หลังจากที่พระนางมารี อังตัวเน็ตได้ทราบข่าวว่ามาดามดูเบอรี่ได้ทูลขอกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ว่าต้องการให้มาดามจาร์เจเยส ซึ่งเป็นแม่ของออสการ์มาเป็นนางสนองพระโอษฐ์ก็รู้สึกโกรธมาก

อังตัวเน็ต : “ไม่ได้นะ! ชั้นไม่ยอมหรอก!

ป้าๆ : “นั่นสิเพคะ ดูเบอรี่หน้าด้านไปทูลขอกับฝ่าบาท ว่าต้องการให้แม่ของออสการ์มาเป็นนางสนองพระโอษฐ์” “นางเพศยานั่นจะใช้ความนิยมชมชอบในตัวออสการ์เป็นเครื่องมือ” “หล่อนท้าทายองค์หญิงด้วยการใช้ความโปรดปรานที่ได้รับจากฝ่าบาท” “ฟังนะ อังตัวเน็ต ในนามธิดาของกษัตริย์ พวกเรา 3 คนจะอยู่เคียงข้างพระองค์จนถึงที่สุด”

เหล่าป้าๆ ทั้งหลายที่เกลียดชังมาดามดูเบอรี่ พยายามส่งเสริมไม่ให้พระนางมารี อังตัวเน็ตยอมแพ้มาดามดูเบอรี่

อังตัวเน็ต : “เข้าใจแล้วค่ะ ท่านป้า ชั้นจะขอร้องกับมกุฏราชกุมารว่าชั้นต้องการให้แม่ของออสการ์มาเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของชั้น”

 

                ในขณะเดียวกัน ที่บ้านของออสการ์ก็กำลังถกเถียงกันในเรื่องนี้ ออสการ์เมื่อได้ทราบเรื่องก็รู้สึกโกรธมาก ที่ทั้งพระนางมารี อังตัวเน็ตและมาดามดูเบอรี่ พยายามที่จะใช้แม่ของเธอเป็นเครื่องมือในการต่อสู้กัน

ออสการ์ : “ทำไมต้องเป็นแม่ของชั้นด้วย!” ออสการ์ใช้สองมือทุบโต๊ะด้วยความโมโหสุดขีด

แนนนี่ : “มาดามจำเป็นต้องเลือกว่าจะเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของมาดามดูเบอรี่หรือพระนางมารี อังตัวเน็ต อย่างงั้นหรอคะ?” แนนนี่หันไปถามนายพลจาร์เจเยสเพื่อความแน่ใจ และหันมาปลอบใจออสการ์ “ท่านออสการ์ นี่เป็นการร้องขอที่เป็นเกียรติอย่างมาก อย่าโมโหไปเลย...”

ออสการ์ : “เงียบนะ!” ออสการ์ตะคอกใส่แนนนี่ “ฉันรู้สาเหตุเบื้องหลังเรื่องนี้ดี! ดูเบอรี่และองค์หญิงรัชทายาทหวังที่จะให้ชั้นเลือกข้างใดข้างหนึ่ง”

อังเดร : “นี่ออสการ์ ใจเย็นก่อน ถ้ามองในระยะยาว สุดท้ายแล้วเธอก็จะต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่งอยู่ดี”

ออสการ์ : “หุบปากนะ! อังเดร  ชั้นจะปฏิเสธ ชั้นจะไม่ยอมให้แม่ถูกใช้เป็นเครื่องมือของผู้หญิงในวังที่ขัดแย้งกันหรอก”

มาดามจาร์เจเยสแม่ของออสการ์รู้สึกถึงความกังวลของลูกจึงพยายามปลอบใจ

มาดามจาร์เจเยส : “ออสการ์ ลูกไม่ต้องห่วงแม่หรอก แม่จะรับใช้ใครก็ได้ที่ลูกเห็นว่าดีกว่า”

ออสการ์ : “ไม่! ลูกไม่อยากให้แม่ของตัวเองถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการแย่งชิงอำนาจของผู้หญิงสองคนนั้น”

นายพลจาร์เจเยส : “ออสการ์ นี่เป็นรับสั่งของฝ่าบาท” นายพลจาร์เจเยสเตือนสติออสการ์

ออสการ์ : “ชั้นไม่สน! ชั้นไม่สนว่าใครจะเป็นคนสั่ง ชั้นไม่ยอมเด็ดขาด!  ท่านพ่อ ได้โปรดปฏิเสธเถอะ” ออสการ์เดินออกไปจากห้องทันที ด้วยอารมณ์โกรธจัด

มาดามจาร์เจเยส : “โถ่ ลูกรัก...” มาดามหันไปหาสามี ด้วยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี

นายพลจาร์เจเยส : “รอซักพัก เดี๋ยวอารมณ์ของเธอก็เย็นลงเอง” นายพลจาร์เจเยสปลอบใจภรรยา

 

                ในขณะเดียวกัน ณ พระราชวังในกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย แม่ที่น่ายกย่องที่ตอนนี้หัวใจแทบสลายเมื่อคิดถึงลูกสาวที่แวร์ซายส์ นั่นก็คือ แม่ของมารี อังตัวเน็ต พระนางมาเรีย เทเรซ่า จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย ได้เรียกตัวท่านเค้าท์เมอซี่ ขุนนางคนสนิทให้มาเข้าเฝ้า

เค้าท์เมอซี่ : “ฝ่าบาทต้องการพบหม่อมชั้นหรือพะยะค่ะ”

เทเรซ่า : “ชั้นอยากให้ท่านเดินทางไปฝรั่งเศส”

เค้าท์เมอซี่ : “ฝรั่งเศส?” เค้าท์เมอซี่รู้สึกแปลกใจ

เทเรซ่า : “อังตัวเน็ตยังเด็กมาก ชั้นเป็นห่วงว่าพวกประจบสอพลอในวังต่างชาติ จะทำให้คนที่คิดอะไรไม่รอบคอบอย่างเธอต้องเสียคน ท่านได้โปรดไปเป็นที่ปรึกษาให้เธอแทนชั้นได้มั้ย?”

เค้าท์เมอซี่ : “ได้พะยะค่ะ” เค้าท์เมอซี่ที่รู้สึกเห็นใจในความห่วงใยของพระนางเทเรซ่า จึงยอมเดินทางไปพบพระนางมารี อังตัวเน็ตที่ฝรั่งเศส

 

                ในตอนหัวค่ำ ณ บ้านของออสการ์ ออสการ์ซึ่งตอนนี้รู้สึกสับสนกำลังนั่งกลุ้มใจอยู่คนเดียวในสวนหลังบ้าน ทันใดนั้นอังเดรก็เข้ามาหาพร้อมกับถือดาบสองเล่มอยู่มือ ออสการ์เห็นอย่างนั้นก็รู้ทันทีว่าอังเดรคงจะต้องมาพูดเกลี้ยกล่อมเธอย่างแน่นอน

ออสการ์ : “ชั้นไม่ต้องการคำแนะนำอะไรทั้งนั้น” ออสการ์พูดดักคออังเดร

อังเดร : “เปล่านี่ เราไม่ได้ออกกำลังมานานแล้วนะ ซักหน่อยมั้ย?” อังเดรทำทีเป็นชวนซ้อมดาบเพื่อเป็นการกลบเกลื่อนที่ออสการ์รู้ทัน

ออสการ์ : “ได้ ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว” ออสการ์ตกลง

ทั้งคู่จรดปลายดาบเข้าหากันเพื่อเป็นการทำความความเคารพคู่ต่อสู้ แล้วทั้งคู่ก็เริ่มฟาดฟันดาบใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร ซึ่งในขณะนั้นมาดามจาร์เจเยสก็ได้ยืนมองทั้งคู่อยู่ที่ระเบียง  ระหว่างที่ทั้งคู่ฟาดฟันดาบใส่กันนั้น อังเดรก็ได้เริ่มเกลี้ยกล่อมออสการ์

อังเดร : “เธอโชคดีนะ”

ออสการ์ : “อะไรนะ?”  ออสการ์งงในคำพูดของอังเดร

อังเดร : “ชั้นไม่เคยมีแม่มาคอยห่วง ทั้งๆที่อยากจะมี” ออสการ์ได้ยินประโยคนี้ก็ต้องชะงัก จนทำให้พลาดท่าถูกอังเดรต้อนจนหลังชิดกับต้นไม้ อังเดรปักปลายดาบไปที่ต้นไม้ใกล้ๆกับใบหน้าของออสการ์

อังเดร : “เธอจะยอมแพ้หรอ? ตัดสินใจมาซะ อย่าทำให้แม่ของเธอต้องเป็นห่วง”

ออสการ์ได้ทีถีบเข้าที่ท้องของอังเดรอย่างแรง จนอังเดรทรุดลงไปคุกเข่ากับพื้น แล้วออสการ์ก็หนีออกมาจากมุมที่ถูกต้อน เธอชี้ปลายดาบไปที่อังเดร เพื่อเตรียมพร้อมที่จะสู้ต่อ

ออสการ์ : “จะเลือกทางไหนก็เหมือนกัน แม่ของชั้นก็ต้องลำบากอยู่ดี” ออสการ์ยังคงปากแข็ง

อังเดรดึงดาบออกมาจากต้นไม้แล้วเริ่มฟาดฟันกันต่อ

อังเดร : “ถ้าเธอไม่ทำตามรับสั่งของฝ่าบาท ก็เท่ากับเป็นกบฏ!” ออสการ์เกือบจะพลาดท่า อังเดรชี้ปลายดาบไปที่หน้าของออสการ์บ้าง

อังเดร : “ฝ่าบาททรงอุตส่าห์เมตตาให้ครอบครัวจาร์เจเยสได้เลือกว่าจะรับใช้มาดามดูเบอรี่หรือองค์หญิงรัชทายาท เธอมัน...!” ทั้งคู่เข้าฟาดฟันกันต่อ จนออสการ์พลาดท่าและถูกอังเดรชี้ดาบไปที่หน้าอีกครั้ง

อังเดร : “ตัดสินใจมาเดี๋ยวนี้ ยิ่งเธอปากแข็งมากเท่าไหร่ พ่อกับแม่ของเธอก็จะยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นเท่านั้น”  คราวนี้ออสการ์ใช้ดาบของตัวเองปัดดาบของอังเดรหลุดกระเด็นตกลงไปในน้ำ แล้วเธอก็ชี้ดาบไปที่หน้าของอังเดร สุดท้ายแล้วออสการ์ก็ยังคงเป็นฝ่ายชนะ แต่จากคำพูดของอังเดรนั้น ทำให้ออสการ์ต้องกลับมาคิดทบทวนว่าเธอควรจะทำอย่างไรต่อไป

“ แม่ ต่อจากนี้ไป... ชั้นจะเลือกแล้ว  ถึงแม้ว่าตอนนี้มาดามดูเบอรี่จะมีอำนาจมากที่สุดในวัง แต่เธออยู่ด้วยความโลภและควบคุมพระราชาด้วยเซ็กส์ ชั้นควรจะเลือกพระนางอังตัวเน็ต ผู้ซึ่งสืบเชื้อสายโดยตรง แต่ชั้นจะต้องดูแลแม่ให้ปลอดภัย” นี่คือการตัดสินใจของออสการ์

 

                ในวันต่อมา ทั่วทั้งแวร์ซายส์ก็ต้องตื่นเต้นกับข่าวลือที่ว่า พระนางมารี อังตัวเน็ตได้รับชัยชนะเหนือมาดามดูเบอรี่เป็นครั้งแรก 

                ณ ท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางและชนชั้นสูง “องค์หญิงรัชทายาทเสด็จแล้ว”

ทุกคนในที่นั้นตื่นเต้นกันยกใหญ่ เมื่อได้เห็นพระนางมารี อังตัวเน็ตเสร็จมาโดยมีมาดามจาร์เจเยสและออสการ์เดินตามเสร็จมาด้วย ทันทีที่มาดามดูเบอรี่เห็นภาพนั้น เธอก็รู้สึกโกรธสุดขีด

“เลวมาก! ออสการ์! เธอกำลังพยายามต่อต้านชั้น แม่ของเธอ...เธอจะต้องชดใช้ แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!” ความโกรธแค้นประทุอยู่ในใจจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ มาดามดูเบอรี่ดึงสร้อยคอของตัวเองจนขาดกระเด็น แล้วเธอก็เดินหันหลังกลับเข้าห้องไปทันที

                ระหว่างทางที่พระนางมารี อังตัวเน็ตกำลังเสร็จก็หันไปพบกับท่านเค้าท์เมอซี่ ขุนนางจากออสเตรีย เธอดีใจมากที่ได้พบกับคนที่คุ้นเคยจากบ้านเกิดของตนเอง

อังตัวเน็ต : “โอ้ว ท่านเค้าท์เมอซี่”

พระนางมารี อังตัวเน็ต พาท่านเค้าท์เมอซี่ไปเดินชมสวนในพระราชวังแวร์ซายส์

อังตัวเน็ต : “สวนที่นี่สวยไม่เท่าที่พระราชวังเชินบรุนน์บ้านเราเลยเนอะ?”

เค้าท์เมอซี่ : “พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ในวันแต่งงานของชั้น เราเปิดให้คนทั่วไปเข้าชม มันสวยงามเต็มไปด้วยดอกไม้ไฟ”

เค้าท์เมอซี่ : “เออ พระนางอังตัวเน็ต หม่อมชั้นยังไม่เห็นองค์ชายรัชทายาทเลยนะ พะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “องค์ชายอยู่ในโรงตีเหล็กน่ะ กำลังทำแม่กุญแจอยู่”

เค้าท์เมอซี่ : “หา? แม่กุญแจ พระนางหมายถึงที่ล็อกด้วยกุญแจหรอพะยะค่ะ”

อังตัวเน็ต : “ใช่แล้ว ทำแม่กุญแจเป็นงานอดิเรกของเค้าล่ะ 555” อังตัวเน็ตหัวเราะชอบใจโดยที่เห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่ได้สำคัญอะไร แล้วก็เดินชมสวนต่อ

ระหว่างที่ท่านเค้าท์เมอซี่อยู่ในแวร์ซายส์ก็ได้ยินทั้งขุนนางและสตรีชนชั้นสูงต่างซุบซิบเรื่องความขัดแย้งระหว่างพระนางมารีอังตัวเน็ตและมาดามดูเบอรี่

 

“อะไรนะ? ไม่พูดซักคำเลยหรอ?” “ใช่ 3 เดือนแล้วนะ พระนางอังตัวเน็ตยังไม่เคยพูดกับเธอซักคำเลย” “ยิ่งมาดามดูเบอรี่รู้ว่าแม่ของออสการ์ไปเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของพระนางอังตัวเน็ตด้วยแล้ว...” “ใช่ เธอก็ตัวสั่นหน้าซีดไปเลย 555”

 

“ตกลงชั้นพนันข้างพระนางอังตัวเน็ต” “ถ้างั้นชั้นพนัน 5,000 ลีฟ ข้างดูเบอรี่” “ฝ่าบาททรงหนุนหลังมาดามอยู่ ถ้างั้นชั้นพนันข้างเธออีก 5,000 ลีฟ”

 

เค้าท์เมอซี่ได้ยินคำล่ำลือต่างๆนานา ก็อดเป็นกังวลไม่ได้เพราะกลัวว่าจะทำให้ฝ่าบาทไม่พอพระทัยและอาจจะบานปลายเป็นเรื่องใหญ่โตได้ “เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? พระนางอังตัวเน็ต กำลังเผชิญหน้ากับภรรยาลับของฝ่าบาทหรือนี่”

 

                ทางด้านมาดามดูเบอรี่ซึ่งตอนนี้กำลังทำลายข้าวของภายในห้องของตนเองจนกระจัดกระจายเพื่อระบายความแค้น

ดูเบอรี่ : “ชั้นจะไม่ยกโทษให้นังเด็กนั่น! เธอทำให้ชั้นดูโง่ ชั้นจะไม่มีวันยกโทษให้เธอเด็ดขาด!”  มาดามดูเบอรี่ตรงเข้าไปในห้องของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ในขณะที่ฝ่าบาทกำลังพักผ่อนอย่างสบายพระทัย

ดูเบอรี่ : “ฝ่าบาทเพคะ ได้โปรดทำอะไรซักอย่างสิเพคะ! นังเด็กนั่น...”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “อีกแล้วหรอ ? ชั้นไม่อยากมีปัญหามากกว่านี้  ได้โปรดเถอะ ชั้นอยากอยู่คนเดียว” พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 ออกอาการเบื่อหน่ายกับเรื่องไร้สาระที่มาคอยกวนใจพระองค์ ซ้ำๆซากๆ พระองค์ลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ริมหน้าต่างแล้วทอดถอนใจ

พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “เธอมีเพชรนิลจินดา รถม้าแล้วก็ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอต้องการอยู่ในกำมือ แล้วเธอยังต้องการอะไรอีก?”

ดูเบอรี่ : “ไม่เพคะ ฝ่าบาทไม่ทรงทราบหรอกเพคะว่าในวังเค้าซุบซิบนินทากันว่าอย่างไรบ้าง  เพราะว่ายัยเด็กผมแดงนั่นไม่ยอมพูดกับหม่อมชั้นแม้แต่คำเดียว หม่อมชั้นจึงต้องถูกคนทั้งวังหัวเราะเยาะ! ตั้งแต่ยัยเด็กนั่นไม่ยอมพูดกับหม่อมชั้น สถานะของหม่อมชั้นก็ไม่เป็นที่ยอมรับของคนในวัง ใช่สิเพคะ หม่อนชั้นถูกดูหมิ่น” ดูเบอรี่เริ่มหว่านล้อมฝ่าบาทให้เชื่อในคำพูดของเธอ “มันเป็นหน้าที่ของฝ่าบาทที่จะต้องปกป้องหม่อ