หลังจากที่พระนางมารี อังตัวเน็ตได้ทราบข่าวว่ามาดามดูเบอรี่ได้ทูลขอกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ว่าต้องการให้มาดามจาร์เจเยส ซึ่งเป็นแม่ของออสการ์มาเป็นนางสนองพระโอษฐ์ก็รู้สึกโกรธมาก

อังตัวเน็ต : “ไม่ได้นะ! ชั้นไม่ยอมหรอก!

ป้าๆ : “นั่นสิเพคะ ดูเบอรี่หน้าด้านไปทูลขอกับฝ่าบาท ว่าต้องการให้แม่ของออสการ์มาเป็นนางสนองพระโอษฐ์” “นางเพศยานั่นจะใช้ความนิยมชมชอบในตัวออสการ์เป็นเครื่องมือ” “หล่อนท้าทายองค์หญิงด้วยการใช้ความโปรดปรานที่ได้รับจากฝ่าบาท” “ฟังนะ อังตัวเน็ต ในนามธิดาของกษัตริย์ พวกเรา 3 คนจะอยู่เคียงข้างพระองค์จนถึงที่สุด”

เหล่าป้าๆ ทั้งหลายที่เกลียดชังมาดามดูเบอรี่ พยายามส่งเสริมไม่ให้พระนางมารี อังตัวเน็ตยอมแพ้มาดามดูเบอรี่

อังตัวเน็ต : “เข้าใจแล้วค่ะ ท่านป้า ชั้นจะขอร้องกับมกุฏราชกุมารว่าชั้นต้องการให้แม่ของออสการ์มาเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของชั้น”

 

                ในขณะเดียวกัน ที่บ้านของออสการ์ก็กำลังถกเถียงกันในเรื่องนี้ ออสการ์เมื่อได้ทราบเรื่องก็รู้สึกโกรธมาก ที่ทั้งพระนางมารี อังตัวเน็ตและมาดามดูเบอรี่ พยายามที่จะใช้แม่ของเธอเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กัน

ออสการ์ : “ทำไมต้องเป็นแม่ของชั้นด้วย!” ออสการ์ใช้สองมือทุบโต๊ะด้วยความโมโหสุดขีด

แนนนี่ : “มาดามจำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของมาดามดูเบอรี่หรือพระนางมารี อังตัวเน็ต อย่างงั้นหรอคะ?” แนนนี่หันไปถามนายพลจาร์เจเยสเพื่อความแน่ใจ และหันมาปลอบใจออสการ์ “ท่านออสการ์ นี่เป็นการร้องขอที่เป็นเกียรติอย่างมาก อย่าโมโหไปเลย...”

ออสการ์ : “เงียบนะ!” ออสการ์ตะคอกใส่แนนนี่ “ฉันรู้สาเหตุเบื้องหลังเรื่องนี้ดี! ดูเบอรี่และองค์หญิงรัชทายาทหวังที่จะให้ชั้นเลือกข้างใดข้างหนึ่ง”

อังเดร : “นี่ออสการ์ ใจเย็นก่อน ถ้ามองในระยะยาว สุดท้ายแล้วเธอก็จะต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่งอยู่ดี”

ออสการ์ : “หุบปากนะ! อังเดร  ชั้นจะปฏิเสธ ชั้นจะไม่ยอมให้แม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้หญิงในวังที่ขัดแย้งกันหรอก”

มาดามจาร์เจเยสแม่ของออสการ์รู้สึกถึงความกังวลของลูกจึงพยายามปลอบใจ

มาดามจาร์เจเยส : “ออสการ์ ลูกไม่ต้องห่วงแม่หรอก แม่จะรับใช้ใครก็ได้ที่ลูกเห็นว่าดีกว่า”

ออสการ์ : “ไม่! ลูกไม่อยากให้แม่ของตัวเองถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจของผู้หญิงสองคนนั้น”

นายพลจาร์เจเยส : “ออสการ์ นี่เป็นรับสั่งของฝ่าบาท” นายพลจาร์เจเยสเตือนสติออสการ์

ออสการ์ : “ชั้นไม่สน! ชั้นไม่สนว่าใครจะเป็นคนสั่ง ชั้นไม่ยอมเด็ดขาด!  ท่านพ่อ ได้โปรดปฏิเสธเถอะ” ออสการ์เดินออกไปจากห้องทันที ด้วยอารมณ์โกรธจัด

มาดามจาร์เจเยส : “โถ่ ลูกรัก...” มาดามหันไปหาสามี ด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

นายพลจาร์เจเยส : “รอซักพัก เดี๋ยวอารมณ์ของเธอก็เย็นลงเอง” นายพลจาร์เจเยสปลอบใจภรรยา

 

                ในขณะเดียวกัน ณ พระราชวังในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย แม่ที่น่ายกย่องที่ตอนนี้หัวใจแทบสลายเมื่อคิดถึงลูกสาวที่แวร์ซายส์ นั่นก็คือ แม่ของมารี อังตัวเน็ต พระนางมาเรีย เทเรซ่า จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย ได้เรียกตัวท่านเค้าท์เมอซี่ ขุนนางคนสนิทให้มาเข้าเฝ้า

เค้าท์เมอซี่ : “ฝ่าบาทต้องการพบหม่อมชั้นหรือพะยะค่ะ”

เทเรซ่า : “ชั้นอยากให้ท่านเดินทางไปฝรั่งเศส”

เค้าท์เมอซี่ : “ฝรั่งเศส?” เค้าท์เมอซี่รู้สึกแปลกใจ

เทเรซ่า : “อังตัวเน็ตยังเด็กมาก ชั้นเป็นห่วงว่าพวกประจบสอพลอในวังต่างชาติ จะทำให้คนที่คิดอะไรไม่รอบคอบอย่างเธอต้องเสียคน ท่านได้โปรดไปเป็นที่ปรึกษาให้เธอแทนชั้นได้มั้ย?”

เค้าท์เมอซี่ : “ได้พะยะค่ะ” เค้าท์เมอซี่ที่รู้สึกเห็นใจในความห่วงใยของพระนางเทเรซ่า จึงยอมเดินทางไปพบพระนางมารี อังตัวเน็ตที่ฝรั่งเศส

 

                ในตอนหัวค่ำ ณ บ้านของออสการ์ ออสการ์ซึ่งตอนนี้รู้สึกสับสนกำลังนั่งกลุ้มใจอยู่คนเดียวในสวนหลังบ้าน ทันใดนั้นอังเดรก็เข้ามาหาพร้อมกับถือดาบสองเล่มอยู่มือ ออสการ์เห็นอย่างนั้นก็รู้ทันทีว่าอังเดรคงจะต้องมาพูดเกลี้ยกล่อมเธอย่างแน่นอน

ออสการ์ : “ชั้นไม่ต้องการคำแนะนำอะไรทั้งนั้น” ออสการ์พูดดักคออังเดร

อังเดร : “เปล่านี่ เราไม่ได้ออกกำลังมานานแล้วนะ ซักหน่อยมั้ย?” อังเดรทำทีเป็นชวนซ้อมดาบเพื่อเป็นการกลบเกลื่อนที่ออสการ์รู้ทัน

ออสการ์ : “ได้ ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว” ออสการ์ตกลง

ทั้งคู่จรดปลายดาบเข้าหากันเพื่อเป็นการทำความความเคารพคู่ต่อสู้ แล้วทั้งคู่ก็เริ่มฟาดฟันดาบใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ซึ่งในขณะนั้นมาดามจาร์เจเยสก็ได้ยืนมองทั้งคู่อยู่ที่ระเบียง  ระหว่างที่ทั้งคู่ฟาดฟันดาบใส่กันนั้น อังเดรก็ได้เริ่มเกลี้ยกล่อมออสการ์

อังเดร : “เธอโชคดีนะ”

ออสการ์ : “อะไรนะ?”  ออสการ์งงในคำพูดของอังเดร

อังเดร : “ชั้นไม่เคยมีแม่มาคอยห่วง ทั้งๆที่อยากจะมี” ออสการ์ได้ยินประโยคนี้ก็ต้องชะงัก จนทำให้พลาดท่าถูกอังเดรต้อนจนหลังชิดกับต้นไม้ อังเดรปักปลายดาบไปที่ต้นไม้ใกล้ๆกับใบหน้าของออสการ์

อังเดร : “เธอจะยอมแพ้หรอ? ตัดสินใจมาซะ อย่าทำให้แม่ของเธอต้องเป็นห่วง”

ออสการ์ได้ทีถีบเข้าที่ท้องของอังเดรอย่างแรง จนอังเดรทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น แล้วออสการ์ก็หนีออกมาจากมุมที่ถูกต้อน เธอชี้ปลายดาบไปที่อังเดร เพื่อเตรียมพร้อมที่จะสู้ต่อ

ออสการ์ : “จะเลือกทางไหนก็เหมือนกัน แม่ของชั้นก็ต้องลำบากอยู่ดี” ออสการ์ยังคงปากแข็ง

อังเดรดึงดาบออกมาจากต้นไม้แล้วเริ่มฟาดฟันกันต่อ

อังเดร : “ถ้าเธอไม่ทำตามรับสั่งของฝ่าบาท ก็เท่ากับเป็นกบฏ!” ออสการ์เกือบจะพลาดท่า อังเดรชี้ปลายดาบไปที่หน้าของออสการ์บ้าง

อังเดร : “ฝ่าบาททรงอุตส่าห์เมตตาให้ครอบครัวจาร์เจเยสได้เลือกว่าจะรับใช้มาดามดูเบอรี่หรือองค์หญิงรัชทายาท เธอมัน...!” ทั้งคู่เข้าฟาดฟันกันต่อ จนออสการ์พลาดท่าและถูกอังเดรชี้ดาบไปที่หน้าอีกครั้ง

อังเดร : “ตัดสินใจมาเดี๋ยวนี้ ยิ่งเธอปากแข็งมากเท่าไหร่ พ่อกับแม่ของเธอก็จะยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นเท่านั้น”  คราวนี้ออสการ์ใช้ดาบของตัวเองปัดดาบของอังเดรหลุดกระเด็นตกลงไปในน้ำ แล้วเธอก็ชี้ดาบไปที่หน้าของอังเดร สุดท้ายแล้วออสการ์ก็ยังคงเป็นฝ่ายชนะ แต่จากคำพูดของอังเดรนั้น ทำให้ออสการ์ต้องกลับมาคิดทบทวนว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไป

“ แม่ ต่อจากนี้ไป... ชั้นจะเลือกแล้ว  ถึงแม้ว่าตอนนี้มาดามดูเบอรี่จะมีอำนาจมากที่สุดในวัง แต่เธออยู่ด้วยความโลภและควบคุมพระราชาด้วยเซ็กส์ ชั้นควรจะเลือกพระนางอังตัวเน็ต ผู้ซึ่งสืบเชื้อสายโดยตรง แต่ชั้นจะต้องดูแลแม่ให้ปลอดภัย” นี่คือการตัดสินใจของออสการ์

 

                ในวันต่อมา ทั่วทั้งแวร์ซายส์ก็ต้องตื่นเต้นกับข่าวลือที่ว่า พระนางมารี อังตัวเน็ตได้รับชัยชนะเหนือมาดามดูเบอรี่เป็นครั้งแรก 

                ณ ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางและชนชั้นสูง “องค์หญิงรัชทายาทเสด็จแล้ว”

ทุกคนในที่นั้นตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อได้เห็นพระนางมารี อังตัวเน็ตเสร็จมาโดยมีมาดามจาร์เจเยสและออสการ์เดินตามเสร็จมาด้วย ทันทีที่มาดามดูเบอรี่เห็นภาพนั้น เธอก็รู้สึกโกรธสุดขีด

“เลวมาก! ออสการ์! เธอกำลังพยายามต่อต้านชั้น แม่ของเธอ...เธอจะต้องชดใช้ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!” ความโกรธแค้นประทุอยู่ในใจจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ มาดามดูเบอรี่ดึงสร้อยคอของตัวเองจนขาดกระเด็น แล้วเธอก็เดินหันหลังกลับเข้าห้องไปทันที

                ระหว่างทางที่พระนางมารี อังตัวเน็ตกำลังเสร็จก็หันไปพบกับท่านเค้าท์เมอซี่ ขุนนางจากออสเตรีย เธอดีใจมากที่ได้พบกับคนที่คุ้นเคยจากบ้านเกิดของตนเอง

อังตัวเน็ต : “โอ้ว ท่านเค้าท์เมอซี่”

พระนางมารี อังตัวเน็ต พาท่านเค้าท์เมอซี่ไปเดินชมสวนในพระราชวังแวร์ซายส์

อังตัวเน็ต : “สวนที่นี่สวยไม่เท่าที่พระราชวังเชินบรุนน์บ้านเราเลยเนอะ?”

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ในวันแต่งงานของชั้น เราเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม มันสวยงามเต็มไปด้วยดอกไม้ไฟ”

เค้าท์เมอซี่ : “เออ พระนางอังตัวเน็ต หม่อมชั้นยังไม่เห็นองค์ชายรัชทายาทเลยนะ พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “องค์ชายอยู่ในโรงตีเหล็กน่ะ กำลังทำแม่กุญแจอยู่”

เค้าท์เมอซี่ : “หา? แม่กุญแจ พระนางหมายถึงที่ล็อกด้วยกุญแจหรอพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ใช่แล้ว ทำแม่กุญแจเป็นงานอดิเรกของเค้าล่ะ 555” อังตัวเน็ตหัวเราะชอบใจโดยที่เห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้สำคัญอะไร แล้วก็เดินชมสวนต่อ

ระหว่างที่ท่านเค้าท์เมอซี่อยู่ในแวร์ซายส์ก็ได้ยินทั้งขุนนางและสตรีชนชั้นสูงต่างซุบซิบเรื่องความขัดแย้งระหว่างพระนางมารีอังตัวเน็ตและมาดามดูเบอรี่

 

“อะไรนะ? ไม่พูดซักคำเลยหรอ?” “ใช่ 3 เดือนแล้วนะ พระนางอังตัวเน็ตยังไม่เคยพูดกับเธอซักคำเลย” “ยิ่งมาดามดูเบอรี่รู้ว่าแม่ของออสการ์ไปเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของพระนางอังตัวเน็ตด้วยแล้ว...” “ใช่ เธอก็ตัวสั่นหน้าซีดไปเลย 555”

 

“ตกลงชั้นพนันข้างพระนางอังตัวเน็ต” “ถ้างั้นชั้นพนัน 5,000 ลีฟ ข้างดูเบอรี่” “ฝ่าบาททรงหนุนหลังมาดามอยู่ ถ้างั้นชั้นพนันข้างเธออีก 5,000 ลีฟ”

 

เค้าท์เมอซี่ได้ยินคำล่ำลือต่างๆนานา ก็อดเป็นกังวลไม่ได้เพราะกลัวว่าจะทำให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัยและอาจจะบานปลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? พระนางอังตัวเน็ต กำลังเผชิญหน้ากับภรรยาลับของฝ่าบาทหรือนี่”

 

                ทางด้านมาดามดูเบอรี่ซึ่งตอนนี้กำลังทำลายข้าวของภายในห้องของตนเองจนกระจัดกระจายเพื่อระบายความแค้น

ดูเบอรี่ : “ชั้นจะไม่ยกโทษให้นังเด็กนั่น! เธอทำให้ชั้นดูโง่ ชั้นจะไม่มีวันยกโทษให้เธอเด็ดขาด!”  มาดามดูเบอรี่ตรงเข้าไปในห้องของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ในขณะที่ฝ่าบาทกำลังพักผ่อนอย่างสบายพระทัย

ดูเบอรี่ : “ฝ่าบาทเพคะ ได้โปรดทำอะไรซักอย่างสิเพคะ! นังเด็กนั่น...”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “อีกแล้วหรอ ? ชั้นไม่อยากมีปัญหามากกว่านี้  ได้โปรดเถอะ ชั้นอยากอยู่คนเดียว” พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ออกอาการเบื่อหน่ายกับเรื่องไร้สาระที่มาคอยกวนใจพระองค์ ซ้ำๆซากๆ พระองค์ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ริมหน้าต่างแล้วทอดถอนใจ

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “เธอมีเพชรนิลจินดา รถม้าแล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการอยู่ในกำมือ แล้วเธอยังต้องการอะไรอีก?”

ดูเบอรี่ : “ไม่เพคะ ฝ่าบาทไม่ทรงทราบหรอกเพคะว่าในวังเค้าซุบซิบนินทากันว่าอย่างไรบ้าง  เพราะว่ายัยเด็กผมแดงนั่นไม่ยอมพูดกับหม่อมชั้นแม้แต่คำเดียว หม่อมชั้นจึงต้องถูกคนทั้งวังหัวเราะเยาะ! ตั้งแต่ยัยเด็กนั่นไม่ยอมพูดกับหม่อมชั้น สถานะของหม่อมชั้นก็ไม่เป็นที่ยอมรับของคนในวัง ใช่สิเพคะ หม่อนชั้นถูกดูหมิ่น” ดูเบอรี่เริ่มหว่านล้อมฝ่าบาทให้เชื่อในคำพูดของเธอ “มันเป็นหน้าที่ของฝ่าบาทที่จะต้องปกป้องหม่อมชั้น แต่เพราะฝ่าบาทไม่ยอมทำอะไรเลย หม่อมชั้นถึงได้ถูกดูถูก” แล้วเธอก็ก้มหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ออดอ้อนฝ่าบาท

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ฮึ? เธอบอกว่า เธอถูกดูถูก เพราะชั้นไม่ยอมทำอะไรเลย อย่างงั้นหรอ?

ดูเบอรี่ : “ใช่เพคะ ดูถูกหม่อมชั้นซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของฝ่าบาท ก็เท่ากับดูถูกฝ่าบาทด้วยเหมือนกันนะเพคะ”

เพราะเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ฮะ! ดูถูกชั้นหรอ!  ใครก็ได้ เรียกพี่เลี้ยงของอังตัวเน็ตมาพบชั้นที่ห้องที”

คำยุยงของมาดามดูเบอรี่เป็นผล พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่พอพระทัยเป็นอย่างมาก จึงเรียกพี่เลี้ยงของพระนางอังตัวเน็ตมาต่อว่า

 

                หลังจากพี่เลี้ยงถูกฝ่าบาทเรียกไปต่อว่า จึงรีบกลับมารายงานพระนางอังตัวเน็ต และป้าๆ

พี่เลี้ยง : “เกิดเรื่องแล้วเพคะ! ฝ่าบาททรงมีกระแสรับสั่งให้เตือนพระนางอังตัวเน็ตเรื่องการให้ความเคารพต่อมาดามดูเบอรี่เพคะ”

ป้าๆ : “อังตัวเน็ต อย่ากังวลไปเลย ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะไปร้องไห้อ้อนวอนฝ่านบาท” “ใช่ๆ พวกเราจะช่วยพระองค์เอง พระองค์คงไม่ยอมแพ้คนอย่างดูเบอรี่ใช่มั้ยเพคะ?”  ในขณะนั้นเองท่านเค้าท์เมอซี่บังเอิญผ่านมาได้ยินเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เค้ารู้สึกกังวลเป็นอย่างมาก “ถ้าความสัมพันธ์กับออสเตรียจะต้องแตกหักเพราะการแข่งขันที่ไร้สาระของผู้หญิงแล้วล่ะก็ ทั่วทั้งยุโรปจะต้องตกอยู่ในสงคราม”  ดังนั้น เค้าท์เมอซี่จึงเขียนจดหมายด่วนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นส่งถึงนายกรัฐมนตรีของออสเตรีย เพื่อให้กราบทูลพระนางเทเรซ่าให้ทรงทราบ

 

                ณ พระราชวังในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย หลังจากที่นายกรัฐมนตรีของออสเตรีย เค้าท์โคนิซ ได้รับจดหมายจากท่านเค้าท์เมอซี่ จึงนำจดหมายไปถวายและกราบทูลให้จักรพรรดินีทรงทราบ

เทเรซ่า : “ฮะ! เธอเป็นต้นเหตุให้เกิดความวุ่นวายในแวร์ซายส์อย่างนั้นหรอ” หลังจากที่ได้อ่านจดหมาย พระนางมาเรียเทเรซ่าก็รู้สึกเป็นกังวลมาก

เค้าท์โคนิซ : “ดูเหมือนสถานการณ์จะตึงเครียด ตั้งแต่มีจดหมายด่วนมาจากท่านเค้าท์เมอซี่  ฝ่าบาทได้โปรดเขียนจดหมายส่งตรงถึงพระนางอังตัวเน็ตด้วยพะยะค่ะ”

พระนางมาเรีย เทเรซ่า รู้สึกอึดอัดใจเป็นอย่างมาก เพราะเธอได้นึกถึงสิ่งที่เธอเคยสอนกับลูกสาวเอาไว้ “ชั้นจะทำอย่างนั้นได้ยังไงกัน ฉันเคยสอนเธอเอาไว้ว่า ผู้หญิงที่ขายตัวให้กับผู้ชายหรือคนที่เป็นเมียน้อยนั้นชั่วช้าที่สุด ชั้นไม่สามารถสั่งให้ลูกสาวของชั้น ก้มหัวให้กับผู้หญิงอย่างมาดามดูเบอรี่ได้” หลังจากที่พระนางมาเรีย เทเรซ่านิ่งเงียบไปซักครู่หนึ่ง เค้าท์โคนิซก็ได้ขอร้องฝ่าบาทอีกครั้ง

เค้าท์โคนิซ : “ฝ่าบาท หม่อมชั้นเข้าใจในความลังเลของฝ่าบาท แต่ขอให้ฝ่าบาททรงเห็นแก่ความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสด้วยเถอะพะยะค่ะ”

เทเรซ่า : “ถูกแล้ว...เราจะต้องไม่ขัดพระทัยของกษัตริย์ฝรั่งเศส” พระนางยอมฟังคำขอร้องของโคนิซ “โคนิซ ได้โปรดเขียนจดหมาย ถ้าบอกไปว่าเป็นคำสั่งของท่านนายกรัฐมนตรีโคนิซ เธอจะต้องทำตามอย่างแน่นอน”

โคนิซ : “พะยะค่ะ”

 

                นายกรัฐมนตรีโคนิซได้ส่งจดหมายตามรับสั่งของพระนางมาเรียเทเรซ่า เมื่อจดหมายส่งถึงแวร์ซายส์ท่านเค้าท์เมอซี่จึงเปิดอ่านข้อความในจดหมายให้พระนางอังตัวเน็ตฟัง

เค้าท์เมอซี่ : “...เพราะว่าการดูหมิ่นบุคคลซึ่งมีความใกล้ชิดกับฝ่าบาทนั้น ก็เท่ากับว่าดูหมิ่นฝ่าบาทด้วยเช่นกัน ได้โปรดแก้ไขในทันที...” “นี่คือคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีโคนิซพะยะค่ะ องค์หญิง  แล้ว...” เค้าท์เมอซี่ยังไม่ทันจะพูดจบ พระนางอังตัวเน็ตก็ขัดขึ้น

อังตัวเน็ต : “รู้แล้ว! รู้แล้ว! ชั้นเข้าใจหมดแล้ว ข้ามส่วนที่เหลือไปเลย”

เค้าท์เมอซี่ : “ถ้าอย่างนั้น ในงานสังสรรค์วันนี้ ได้โปรดเถอะ...พระนางอังตัวเนต” เค้าท์เมอซี่ของร้องอังตัวเน็ต

อังตัวเน็ต : “ครั้งเดียวเท่านั้นนะ”

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ” เค้าท์เมอซี่ยิ้มอย่างดีใจที่พระนางจะยอมพูดกับมาดามดูเบอรี่

แต่ในใจของอังตัวเน็ตนั้นกลับรู้สึกรำคาญ และสงสัยว่าเรื่องนี้รู้ไปถึงออสเตรียได้อย่างไร “ตาแก่ขี้บ่น โคนิซ คิดอยากจะสั่งอะไรก็สั่ง เอ๊ะ แต่ว่าเรื่องแบบนี้เล็ดลอดไปถึงออสเตรียได้ยังไงกัน”

 

                ในงานเลี้ยงสังสรรค์ตอนบ่าย ในพระราชวังแวร์ซายส์ ระหว่างที่พระนางมารี อังตัวเน็ตกำลังเสร็จออกมา  เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงต่างพากันซุบซิบเรื่องจดหมายจากรัฐมนตรีของออสเตรีย ที่ส่งถึงพระนางมารี อังตัวเน็ต “นายกรัฐมนตรีของออสเตรียส่งจดหมายมา” “ถึงพระนางมารีอังตัวเน็ตหรอ?” “ใช่ สุดท้ายก็คงต้องทำตาม” “ดูนั่นสิ ท่านออสการ์ติดตามองค์หญิงรัชทายาทมาด้วย” “แน่นอนสิ ก็เธอเป็นห่วงแม่ของเธอนี่” “ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามาดามดูเบอรี่โกรธ” “อีกอย่างนะ ชั้นก็ยังไม่เห็นมาดามดูเบอรี่เลย” ทันใดนั้นมาดามดูเบอรี่ก็ปรากฏตัวด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสผิดปรกติ “นี่ๆ มาดามดูเบอรี่มาแล้ว” “มาดามดูเบอรี่ปรากฏตัวแล้ว โอ้ว วันนี้เธอดูอารมณ์ดีพิลึก” “แสดงว่าเรื่องจดหมายจากออสเตรียก็เป็นเรื่องจริงนะสิ” “อืม ถ้าอย่างนั้น วันนี้พระนางอังตัวเน็ตก็อาจจะ...” “ใช่ๆ เธอต้องพูดกับมาดามดูเบอรี่” “ชั้นอยากจะเห็นฉากดราม่าที่สุดในแวร์ซายส์ ด้วยตาของชั้นเอง”

ทางด้านมาดามดูเบอรี่ค่อยๆเดินตรงมาหาพระนางมารี อังตัวเน็ต ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส่ และกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เพราะเธอแน่ใจว่า วันนี้พระนางมารีอังตัวเน็ตจะต้องพูดกับเธอตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรีของออสเตรียอย่างแน่นอน

“หึ ชั้นเกิดในสลัม เป็นสามัญชนธรรมดา แต่ด้วยความพยายามชั้นจึงได้เป็นภรรยาของท่านเค้าท์ และเป็นที่โปรดปรานของกษัตริย์ มีอำนาจ เพชรนิลจินดา และพระราชวัง... ตอนนี้ชั้นมีทุกสิ่งทุกอย่างที่ชั้นต้องการอยู่ในกำมือ และในวันนี้ชั้นจะทำให้องค์หญิงรัชทายาทพูดกับชั้น และในที่สุดทุกคนจะต้องยอมรับว่า ชั้นมีอำนาจเหนือกว่ายัยเด็กนั้น” ดูเบอรี่คิดในใจ มาดามดูเบอรี่เดินตรงเข้ามาหาพระนางมารี อังตัวเน็ต

ทางฝั่งของมารี อังตัวเน็ตก็คิดอยู่เช่นกัน “ไม่ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นรับสั่งของฝ่าบาท แต่ถ้าชั้นยอมพูดกับเธอ ก็หมายความว่าชั้นยอมให้โสเภณีและเมียน้อยสามารถเข้ามาให้วังได้ตามอำเภอใจ ชั้นยอมไม่ได้เด็ดขาด! ชั้นยอมไม่ได้! ชั้นจะไม่ทำเพราะท่านป้าบอกไว้ ที่จริงก็เพื่อตัวชั้นเอง มันเป็นศักดิ์ศรีขององค์หญิงรัชทายาทแห่งฝรั่งเศส”

                ทันทีที่ดูเบอรี่เดินมาถึงหน้าพระพักต์ของพระนางมารีอังตัวเน็ต เธอก็ถอนสายบัวตามมารยาทเพื่อรอรับคำพูดของอังตัวเน็ต แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมาจากปากของอังตัวเน็ต แต่พระนางอังตัวเน็ตกลับมองหน้าดูเบอรี่ด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ทุกคนในที่นั้น รวมทั้งมาดามดูเบอรี่รู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก “ดูสายตาของเธอสิ! เกิดอะไรขึ้น? เธอจะไม่สนใจคำสั่งของนายกรัฐมนตรีของบ้านเกิดของเธออย่างงั้นหรอ?”  มาดามดูเบอรี่ทั้งโกรธ ทั้งแค้นและรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างยิ่ง เธอหักพัดในมือเป็นสองท่อนแล้วโยนลงพื้น และหันหลังกลับเข้าห้องไปทันที

ดูเบอรี่ : “ยัยเด็กบ้า!” มาดามดูเบอรี่ซบหน้าลงบนที่นอน และเธอก็เริ่มที่จะทำลายข้าวของอีก แต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงใครคนหนึ่ง เค้าท์โอเลียนนั่นเอง

เค้าท์โอเลียน : “มาดามดูเบอรี่ ชั้นเข้าใจว่าทำไมท่านถึงโมโห เมื่อเร็วๆนี้ชั้นพึ่งได้รับไวน์ชั้นเลิศมาจากเมืองโกลด์โคสต์ แอฟริกา ชั้นคิดว่าน่าจะเอามามอบเป็นของขวัญให้ท่านจะดีกว่า มาดามดูเบอรี่” เค้าท์โอเลียนเดินเค้ามาในห้องของมาดามดูเบอรี่พร้อมขวดไวน์แดงในมือ

ดูเบอรี่ : “แล้วไง? ก็แค่ไวน์ธรรมดาๆ”

เค้าท์โอเลียน : “ใช่ ก็แค่ไวน์ธรรมดา แต่เต็มไปด้วยกลิ่นที่เย้ายวนและรสชาติเยี่ยม ไวน์ชั้นเลิศที่จะไม่ทิ้งหลักฐาน...เพียงแค่จิบเดียว ก็จะขึ้นสวรรค์ทันที มาดามดูเบอรี่ ท่านก็จะไม่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย... 555” เค้าท์โอเลียนและมาดามดูเบอรี่ คิดจะวางแผนชั่วอีกแล้ว

 

                ขณะที่มาดามจาร์เจเยสกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่หน้าเตาผิงในห้องพักภายในพระราชวังแวร์ซายส์ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู ก๊อก ก๊อก ก๊อก

มาดามจาร์เจเยส : “เข้ามาได้” หญิงรับใช้สูงอายุคนหนึ่งเปิดประตูเข้ามา

หญิงรับใช้ : “มาดามจาร์เจเยส”

มาดามจาร์เจเยส : “คะ?”

หญิงรับใช้ : “องค์หญิงรัชทายาททรงรับสั่งให้ท่านนำไวน์ไปถวายให้พระองค์ที่ห้องของมาดามดูเบอรี่”

มาดามจาร์เจเยส : “องค์หญิงอยู่ในห้องของมาดามดูเบอรี่หรอ?” มาดามถามด้วยความแปลกใจ

หญิงรับใช้ : “ค่ะ”

 “แปลกจัง พระนางอังตัวเนตอยู่ในห้องของมาดามดูเบอรี่ แต่พระนางเกลียดชังเธอนี่นา” มาดามจาร์เจเยสคิดสงสัยอยู่ในใจ

หญิงรับใช้ : “ได้โปรดรีบหน่อย! มันเป็นรับสั่งของฝ่าบาท พวกเค้ากำลังสนทนากันอยู่”

มาดามจาร์เจเยส : “ฮะ! ฝ่าบาทด้วยหรอ? แล้วทำไมพวกเค้าไม่ให้นางกำนันที่มีหน้านี้ไปถวายไวน์ล่ะ? มีนางกำนันตั้ง 168 คนที่มีหน้าที่ดูและเรื่องพระกระยาหารของพระนางอังตัวเน็ต”  หญิงรับใช้ได้ยินดังนั้นก็ชักสีหน้าไม่พอใจ

หญิงรับใช้ : “พระองค์รับสั่งว่าให้เป็นมาดามจาร์เจเยสเท่านั้น” แล้วสาวใช้ก็สะบัดหน้าเดินออกไป

มาดามจาร์เจเยสได้ยินดังนั้นก็จำเป็นจะต้องทำตาม มาดามจาร์เจเยส พร้อมกับเด็กสาวใช้ซึ่งถือถาดใส่ไวน์แดงสองแก้ว เดินไปที่ห้องของมาดามดูเบอรี่ เมื่อถึงห้องเธอก็เคาะประตูและเข้าไป

มาดาม : “ชั้นเอาไวน์มาถวายให้องค์หญิงค่ะ”

มาดามดูเบอรี่ซึ่งรออยู่แล้ว ก็แสร้งทำเป็นต้อนรับขับสู้

ดูเบอรี่ : “โอ้ว มาดามจาร์เจเยส ขอบคุณมากเลย ที่เอามาให้” มาดามจาร์เจเยสก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อดูรอบๆห้องแล้วไม่เห็นใครเลยนอกจากมาดามดูเบอรี่

มาดามจาร์เจเยส : “ไม่เป็นไรค่ะว่าแต่พระนางอังตัวเน็ตอยู่ไหนคะ?”

ดูเบอรี่ : “ว้าแย่จัง พระนางอังตัวเน็ตพึ่งเสด็จกลับไปเมื่อซักครู่นี้เอง” ดูเบอรี่โกหก

 

                ทางด้านอังเดรซึ่งรู้ว่ามาดามจาร์เจเยสถูกเรียกไปที่ห้องของมาดามดูเบอรี่ จึงรีบวิ่งมาบอกออสการ์ซึ่งพักอยู่ในห้องพักภายในพระราชวังแวร์ซายส์เช่นกัน

อังเดร : “ออสการ์!”

ออสการ์ : “อังเดร ทำไมต้องรีบร้อนขนาดนั้น?”

อังเดร : “มาดามพึ่งออกไปที่ห้องของมาดามดูเบอรี่ ออสการ์ เธอรู้รึป่าว?”

ออสการ์ : “อะไรนะ? ท่านแม่หรอ?”

อังเดร : “มาดามได้รับคำสั่งจากพระนางอังตัวเน็ตให้เอาไวน์ไปถวายให้พวกเค้า” ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็สังหรณ์ใจว่าจะต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่ๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่พระนางอังตัวเน็ตจะเข้าไปอยู่ในห้องของมาดามดูเบอรี่

ออสการ์ : “แย่แล้ว!” ออสการ์รีบวิ่งไปที่ห้องของมาดามดูเบอรี่อย่างไม่คิดชีวิต

 

                ในห้องของมาดามดูเบอรี่ แผนชั่วร้ายยังคงดำเนินต่อไป

ดูเบอรี่ : “มาดื่มไวน์ด้วยกันสิ ไหนๆมาดามจาร์เจเยสก็อุตส่าห์ยกมาให้พวกเรา” แล้วเธอก็หันไปชวนสาวใช้อีกคน “เธอก็มาดื่มด้วยกันสิ”

สาวใช้ : “โอ้ว ได้หรอคะ? ชั้นเนี่ยนะคะ? ขอบคุณมากค่ะ” เด็กสาวรู้สึกเป็นเกียรติที่ถูกเชิญให้ร่วมดื่มไวน์

ดูเบอรี่ : “ใช่ ไหนๆ เธอก็อุตส่าห์เอามาให้ชั้นแล้ว”

เด็กสาวใช้ถอนสายบัวขอบคุณและเดินเข้ามารับแก้วไวน์จากมือของดูเบอรี่ไปดื่ม...เพียงแค่จิบเดียวเท่านั้น แก้วไวน์ก็ร่วงออกจากมือแตกกระจาย พร้อมกับร่างของเด็กสาวที่ทรุดลงกับพื้น มาดามจาร์เจเยสตกใจสุดขีด และพยายามเข้าไปช่วยเด็กคนนั้น

มาดามจาร์เจเยส : “เกิดอะไรขึ้น? ทำใจดีดีไว้นะ” แต่ไม่ทันเสียแล้ว เด็กสาวล้มลงเสียชีวิตทันที

ดูเบอรี่ : “ยาพิษ! ในไวน์มียาพิษ” ดูเบอรี่มองหน้าของมาดามจาร์เจเยสด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้น

มาดามจาร์เจเยสรู้ตัวแล้วว่าหลงกลของมาดามดูเบอรี่ “แย่แล้ว! นี่มันเป็นกับดัก! นี่มันเป็นกับดักของมาดามดูเบอรี่นี่! เธอแก้แค้นที่ชั้นมาเป็นคนรับใช้ของพระนางอังตัวเน็ต”

ดูเบอรี่ : “มาดามจาร์เจเยส เธอกล้าใส่ยาพิษในไวน์ของชั้นหรอ! องค์หญิงรัชทายาทส่งเธอมาใช้มั้ย? หรือว่ามันเป็นแผนของเธอเอง?!”  มาดามดูเบอรี่พยายามใส่ร้ายมาดามจาร์เจเยส  แต่พระเจ้าช่วย..ทันใดนั้นออสการ์ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี มาดามดูเบอรี่ตกใจที่เห็นออสการ์ ออสการ์ก็ตกใจที่เห็นร่างของเด็กสาวใช้กองอยู่บนพื้น ออสการ์เดินเข้ามาดูร่างที่ไร้วิญญาณของเด็กสาว

ออสการ์ : “ช่างอำมหิตอะไรเช่นนี้! ท่านเอาชีวิตของนางสนองพระโอษฐ์มาเป็นเครื่องมือ!”

ดูเบอรี่ : “หยาบคาย เธอพูดอะไรน่ะ?” มาดามดูเบอรี่ตกใจและหวาดกลัว ที่ออสการ์รู้ทันแผนการของเธอ  ออสการ์หยิบเศษแก้วไวน์ และลุกขึ้นมาประจัญหน้ากับมาดามดูเบอรี่

ออสการ์ : “ท่านวางแผนให้แม่ของชั้นเป็นคนยกไวน์ใส่ยาพิษมาถวายและใส่ร้ายว่าแม่ของชั้นพยายามแอบใส่ยาพิษลงในไวน์ให้ท่านดื่ม”

ดูเบอรี่ : “เธอพูดอะไรของเธอ?” ดูเบอรี่ยังปากแข็งไม่ยอมรับผิด

ออสการ์ : “ท่านคิดว่าชั้นโง่จนดูไม่ออกรึไง มาดามดูเบอรี่?” ออสการ์ขว้างเศษแก้วทะลุกระจกหน้าต่างออกไปข้างนอกด้วยความโกรธ  จากนั้นก็ชักดาบออกมา โดยมีมาดามจาร์เจเยสหลบอยู่ข้างหลัง

ออสการ์ : “ท่านอาจจะเป็นผู้หญิงสูงศักดิ์และเป็นคนที่ฝ่าบาทรัก” ออสการ์ชี้ปลายดาบที่แหลมคมไปที่หน้าของดูเบอรี่ ดูเบอรี่ผงะถอยหลังด้วยความกลัว

ออสการ์ : “แต่จำไว้นะว่า ตราบใดที่ชั้นยังอยู่ ชั้นจะไม่ยอมให้ท่านทำร้ายพระนางอังตัวเน็ตหรือว่าแม่ของชั้นเป็นอันขาด!”

มาดามดูเบอรี่ทรุดตัวลงกับพื้น ทั้งความโกรธความแค้นละคนกันกลายเป็นน้ำตาที่ไหลพรากออกมา

ออสการ์ : “เราไปกันเถอะ ท่านแม่”

แล้วออสการ์กับมาดามจาร์เจเยส ก็เดินออกจากห้องของมาดามดูเบอรี่ไป

 

 

 

จบตอนที่ 4

edit @ 27 May 2012 21:51:22 by Lady Oscar

Comment

Comment:

Tweet