : “ไม่! ไม่! ไม่!”

เค้าท์เมอซี่ : “แต่องค์หญิง...”

อังตัวเน็ต : “ถ้ามีใครซักคนที่จะต้องพูดกับหล่อน ทำไมท่านไม่ไปพูดกับมาดามดูเบอรี่ซะเองล่ะ? ชั้นไม่ทำ ไม่มีวันซะหรอก!” พระนางอังตัวเน็ตยังคงยืนกรานคำเดิม

เค้าท์เมอซี่ : “ก็ได้พะยะค่ะ องค์หญิง อยากทำอะไรก็ทำเถอะพะยะค่ะ” เค้าท์เมอซี่ที่ทนความดื้นรั้นขององค์หญิงไม่ไหวจึงต้องงัดไม้เด็ดออกมาใช้  เค้าท์เมอซี่หันหลัง แล้วก็พูดว่า

เค้าท์เมอซี่ : “ด้วยความเห็นแก่ตัวของพระองค์ พระองค์จะทำลายความสัมพันธ์ของฝรั่งเศสกับออสเตรีย ซึ่งพระมารดาของพระองค์ พระนางมาเรีย เทเรซ่า ได้ใช้ทั้งชีวิตของพระองค์สร้างมันขึ้นมา”

พระนางมารี อังตัวเน็ตได้ยินประโยคนั้น ก็นึกถึงพระมารดาที่ออสเตรียขึ้นมาทันที จึงหันมาถามความเห็นของออสการ์บ้าง

อังตัวเน็ต : “ออสการ์ ท่านคิดว่ายังไง?”

ออสการ์ : “ที่ท่านเค้าท์เมอซี่พูดมาก็ถูกพะยะค่ะ มันอาจจะฟังดูไม่เหมาะสม แต่หม่อมชั้นก็จะต้องพูด องค์หญิงถูกยุยงจากเสด็จป้าจนทำให้เรื่องเล็กน้อยของผู้หญิงกลายเป็นเรื่องใหญ่โต ซึ่งผลของมันก็อาจจะทำให้ทั่วทั้งยุโรปตกอยู่ในภาวะสงคราม แล้วถ้ามันเกิดขึ้น คนสองสามพันคนหรือหลายหมื่นคนก็จะต้องตาย” ออสการ์พูดความในใจออกมาตามตรง

อังตัวเน็ต : “ชั้นทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่หรอ?” อังตัวเน็ตถามด้วยความสงสัย

ออสการ์ : “ใช่ พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “และด้วยเหตุนั้น จะทำให้ยุโรปต้องตกอยู่ในสงคราม งั้นหรอ?” อังตัวเน็ตถามอีกด้วยความที่ไม่รู้ว่าการกระทำของเธอจะส่งผลร้ายแรงถึงเพียงนี้

ออสการ์ : “สำหรับหม่อมชั้นแล้ว มันยากที่ราชินีของฝรั่งเศสในอนาคตจะทำอย่างนั้น”  พระนางมารี อังตัวเน็ต คิดถึงสิ่งที่ออสการ์พูด

อังตัวเน็ต : “ท่านเค้าท์เมอซี่ ชั้นสัญญา ชั้นจะพูดซักครั้ง แค่ครั้งเดียวสำหรับผู้หญิงคนนั้น! แต่...ที่ชั้นต้องฝืนใจทำ ก็เพื่อเสด็จแม่ของชั้นที่ออสเตรีย  เค้าท์เมอซี่ท่านพอใจรึยัง?” ในที่สุดพระนางอังตัวเน็ต ก็รับปาก

 

                ต้นเดือนกรกฎาคม ปี 1771 ตั้งแต่ห้องคนรับใช้ไปจนถึงคอกม้า ปารีสเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวังว่าในงานปาร์ตี้คืนนี้ พระนางอังตัวเน็ตจะยอมพูดกับมาดามดูเบอรี่

อังเดร : “โชคร้ายจริงๆเลยเนอะ ออสการ์  แม้แต่พระนางมารี อังตัวเน็ต ก็ไม่อาจจะต้านทานอำนาจของพระราชาได้”

ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็โกรธจัด หันไปตะคอกใส่อังเดร “อังเดร…”  เพราะเธอเองก็เข้าใจพระนางอังตัวเน็ต และรู้สึกสงสารและเห็นใจเธอไม่น้อยเช่นกัน 

                ออสการ์เดินเข้ามาที่ห้องของพระนางมารี อังตัวเน็ต ก็พบว่าท่านเค้าท์เมอซี่กำลังพยายามรบเร้าพระนางอังตัวเน็ต เพื่อให้แน่ใจว่าพระองค์จะทำในสิ่งที่สัญญาเอาไว้

เค้าท์เมอซี่ : “พระองค์จะทำใช่มั้ย พะยะค่ะ? พระองค์จะพูดอะไรกับมาดามดูเบอรี่ เมื่อ...”

อังตัวเน็ต : “ชั้นรู้แล้วน่า! ชั้นซ้อมมา 4 รอบแล้วนะ ตั้ง 4 รอบแล้ว”

เค้าท์เมอซี่ : “หม่อมชั้นหวังว่า คืนนี้พระองค์จะทำสำเร็จนะพะยะค่ะ”

 

                ก่อนเวลาที่งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้น ขณะนั้นมาดามดูเบอรี่กำลังเล่นไพ่อยู่กับคนอื่นๆ ท่านเค้าท์เมอซี่ได้เตรียมการทุกอย่างไว้แล้วสำหรับคืนนี้ เวลาสองทุ่มครึ่ง ท่านเค้าท์เมอซี่ได้เข้าไปเชิญมาดามดูเบอรี่เพื่อให้มาร่วมงานเลี้ยง เค้าท์เมอซี่พามาดามดูเบอรี่เข้ามาในงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางและชนชั้นสูง “องค์หญิงรัชทายาท พระนางมารี อังตัวเน็ต เสด็จแล้ว” พระนางอังตัวเน็ตเดินเข้ามาในงานเลี้ยงโดยมีออสการ์ตามเสด็จมาด้วย พระนางมารีอังตัวเน็ตเดินทักทายคนอื่นๆ

อังตัวเน็ต : “สวัสดี ท่านหญิงมัลเล่อ งานเลี้ยงคืนนี้น่าสนุกดีนะ” และพระนางก็เดินตรงไปยังท่านเค้าท์เมอซี่ ซึ่งยืนอยู่กับมาดามดูเบอรี่ ท่ามกลางสายตาของทุกคนในงานที่จับจ้องอยู่ เพื่อรอดูฉากสำคัญ

อังตัวเน็ต : “สวัสดี...ท่านเค้าท์เมอซี่” อังตัวเน็ตเริ่มทักทายท่านเค้าท์เมอซี่ก่อน

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ องค์หญิงทรงมีพระพลานามัยแข็งแรงดีนะ พะยะค่ะ” สายตาทุกคู่ในที่นั้น จับจ้องอยู่ที่พระนางอังตัวเน็ต ว่าพระนางจะพูดอะไรกับมาดามดูเบอรี่ พระนางอังตัวเน็ตกำลังเผชิญหน้ากับมาดามดูเบอรี่ แต่ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เสียงของท่านป้าอะเดลเลด หนึ่งในป้าของราชินีองค์ก่อนก็ขัดขึ้น

ท่านป้า : “องค์หญิงเพคะ!” ท่านป้าวิ่งมาดึงแขนของพระนางมารีอังตัวเน็ตไว้ “มานี่ ได้เวลาเสด็จกลับแล้วเพคะ” อังตัวเน็ตเองก็รู้สึกตกใจเช่นกัน ที่ท่านป้าทำแบบนี้

อังตัวเน็ต : “ไม่นะ ชั้นยังไม่ได้...” อังตัวเน็ตพยายามปฏิเสธท่านป้า

ท่านป้า : “องค์หญิงต้องไปรอฝ่าบาทในห้องเพคะ” ท่านป้าโกหกโดยเอาฝ่าบาทมาอ้าง

อังตัวเน็ต : “ฝ่าบาทหรอ?” พระนางอังตัวเน็ตงงกับคำพูดของท่านป้า

ท่านป้า : “ใช่ รีบเสด็จเถอะเพคะ” แล้วท่านป้าก็ฉุดแขนของพระนางมารี อังตัวเน็ตกลับเข้าห้องไป ต่อหน้าสายตาของทุกคนที่อยู่ในที่นั้น รวมทั้งมาดามดูเบอรี่เองก็รู้สึกโกรธมาก

                หลังจากนั้น ในห้องของพระนางมารี อังตัวเน็ต พระนางรู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น

อังตัวเน็ต : “ท่านเค้าท์เมอซี่ เรื่องวันนี้มันเป็นอุบัติเหตุ ได้โปรดกราบทูลฝ่าบาทด้วย” อังตัวเน็ตรู้สึกเสียใจที่ผิดสัญญา

เค้าท์เมอซี่ : “องค์หญิงไม่ต้องกังวลหรอกพะยะค่ะ หม่อมชั้นต้องกราบทูลอย่างแน่นอน” เค้าท์เมอซี่ปลอบใจ

อังตัวเน็ต : “คราวหน้า...คราวหน้า ชั้นจะพูดกับเธอแน่นอน” อังตัวเน็ตให้คำมั่นสัญญาอีกครั้ง

 

                ในวันขึ้นปีใหม่ 1 มกราคม ปี 1772 ขุนนางและชนชั้นสูงทั่วทั้งฝรั่งเศสต่างเดินทางมาที่พระราชวังแวร์ซายส์เพื่อกล่าวคำอวยพรปีใหม่  ณ ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยผู้คน พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 นั่งอยู่บนบัลลังค์ โดยมีองค์ชายรัชทายาทหลุยส์ออกัส และองค์หญิงรัชทายาท พระนางมารี อังตัวเน็ต ยืนอยู่ข้างๆ เสียงของเสนาบดีขานชื่อของเชื้อพระวงศ์ ขุนนางและชนชั้นสูงที่กำลังต่อแถวเพื่อกล่าวคำอวยพร จนมาถึง “เค้าท์เทสดูเบอรี่” เสนาบดีขานชื่อของมาดามดูเบอรี่ มาดามดูเบอรี่เดินมาที่หน้าพระพักต์ของพระนางมารี อังตัวเน็ต  ดูเบอรี่ถอนสายบัวให้ตามมารยาท ท่ามกลางสายตาของทุกคนที่กำลังจ้องมอง รวมทั้งพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ด้วย

อังตัวเน็ต : “สวัสดีปีใหม่ ... วันนี้แวร์ซายส์คนเยอะมากเลย” พระนางมารี อังตัวเน็ตฝืนใจเอ่ยปากพูดกับมาดามดูเบอรี่เป็นครั้งแรก มาดามดูเบอรี่ได้ยินดังนั้น ก็หัวเราะออกมาด้วยความสะใจ เธอชนะแล้ว... พระนางมารี อังตัวเน็ต รู้สึกเสียพระทัยในความพ่ายแพ้เป็นอย่างมาก พระนางวิ่งออกจากท้องพระโรงไปทันที ออสการ์จึงรีบวิ่งตามไปด้วยความเป็นห่วง

                พระนางอังตัวเน็ตวิ่งเข้ามาที่ห้องบรรทม และฟุบหน้าลงกับพื้นแล้วร้องไห้

อังตัวเน็ต : “ฮือ..ฮือ...ชั้นแพ้แล้ว!”  ออสการ์ที่ตามเสด็จพระนางอังตัวเน็ตมาเห็นดังนั้น จึงเข้าไปประคองพระนางให้ลุกขึ้น พระนางอังตัวเน็ตพูดกับออสการ์ด้วยน้ำตานองหน้าว่า

อังตัวเน็ต : “ออสการ์ ชั้นพูดกับหล่อน แค่ครั้งเดียวเท่านั้น  ต่อไปนี้ชั้นจะไม่พูดกับหล่อนอีก! วังของฝรั่งเศสกำลังจะเสียหายที่ราชินีในอนาคตจะต้องพ่ายแพ้ให้กับโสเภณี” แล้วเธอก็ซบหน้าลงร้องไห้บนแขนของออสการ์ ออสการ์ประทับใจในความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของพระนางมารี อังตัวเน็ต ออสการ์ไม่ได้พูดอะไร แต่ในใจของเค้าคิดว่า “ช่างเป็นคนที่มีเกียรติอะไรเช่นนี้ พระองค์เกิดมาเพื่อเป็นราชินี ในพระทัยของพระองค์เป็นราชินีของฝรั่งเศสแล้ว พระนางอังตัวเน็ต หม่อมชั้นขอสาบานด้วยดาบของหม่อมชั้นว่า หม่อนชั้นจะรับใช้ฝ่าบาทตราบชั่วชีวิต”

edit @ 29 May 2012 19:31:56 by Lady Oscar

Comment

Comment:

Tweet

นี่เป็น script จาก anime ใช่ไหมคะ ถ้าแบบว่ามีภาพ capture ของตอนที่กำลังแปล script น่าจะเพิ่มอรรถรสดี surprised smile ( แบบว่า เป็นแค่ข้อเสนอแนะค่ะ ถ้าไม่ตรงเป้าหมายของ blog ก็ไม่ต้องใส่ใจนะคะ double wink )

#3 By anges on 2012-05-29 23:30

จริงๆตั้งใจ จะทำเหมือน Harry potter อะไรประมาณนั้นค่ะ มีแต่ตัวหนังสือ ในคนอ่านจินตนาการเอาเอง แต่เราว่าใส่ภาพก็ดีเหมือนกัน แต่จะใส่ภาพ ตอนละแค่ภาพเดียวค่ะ เด๋วเลือกก่อนนะคะว่าจะเอาภาพฉากไหนดี แล้วจะใส่ภาพให้ค่ะ อิอิ

#2 By Lady Oscar on 2012-05-29 22:32

ถ้ามีภาพประกอบหน่อยก็ดีนะคะ open-mounthed smile

#1 By anges on 2012-05-29 21:05