วันที่ 16 พฤษภาคม ปี 1770 พิธีฉลองอภิเษกสมรสระหว่างมกุฏราชกุมาร หลุยส์ ออกัส กับ พระนางมารี อังตัวเน็ต ถูกจัดขึ้นในโบสถ์ภายในพระราชวังแวร์ซายส์  ต่อหน้าขุนนาง ชนชั้นสูง และนักบวชกว่า 6000 คน ซึ่งออสการ์ก็อยู่ที่นั่นด้วย "ต่อไปเป็นการลงนามในทะเบียนสมรส" องค์ชายรัชทายาทเดินไปเซ็นต์ชื่อในทะเบียนสมรสที่วางเอาไว้บนโต๊ะด้านหน้า แล้วเดินกลับมาที่เดิมจากนั้นเลดี้อังตัวเน็ตก็เดินเข้าไปเซ็นต์ชื่อใน กระดาษแผ่นเดียวกัน แต่แล้วทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก เพราะในขณะที่อังตัวเน็ตลากปลายปากกาลงบนแผ่นกระดาษ ปรากฏว่าหัวปากกาเกิดแตก น้ำหมึกหยดลงบนกระดาษเป็นจุดด่าง  ช่างแย่อะไรเช่นนี้ รอยด่างบนทะเบียนสมรส ไม่มีใครเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน นี่จะเป็นลางร้ายของการแต่งงานครั้งนี้หรือไม่?
 
         ที่บ้านของออสการ์ อังเดรกำลังเตรียมม้าเพื่อรอออสการ์อยู่ที่หน้าประตู แล้วออสการ์ก็เดินออกมาจากบ้าน โดยมีแนนนี่ตะโกนตามหลัง
แนนนี่ : "ท่าน ได้โปรดรอก่อน! ท่าน! ท่านนี่จริงๆเลย.."ออสการ์ยังคงเดินไปที่ม้าโดยไม่สนใจแนนนี่ "ท่าน!"
แนนนี่ : "ท่านไม่รู้หรอว่า วันนี้พระนางมารี อังตัวเน็ตจะเสร็จมาที่แวร์ซายส์เป็นครั้งแรก?"  แนนนี่พูดเตือนความจำของออสการ์ด้วยความเป็นห่วง
ออสการ์ : "ไม่ต้องเอะอะโวยวายขนาดนั้นได้มั้ย? ชั้นรู้แล้ว  แนนนี่"
แนนนี่ : " โอเค  ถ้าท่านรู้อย่างนั้นแล้ว..." แนนนี่กำลังจะบอกออสการ์ว่าควรจะต้องทำอย่างไร
อังเดร  : "ยาย  ออสการ์ไม่ใช่เด็กๆแล้วนะ" อังเดรขัดขึ้น
แนนนี่  : "เรียก ท่าน ออสการ์สิ!" แนนนี่ตะคอกใส่อังเดร  อังเดรจึงรีบกระโดดขึ้นหลังม้าไป เพราะไม่อยากฟังแนนนี่บ่น
อังเดร  : "เอ่อ  ออสการ์  ไม่สิ..ท่านออสการ์ 55” อังเดรประชดแนนนี่ “ชั้นได้ยินมาว่า จากการช่วยชีวิตพระนางอังตัวเน็ตวันนั้น เธอกลายเป็นคนดังในวังเลยนะ  ระวังน๊า..จะมีผู้หญิงมาไล่จับเธอ" อังเดรแซวออสการ์ แต่ออสการ์ไม่ได้มีทีท่าอยากเล่นด้วยเลย
ออสการ์ : "เธอพูดอะไรไม่เข้าท่าเลยอังเดร"  แล้วออสการ์ก็ควบม้าออกไป โดยมีอังเดรตามไปด้วย
 
       ออสการ์กับอังเดรมาถึงพระราชวังเพื่อร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเลดี้อังตัวเน็ต ระหว่างที่กำลังเดินผ่านทางเดินนั้น ก็มีเสียงซุบซิบจากผู้หญิงที่อยู่แถวนั้น "นั่นท่านออสการ์นี่ ท่านดูสมาร์ทและมีเสน่อะไรเช่นนี้"  แล้วผู้หญิงเหล่านั้นก็เดินมาลุมล้อมออสการ์  "ออสการ์ ชั้นได้ยินมาว่าท่านทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมมากที่แม่น้ำไรน์ , ท่านจัดการกบฏไปกี่คนหรอ?" ผู้หญิงเหล่านั้นต่างชื่นชมในตัวออสการ์ แต่ว่าออสการ์ไม่ได้ใส่ใจอะไร "ขออภัยด้วย"  แล้วออสการ์ก็เดินจากไป  ผู้หญิงพวกนั้นก็กลับมาซุบซิบนินทากันต่อ "เธอช่างดูเย็นชาจัง แต่นั่นก็เป็นข้อดีของเธอนะ ถ้าเธอเป็นผู้ชายล่ะก็ ชั้นจะไม่ปล่อยให้เธออยู่ตัวคนเดียวแน่นอน"
 
ทางด้านเลดี้อังตัวเน็ตกำลังมุดอยู่ใต้โต๊ะเพื่อจับแมวน้อยออกมาเล่น โดยมีพี่เลี้ยงยืนดูอยู่อย่างหนักใจในกริยาท่าทางแบบนั้น
อังตัวเน็ต : "ไม่ ไม่ อย่าเข้าไปอยู่ในนั้นสิ" อังตัวเน็ตพูดกับเจ้าแมวน้อย พร้อมทั้งอุ้มเจ้าแมวน้อยออกมา
พี่เลี้ยง : "พอได้แล้วเพคะ เลดี้อังตัวเน็ต!" พี่เลี้ยงดุ
อังตัวเน็ต :"ดูซิ ชั้นโดนดุเลย เพราะเธอแท้ๆเลยนะ" อังตัวเน็ตหันไปตำหนิเจ้าแมวน้อยอีกครั้ง
พี่เลี้ยง : "นี่! หยุดได้แล้วเพคะ" พี่เลี้ยงแย่งแมวมาจากมือของอังตัวเน็ต "พระองค์อย่าลืมสิ่งสำคัญอย่างนึงนะเพคะ.."ยังไม่ทันพูดจบแมวก็กัดมือของพี่ เลี้ยงเข้าอย่างแรง พี่เลี้ยงตกใจจึงปล่อยแมวน้อยไป  อังตัวเน็ตหัวเราะชอบใจ
พี่เลี้ยง : "ฟังนะเพคะ! ธรรมเนียมปฏิบัติของแวร์ซายส์ ผู้หญิงที่มีตำแหน่งต่ำกว่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับผู้หญิงที่มีตำแหน่งสูงกว่าก่อน"
อังตัวเน็ต : "ยุ่งยากจังเลย"
พี่เลี้ยง : "ไม่เลยเพคะ! ตั้งแต่พระราชินีองค์ก่อนสิ้นพระชนม์ พระองค์  พระนางมารี อังตัวเน็ต องค์หญิงรัชทายาท จึงมีตำแหน่งสูงที่สุดในวัง"
อังตัวเน็ต : "ชั้นหรอ?!" อังตัวเน็ตรู้สึกแปลกใจมาก
พี่เลี้ยง : "ใช่แล้วเพคะ  รองลงมาก็คือลูกสาวของพระราชา ก็คือน้องสาวของมกุฏราชกุมาร ทุกๆคนต่างเฝ้ารอให้พระองค์พูดคุยกับพวกเค้าก่อน ได้โปรดพูดคุยกับพวกเค้าด้วยเพคะ"  อังตัวเน็ตรู้สึกตื่นเต้นและดีใจมาก  "ทุกๆคนรอให้ชั้น ผู้หญิงซึ่งมีตำแหน่งสูงที่สุดในวังพูดคุยกับพวกเค้า  โอ้ว  ช่างวิเศษจังเลย" อังตัวเน็ตคิด

          ณ งานเลี้ยงพบปะสังสรรค์เพื่อต้อนรับเลดี้อังตัวเน็ต  "องค์ชายรัชทายาทและองค์หญิงรัชทายาทเสด็จแล้ว"  เลดี้อังตัวเน็ตและองค์ชายรัชทายาทเดินเคียงคู่กันบนพรมแดง ที่ทอดยาวจากประตูไปสู่ที่ประทับ ทุกคนในงานต่างตกตะลึงและชื่นชมในความสง่างามของเลดี้อังตัวเน็ต "ทุกคนกำลังจ้องมองมาที่ชั้น ดูแววตาของพวกเค้าที่มองชั้นสิ พวกเค้ากำลังหลงไหลในความงามของชั้น ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้ ชั้นคือราชินีของแวร์ซายส์" เลดี้อังตัวเน็ตคิด  พอทั้งสองพระองค์เสด็จถึงที่ประทับ ดนตรีคลาสสิคก็บรรเลงขึ้น  คู่ชายหญิงต่างพากันจับคู่เต้นรำ
อังตัวเน็ต :"ฝ่าบาท, เต้นรำกันมั้ยเพคะ?" อังตัวเน็ตชวนองค์ชายรัชทายาทเต้นรำ
องค์ชาย: "เออ..ชั้น ชั้นเต้นไม่เป็น  ถ้าเธออยากเต้นรำก็เชิญตามสบายเลย อังตัวเน็ต" องค์ชายปฏิเสธ อังตัวเน็ตกวาดสายตาไปรอบๆห้อง เธอเห็นออสการ์กำลังยืนคุยอยู่กับอังเดร
อังตัวเน็ต:"ออสการ์! ชั้นรู้ว่าเธอต้องมา" อังตัวเน็ตดีใจลุกขึ้นยืนกำลังจะเดินไปหาออสการ์ ในขณะที่เดินไป เธอก็สังเกตเห็นสายตาคู่หนึ่งมองมาที่เธอด้วยแววตาหยิ่งยโส ต่างจากสายตาของคนอื่น "ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันนะ? ดูท่าทางหยิ่งยโส สวยดึงดูดใจ แต่บางทีก็ดูเหมือนจะเป็นผู้หญิงที่หยาบคาย" อังตัวเน็ตคิดอยู่ในใจ แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินตรงไปหาออสการ์  
อังตัวเน็ต: "ออสการ์ เธอยังดูแข็งแรงดีนะ?" ออสการ์ยืนตรงแสดงความเคารพ
ออสการ์:"ขอบพระทัยฝ่าบาท หม่อมชั้นดีใจที่เห็นฝ่าบาทสบายดีเช่นกัน" ผู้หญิงในห้องโถงนั้นต่างพากันซุบซิบนินทา "ดูนั่นสิ! พระนางอังตัวเน็ตพูดกับออสการ์เป็นคนแรก เราจะเข้าไปร่วมวงกับเธอด้วยดีมั้ย"
อังตัวเน็ต :"นี่ ออสการ์  ผู้หญิงคนนั้นมีตำแหน่งอะไรกัน คนที่กำลังมองมาที่ชั้นน่ะ" อังตัวเน็ตใช้พัดป้องปาก แล้วกระซิบถามออสการ์ด้วยความอยากรู้
ออสการ์:" มาดาม ดู เบอรี่? เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่องค์หญิงรัชทายาทจะต้องใส่ใจหรอกพะยะค่ะ"
"แต่เธอรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย เหมือนเธอเป็นราชินีอย่างงั้นแหละ ทำไมคนพวกนั้นจะต้องก้มหัวให้เธอด้วย?" อังตัวเน็ตคิด แล้วก็กลับเข้าห้องไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก โดยมีเหล่าป้าๆของราชินีองค์ก่อนเดินตามไปอีก 3 คน ป้าๆพวกนั้นมีสายตาที่เกลียดชังมาดามดู เบอรี่เอามากๆ
ออสการ์:"ดูนั่นสิ อังเดร  พวกป้าๆของราชินีองค์ก่อน พวกเค้ารังเกียจมาดามดูเบอรี่อย่างกับกิ้งกือ ไส้เดือน  เธอคิดว่าพวกเค้าจะทำอะไร?"
อังเดร: "อืม ชั้นก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น เมื่อพระนางอังตัวเน็ตได้รับรู้เรื่องราวของมาดาม ดูเบอรี่?"

เลดี้อังตัวเน็ตซึ่งตอนนี้ถูกลุมล้อมด้วยป้าๆทั้งหลายที่พยายามยุแหย่ให้เลดี้อังตัวเน็ตรังเกียจมาดามดูเบอรี่เหมือนพวกเค้า
อังตัวเน็ต:"อะไรนะ! ภรรยาลับของฝ่าบาทหรอ?" อังตัวเน็ตตกใจเมื่อรู้ว่ามาดามดูเบอรี่คือภรรยาลับๆ ของพระเจ้าหลุยส์ที่ 15
ป้าๆ: "จริงเพคะ  เธอเกิดในเมืองที่สกปรก เป็นสามัญชนธรรมดา และก็เป็นโสเภณี"
อังตัวเน็ต :"โสเภณีหรอ?"
ป้า:"เป็นหญิงขายบริการ เธอขายตัวให้กับผู้ชายเพื่อแลกกับเงิน" อังตัวเน็ตได้ยินอย่างนั้นก็ยิ่งรังเกียจมาดามดูเบอรี่มากขึ้นอีก
อังตัวเน็ต:"ผู้หญิงสกปรกอย่างนั้นมาอยู่ในแวร์ซายส์ได้ยังไงกัน?  ที่ออสเตรีย พระมารดาของชั้นจะโบยผู้หญิงพวกนี้แล้วโยนเข้าคุก!"
ป้าๆ :"เค้าลือกันว่า เธอหักหลังผู้ที่ให้การอุปการะเธอ ทำให้เค้าต้องจ่ายเงินให้เธอเป็นจำนวนมหาศาล  และด้วยเงินก้อนนั้น เธอได้หลอกลวงขุนนางผู้หนึ่ง คือ เค้าท์ดูเบอร์รี่ เธอแต่งงานกับท่านเค้าท์เพียงเพื่อให้ได้รับนามสกุลเท่านั้น  หลังจากนั้นก็ฆ่าท่านเค้าท์ด้วยการวางยาพิษในวันต่อมา"
อังตัวเน็ต : "ยาพิษหรอ?! ร้ายกาจ!"
ป้าๆ :"ใช่เพคะ หลังจากที่เธอได้กลายเป็นภรรยาของท่านเค้าท์ เธอก็เข้ามาในวังทันที  เธอใช้ความสวยยั่วยวนพระราชา  และตั้งแต่นั้นเธอก็กลายเป็นภรรยาลับของพระราชา เธอแต่งตั้งแล้วก็ปลดรัฐมนตรีออกตามอำเภอใจ  เธอใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย"
ป้าๆ :"ฝ่าบาทไม่ทรงสนพระทัยในคำคัดค้านของพวกเราเลย ตั้งแต่ฝ่าบาทถูกผู้หญิงคนนั้นบงการ"
ป้าๆ : "ดังนั้นทุกคนจึงปรารถนาที่จะได้เป็นคนโปรดของเธอ” 
“ช่างเป็นผู้หญิงที่อวดดีอะไรเช่นนี้  นั่นคงเป็นเหตุผลที่ทำไมเธอถึงจ้องมองชั้นด้วยสายตาแบบนั้น” อังตัวเน็ตคิดอยู่ในใจ
ป้าๆ: "ถึงแม้ว่าเธอจะมีอำนาจและต้องการจะแข่งขันกับพระองค์... แต่เค้าก็ไม่คู่ควรกับพระองค์หรอกเพคะ พระองค์ผู้ซึ่งมีสายเลือดของราชวงศ์อย่างแท้จริงและจะกลายเป็นราชินีของพวกเราในอนาคต  ดังนั้นพระองค์จะต้องไม่สนใจเธอนะเพคะ"  คำบอกเล่าและยุแหย่เหล่านั้นได้ผลทันตาเห็น เลดี้อังตัวเน็ตรู้สึกเกลียดชังมาดามดูเบอรี่เอามากๆ

         มาดามดูเบอรี่กลับเข้ามาในห้อง เธอใช้มือปัดถาดผลไม้ที่วางอยู่ ตกกระจายด้วยความโมโห ผลไม้กระจายเต็มพื้น เธอใช้เท้าเหยียบอย่างไม่ไยดี เธอนั่งลงหน้ากระจกแล้วเริ่มคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ "นังเด็กออสเตรียนั่น ไม่ยอมพูดกับชั้น" ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้นึกถึงใบหน้าและเสียงหัวเราะถากถางของอังตัวเน็ต เธอขว้างขวดน้ำหอมใส่กระจกด้วยความโมโห กระจกร้าวและแตกกระจาย คนรับใช้ที่ยืนหลบอยู่ที่ข้างประตูรีบออกมาถาม
คนรับใช้:"มาดาม มีอะไรหรอคะ?"
ดูเบอรี่:"ไม่มีอะไร ชั้นอยากอยู่คนเดียว" ทันใดนั้นพระเจ้าหลุยส์ที่ 15 เปิดประตูเข้ามาในห้องด้วยอารมณ์แจ่มใส
พระเจ้าหลุยส์ที่15: "555 ได้พบกับอังตัวเน็ตครั้งแรก เป็นยังไงบ้างดูเบอรี่ ? ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นที่ชื่นชอบของทุกคนนะ?"
ดูเบอรี่:"อย่างนั้นหรอเพคะ?" เธอตอบด้วยท่าทางไม่เต็มใจนัก
พระเจ้าหลุยส์ที่15: "อังตัวเน็ตสามารถกุมหัวใจของทุกคนในวังได้ภายในวันเดียว"
ดูเบอรี่:"ยัยเด็กผมแดงนั่นนะหรอ! ชั้นเกลียดหล่อน!"
พระเจ้าหลุยส์ที่15:"เฮ่ เฮ่ อังตัวเน็ตไม่ได้ผมแดงซะหน่อย ผมของเธอมีสีบลอนซ์สวย"
ดูเบอรี่:"ถ้าเทียบกับผมของชั้นแล้ว ผมของหล่อนแดง" ดูเบอรี่ชื่นชมในผมของตัวเอง
พระเจ้าหลุยส์ที่15:"ชั้นก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ" พระเจ้าหลุยส์ที่15 เดินก้าวไปในห้องแล้วก็เหยียบถูกเศษซากผลไม้ที่กระจายอยู่เต็มพื้น จึงถามด้วยความสงสัย
พระเจ้าหลุยส์ที่15:"นี่มันอะไรเนี่ยดูเบอรี่?"
ดูเบอรี่:"ไม่มีอะไรเพคะ  นี่เธอสองคนนั้นน่ะ" ดูเบอรี่เรียกเด็กรับใช้
คนรับใช้:"คะ?"
ดูเบอรี่:"อย่ามัวยืนอยู่เฉยๆ  รีบพาชั้นไปหาดีไซเนอร์ที่ดีที่สุดทั่วทั้งปารีสซิ"
คนรับใช้:"ทั่วทั้งปารีสหรอ?"
ดูเบอรี่:"เร็วๆสิ  รีบๆพาชั้นไป" ดูเบอรี่ตะคอก
คนรับใช้:"ค่ะ มาดาม"
"ชั้นจะไม่ยอมแพ้ยัยเด็กนั่นหรอก คอยดูนะ ชั้นจะทำให้ชุดของเธอดูซีดไปเลย !" ดูเบอรี่คิด
 

          ณ โถงทางเดินในพระราชวังแวร์ซายส์ ซึ่งเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์ของเหล่าสตรีชนชั้นสูงทั้งหลาย  มาดามดูเบอรี่เดินเข้ามาทักทายทุกคนในที่นั้น
ดูเบอรี่ :"ทุกคน! หวังว่าพวกท่านคงสบายดี" เธอดึงดูดสายตาทุกคู่ที่อยู่ในที่นั้นด้วยชุดสีเขียวเข้ม ตัดด้วยลูกไม้และระบายสีม่วง ทุกคนชื่นชมในความงามของชุดที่เธอใส่
"ชุดของมาดามดิวเบอรี่สวยจังเลย " "แน่นอนสิ ชั้นไม่เคยเห็นชุดอะไรหรูหราขนาดนี้มาก่อนเลย" เสียงผู้คนชื่นชมอยู่รอบๆตัวเธอ  มาดาม        ดูเบอรี่กวาดสายตามองหาอังตัวเน็ตไปรอบๆห้อง "ยัยเด็กหัวแดงนั่นไม่ได้อยู่ที่นี่ เธออยู่ไหนนะ?"เธอคิดในใจ เมื่อมองไปไม่เจออังตัวเน็ต   พอดีกับที่ออสการ์และอังเดรเดินผ่านมาทางนั้นพอดี หญิงสาวต่างพากันมองไปที่ออสการ์และชื่นชมในความสง่างาม "นั่นท่านออสการ์นี่ โอ้ วันนี้เธอดูสง่างามกว่าทุกวันเลย" "แต่เธอดูเย็นชาจัง เธอไม่เคยพูดคุยกับพวกเราเลย" เสียงซุบซิบของหญิงสาวเหล่านั้นดังขึ้น  มาดามดูเบอรี่มองตามออสการ์ไปอย่างไม่ค่อยพอใจ พอดีกับที่อังตัวเน็ตเดินตรงเข้ามาหาออสการ์พอดี
อังตัวเน็ต:"โอ้ ออสการ์  สบายดีมั้ย?"
ออสการ์:" พะยะค่ะ"
อังตัวเน็ต:"นี่ออสการ์ เธอไม่อยากพูดคุยหรือเต้นรำกับคนอื่นบ้างหรอ?  ชั้นสงสัย?" อังตัวเน็ตกระซิบถาม  ออสการ์ทำหน้าลำบากใจไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไร
อังตัวเน็ต:"ทำไมเธอไม่มาที่ห้องรับแขกในวันพรุ่งนี้ตอนบ่ายล่ะ?" อังตัวเน็ตกล่าวชวนออสการ์ไปที่ห้องรับแขกส่วนตัว
ออสการ์:"คงไม่เหมาะพะยะค่ะ พระนางอังตัวเน็ต  ถึงแม้ว่าหม่อมชั้นจะเป็นผู้หญิงแต่หม่อมชั้นก็เป็นทหารด้วยเช่นกัน  งานของหม่อมชั้นไม่ใช่การพูดคุย แต่เป็นการปกป้องเชื้อพระวงศ์ของฝรั่งเศส"  ออสการ์พูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม อังตัวเน็ตทำหน้าเสียดาย "หม่อมชั้นขอประธานอภัยด้วยพะยะค่ะ" แล้วออสการ์ก็เดินจากไป  มาดามดูเบอรี่ที่ยืนดูการสนทนาของทั้งสองอยู่ห่างๆ ตอนนี้ในหัวสมองของเธอก็ได้คิดแผนการบางอย่างออกมาอีกแล้ว

อังเดร:"เฮ้! ทำไมเธอไม่รับคำเชิญขององค์หญิงล่ะ" อังเดรถามออสการ์ด้วยความสงสัย "รับประกันได้เลยว่าเธอจะต้องได้เลื่อนตำแหน่งแน่นอนถ้าเธอถูกเชิญไปที่ห้อง รับแขกส่วนตัวของพระนางอังตัวเน็ตอย่างนี้"  ออสการ์หยุดเดินและหันมาต่อว่าอังเดร
ออสการ์:"อังเดร เธอก็คิดเหมือนพวกขุนนางในวังที่คอรัปชั่น อย่างนั้นหรอ? ถ้าเธอไม่ใช่หลานของแนนนี่นะ ชั้นจะต่อยหน้าเธอซักทีสองที" ออสการ์โกรธจัดแล้วเดินออกไป ทิ้งให้อังเดรยืนงงอยู่ข้างหลัง

          มาดามดูเบอรี่ยืนหลบอยู่ในมุมหนึ่งของโถงทางเดิน จ้องมองการสนทนาของเลดี้อังตัวเน็ตกับคนอื่นที่พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน เธอคิดอยู่ในใจว่า "ยัยเด็กผมแดงนั่นไม่รู้จักซะแล้วว่าชั้นเป็นใคร เธอดูเหมือนจะลืมพูดคุยกับชั้น แต่วันนี้ ชั้นจะทำให้เธอได้รู้"
ดูเบอรี่: "นี่ ทุกๆคน ชั้นมีเรื่องที่น่าสนใจจะเล่าให้ฟัง"  ดูเบอรี่ร้องเรียกความสนใจจากทุกคนที่อยู่ในที่นั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น หญิงสาวหลายๆคนที่อยู่ในที่นั้นต่างพากันไปรุมล้อมดูเบอรี่เพื่อรอฟังสิ่ง ที่เธอจะเล่า
อังตัวเน็ต: "นี่ ทุกคน อยากจะมาฟังทางนี้มั้ย? ป้าของชั้นมีอะไรสนุกๆจะให้ทำ"
ป้าๆ: "พวกเราตกลงกันว่าจะไปหาอะไรเล่นกัน" จากนั้นหญิงสาวที่ลุมล้อมมาดามดูเบอรี่อยู่ก็ต่างพากันเปลี่ยนมารุมล้อมเล ดี้อังตัวเน็ตบ้าง เหมือนเป็นสงครามแย่งความสนใจกันย่อมๆ  ทุกคนพากันมารุมล้อมอังตัวเน็ตและพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทิ้งให้ดูเบอรี่ยืนโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว  "ดูมาดามดูเบอรี่สิ สีหน้าของเธอโกรธจัดเลย  ลองคิดดูสิ พระนางอังตัวเน็ตยังไม่เคยพูดคุยกับมาดามดิวเบอรี่เลยซักครั้ง" "ถึงแม้ว่าเธอจะมีอำนาจมากที่สุดในวังเพราะได้รับความรักจากพระราชาก็เถอะ  แต่ตำแหน่งของเธอก็ไม่ได้สูง และเธอก็ไม่ได้รับอนุญาตให้พูดคุยกับองค์หญิงรัชทายาทก่อนด้วย" ผู้คนต่างพากันนินทามาดามดูเบอรี่  มาดามดูเบอรี่ยิ่งโกรธแค้นอังตัวเน็ตมากขึ้นอีก "ยัยเด็กออสเตรียนั่นแกล้งชั้น  ชั้นจะยอมให้เธอเมินเฉยใส่ชั้นต่อหน้าคนในวังได้ยังไงกัน?"

      ในขณะที่พระเจ้าหลุยส์ที่15กำลังอ่านหนังสืออย่างเพลิดเพลินอยู่นั้น มาดามดูเบอรี่ได้เข้ามาทูลฟ้องฝ่าบาทและก็ดึงหนังสือออกไปจากพระหัตถ์โดยมิ ได้เกรงพระทัยฝ่าบาทเลย
พระเจ้าหลุยส์ที่15 : "เฮ้! อย่าพูดอะไรโง่ๆแบบนั้นสิ   อังตัวเน็ตจงใจไม่พูดกับเธอคนเดียวหรอ?  555 มันอาจจะเป็นแค่การเข้าใจผิดล่ะมั้ง"
ดูเบอรี่:"ไม่เพคะ เธอจงใจ"
พระเจ้าหลุยส์ที่15 :"เฮ้ เฮ้ เธอยังเด็กอยู่น่า เธอพึ่งจะอายุ 14"
ดูเบอรี่:"ก็เพราะว่าเด็กอายุ14 คนนั้น เป็นองค์หญิงรัชทายาทไงเพคะ หม่อนฉันถึงต้องรอให้เธอเข้ามาพูดกับหม่อมชั้นก่อน" ดูเบอรี่คุกเข่าอ้อนวอนฝ่าบาท
ดูเบอรี่:"ฝ่าบาททราบมั้ยเพคะว่า คนทั้งวังเค้าพูดกันว่ายังไง?
พระเจ้าหลุยส์ที่ 15 : “ฮึ”
 ดูเบอรี่ : “เค้าว่า ยั้ยเด็กผมแดงนั่นกำลังท้าทายหม่อมชั้น"
พระเจ้าหลุยส์ที่15 :"555"ฝ่าบาทหัวเราะออกมาด้วยความมองโลกในแง่ดี "เธอคิดไปเองมากกว่า"
แต่ดูเบอรี่ไม่คิดอย่างนั้น "หล่อนท้าทายชั้น ชั้นเป็นคนเดียวที่สามารถบังคับให้พระราชาทำอย่างที่ชั้นต้องการได้ ... ดี..., ชั้นจะสั่งสอนบทเรียนให้เธอเอง" เธอคิดในใจ

    เช้าที่อากาศแจ่มใสวันหนึ่ง ในสวนของพระราชวังแวร์ซายส์ เหล่าผู้หญิงชนชั้นสูงต่างพากันมาเดินเล่น พบปะสังสรรค์ พูดคุยกันในสวน เลดี้อังตัวเน็ตเดินออกมาจากวัง ทักทายและพูดคุยกับทุกคนอย่างสนุกสนานและเป็นมิตร เธอเดินทักทายคนนั้น  คุยกับคนนี้ไปเรื่อยๆ ทันใดนั้นเธอก็หันหน้ามาปะทะกับมาดามดิวเบอรี่ ตาต่อตา อังตัวเน็ตจ้องมองไปที่ดูเบอรี่ด้วยสีหน้าแจ่มใส และค่อยๆเดินเข้าไปทางนั้น ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างแปลกใจในการกระทำของอังตัวเน็ตรวมทั้งอังเดรและออสการ์ด้วย  ดูเบอรี่เองก็คิดว่าอังตัวเน็ตจะต้องเข้ามาพูดคุยกับเธออย่างแน่นอน "ยัยเด็กเหลือขอนั่นก็ยังมีด้านดีอยู่บ้าง ในที่สุดเธอก็รู้ตัวว่าเธอลืมพูดคุยกับชั้น"  ดูเบอรี่คิดอยู่ในใจ  อังตัวเน็ตเดินเข้าไปใกล้มาดามดูเบอรี่มากขึ้น มากขึ้น  แต่แล้วเธอก็เดินผ่านเลยไปทักทายกับมาดามอีกคนที่อยู่ใกล้ๆ  ทุกคนที่อยู่ในที่นั่นต่างตกตะลึงในการกระทำนั้นอย่างสุดขีด  "โอ้! เลดี้อังตัวเน็ต" ดูเบอรี่รู้สึกโกรธจนควบคุมตัวเองแทบไม่อยู่ เธอกำพัดในมือไว้แน่น แล้วหันหลังวิ่งกลับเข้าไปในห้องทันที 

ทั่วทั้งวังทั้งขุนนางและสตรีชั้นสูง ต่างซุบซิบกัน
"ดูเหมือนว่าองค์หญิงรัชทายาทตั้งใจจะเพิกเฉยใส่มาดามดูเบอรี่จริงๆ” 
“แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ ภรรยาของชั้นอยู่ข้างพระนางอังตัวเน็ต"
"อืม  แต่พระราชาก็หนุนหลังมาดาม  มันน่าปวดหัวทั้งคู่"

"แต่ท่านออสการ์จะเลือกข้างไหนล่ะ?"
"จะเป็นมาดามดูเบอรี่รึป่าว? ก็เค้ารู้จักกันมานานแล้วนะ"
"ไม่หรอก เธอมาจากครอบครัวจาร์เจเยส  ชั้นคิดดว่าเธอต้องอยู่ข้างพระนางอังตัวเน็ตแน่นอน"

"ถ้าเกิดฝ่าบาททรงสิ้นพระชน มกุฏราชกุมารก็จะขึ้นนั่งบรรลังค์แทน แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น พระนางอังตัวเน็ตก็จะกลายเป็นราชินี" 
"แต่ ณ จุดนี้ ถ้าชั้นต่อต้านอำนาจของมาดามดูเบอรี่ เราก็อาจจะหลุดออกจากตำแหน่ง"
จากเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายเลดี้อังตัวเน็ต และฝ่ายมาดามดูเบอรี่  เหล่าขุนนางและชนชั้นสูงทั้งชายและหญิงจำเป็นต้องเลือกอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เพื่อความอยู่รอดและประโยชน์ของตน

       ที่บ้านของออสการ์ ออสการ์กับอังเดรก็คุยกันถึงเรื่องนี้ด้วย
ออสการ์:"เหล่าขุนนางขี้ประจบกำลังสับสน  พวกเค้าเลือกไม่ได้ว่าจะอยู่ข้างไหนถึงจะดีต่อตนเอง"
อังเดร:"ออสการ์ แล้วเธอจะอยู่ข้างไหนล่ะ?  ผู้หญิงพวกนั้นกำลังอยากรู้"
ออสการ์: "ชั้นไม่อยู่ข้างไหนทั้งนั้นแหละ  ชั้นจะคอยยืนอยู่ข้างหลังและดูผู้หญิงดวลกันอย่างเพลิดเพลิน"

          มาดามดูเบอรี่ทำลายข้าวของในห้องตนจนพังพินาศ เพื่อระบายความโกรธแค้นที่มีต่อเลดี้อังตัวเน็ต ทันใดนั้นดยุคโอเลียนก็เปิดประตูเข้ามา
ดูเบอรี่: "ดยุคโอเลียน  ท่านก็จะมาซ้ำเติมชั้นด้วยเหมือนกันหรอ?"
ดยุคโอเลียน: "ไม่แน่นอน มาดามดูเบอรี่  ชั้นต้องการจะช่วยท่าน"
ดูเบอรี่:"พระญาติของมกุฏราชกุมารเนี่ยนะ จะมาช่วยชั้น?"
ดยุคโอเลียน:"ใช่ ชั้นคิดว่าพระนางอังตัวเน็ตทำเกินไป  แต่มีทางนึงที่จะสยบพระนางอังตัวเน็ตได้” มาดามดิวเบอรี่ได้ยินดังนั้นก็ทำตาโตสนใจในคำแนะนำของดยุคโอเลียน

หัวค่ำของวันนั้น อังเดรรีบควบม้าอย่างรวดเร็วกลับมาที่บ้านของออสการ์ เพื่อส่งข่าวให้ออสการ์รู้
ออสการ์ : "อะไรนะ?! ให้แม่ของชั้นไปเป็นนางสนองพระโอษฐ์ของมาดามดูเบอรี่หรอ?" ออสการ์ตกใจสุดขีดเมื่อได้ฟังเรื่องที่อังเดรมารายงาน
อังเดร: "ใช่ ชั้นพึ่งได้ยินมา"
ออสการ์ : "เหลี่ยมจัดจริงๆ!  เธอพยายามดึงชั้นไปอยู่ข้างเธอ!"
อังเดร: "ถูกแล้ว  เค้ารู้ว่าเธอเป็นที่ชื่นชอบของคนอื่นๆ และถ้าได้เธอไปอยู่เคียงข้างแล้ว เค้าก็จะสามารถใช้เธอชักจูงพวกผู้หญิงมาอยู่ข้างเค้าได้"
ออสการ์:"ไม่นะ! ชั้นไม่อยากให้แม่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของผู้หญิงในวัง"  ทันใดนั้นนายพลจาเจเยสก็เดินเข้ามา
นายพลจาเจเยส:"ออสการ์.. มันเป็นรับสั่งของฝ่าบาท" นายพลจาเจเยสพูดสีหน้าเศร้าสลด เพราะเค้าเองก็รู้สึกกังวลเช่นกัน  ออสการ์ก็รู้สึกตกใจมากที่ได้ยินคำนี้ "มันเป็นรับสั่งของฝ่าบาท"

 

จบตอนที่ 3

edit @ 26 May 2012 14:40:58 by Lady Oscar

Comment

Comment:

Tweet