ในคืนที่ฝนพรำ ณ บ้านของนายพลจาเจเยส  ขุนนางของฝรั่งเศส นายพลจาเจเยสได้เฝ้ารอการเกิดมาของลูกคนเล็กอยู่ที่ชั้นบนของบ้าน  ทันทีที่เค้าได้ยินเสียงเด็กร้อง เค้าก็รีบวิ่งลงไปในห้องห้องหนึ่ง ในห้องนั้นมีเด็กผู้หญิง 4 คนอายุไล่เลี่ยกันตั้งแต่เล็กไปจนโต ยืนอยู่ที่มุมห้อง กลางห้องมี แนนนี่ ซึ่งเป็นแม่นมคอยเลี้ยงดูลูกๆ ของนายพลจาเจเยส ยืนอุ้มเด็กทารกอยู่ในมือ นายพลเข้าไปถามด้วยความตื่นเต้น
นายพลจาเจเยส : "เด็กผู้ชายใช่มั้ย  ตอนนี้ชั้นอยากได้ลูกผู้ชาย!"
แนนนี่ส่ายหัว
นายพลจาเจเยส : "ไม่...ไม่นะ!!!"
แนนนี่ : "ไม่ค่ะท่าน เธอคือเจ้าหญิงแสนสวยอย่างที่ท่านเห็นนั่นแหละ"

แนนนี่มองเด็กทารกในมือด้วยความเอ็นดู
นายพลจาเจเยส: "ในครอบครัวของนายพลผู้ซึ่งบัญชาการกองทหารและปกป้องราชวงศ์ เราไม่ต้องการเด็กผู้หญิง!"

นายพลตะคอกด้วยความฉุนเฉียว แล้วหันหลังเดินออกไป ทันใดนั้นเค้าก็หยุดชะงัก แล้วหันกลับมา และอุ้มเด็กทารกออกไปจากมือของแนนนี่
แนนนี่ : "ท่านจะทำอะไรน่ะ?"

นายพลจาเจเยส อุ้มเด็กทารกชูขึ้น ท่ามกลางความตกใจของคนในห้องนั้น  เด็กทารกร้องไห้งอแง
นายพลจาเจเยส : "ชั้นตัดสินใจแล้ว เธอเป็นเด็กผู้ชาย! ชื่อของเธอคือ ออสการ์ ,ลูกชายของชั้น!!"

        ในปี 1769 14 ปีผ่านไปนับตั้งแต่ออสการ์ได้ลืมตาดูโลก  ที่นี่คือพระราชวังแวร์ซายส์  งานเลี้ยงเต้นรำสุดหรูหราถูกจัดขึ้นทุกๆค่ำคืน ถึงแม้ว่าความเป็นอยู่ของประชาชนจะยากแค้นก็ตาม    ไม่มีใครรู้เลยว่า การปฏิวัติฝรั่งเศสกำลังจะเกิดขึ้นในอีก 20 ปีข้างหน้า

        ในงานเลี้ยงเต้นรำ ท่านนายพลจาเจเยส บิดาของออสการ์ก็มาในงานนี้ด้วย มีหญิงสาวหลายคนต่างพากันมาลุมล้อมท่านนายพลเพื่อถามไถ่ถึง ออสการ์
"เซอร์ไพรซ์จัง นั่นนายพลจาเจเยสนี่ อยู่นั่นไงๆ  , ท่านนายพลจาเจเยส ทำไมคืนนี้ท่านไม่พาท่านออสการ์มาด้วยล่ะ  เค้าล่ำลือว่า ท่านออสการ์สง่างามมาก ชั้นตั้งตาคอยที่จะได้เจอเธอคืนนี้" ท่านนายพลได้แต่ยิ้มตอบตามมารยาท

        ที่บ้านของออสการ์ ออสการ์กับอังเดรกำลังซ้อมดาบกันอยู่
ออสการ์ : เข้ามาเลย!
อังเดร    : "ออสการ์ ทำไมไม่ไปแวร์ซายส์ล่ะ"
ออสการ์ : "ใครจะอยากไปที่อย่างนั้น"
ผลการซ้อมดาบก็คือออสการ์ก็ชนะอีกตามเลย โดยสามารถทำให้ดาบของอังเดรหลุดออกจากมือได้
ออสการ์ :  "อังเดร ฝีมือเธอแย่ลงนะ"
ซึ่งอังเดรก็ยอมแพ้อย่างเต็มใจ แล้วทั้งคู่ก็ซ้อมกันต่อ
"ท่านออสการ์ อังเดร หยุดเล่นอะไรอันตรายอย่างนั้นได้แล้ว" เสียงของแนนนี่ ยายของอังเดรและเป็นแม่นมของออสการ์ ตะโกนออกมาจากหน้าต่างบ้าน แต่ทั้งคู่ก็ยังซ้อมกันต่อ   โดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก
อังเดร : "โอ ไม่นะ! ยายชั้นมาแล้ว ออสการ์"
แนนนี่ : "นี่! เรียกว่า  ท่านออสการ์ สิ  ใช้คำว่า "ท่านด้วย""
ออสการ์ : "ไม่เป็นไรหรอก แนนนี่"
แนนนี่ : "ไม่ได้! คุณจะต้องได้รับในสิ่งที่ชัดเจน     อังเดร! เธอเป็นแค่ลูกคนรับใช้นะ" แนนนี่ตะคอก
แล้วแนนนี่ก็ต้องกรี๊ดอย่างสุดเสียง เมื่ออังเดรแทงปลายดาบไปที่ออสการ์  แต่ออสการ์ก็หลบเลี่ยงและปัดออกไปได้อย่างชำนาญ
แนนนี่ได้แต่บ่นกับตัวเองว่า "จะว่าไปแล้ว , ก็เธอแต่งตัวแบบนั้น อยู่ในสังคมแบบนั้นมาตั้งแต่เกิดสินะ, ไม่ได้! ชั้นยอมไม่ได้   ซักวันนึงชั้นจะต้องทำให้เธอใส่กระโปรงให้ได้"

        ในขณะนั้นเอง พระเจ้าหลุยที่ 15 ได้เรียกตัวนายพลจาเจเยส ให้เข้าเฝ้า “ฝ่าบาท ท่านนายพลจาเจเยสมาถึงแล้ว พะยะค่ะ”
พระเจ้าหลุยที่ 15 : "โอ้ว  ไม่ได้เจอกันซักพักแล้วสินะ ท่านจาเจเยส  มานี่ซิ"
นายพลจาเจเยส  : "พะยะค่ะ ฝ่าบาท"
พระเจ้าหลุยที่ 15 : "เรื่องที่ท่านได้เคยขอนานแล้ว เกี่ยวกับตำแหน่งผู้บัญชาการกองทหารรักษาพระองค์นั้น   เราเชื่อว่าท่านก็คงทราบแล้วว่า ลูกชายของเค้าท์เจโลเดล ก็ได้รับการเสนอชื่อด้วยเช่นกัน  ชั้นได้ยินมาว่าเค้าเป็นนักดาบที่ฝีมือไม่ธรรมดาเลยทีเดียว"
นายพลจาเจเยส : "ใช่ พะยะค่ะ แต่ถ้าเรื่องฟันดาบแล้ว  ลูกชายของหม่อมชั้น ออสการ์ ก็ไม่เป็นรองใครเลยนะพะยะค่ะ"
พระเจ้าหลุยที่ 15 : "ท่านพูดว่า "ลูกชายของหม่อนชั้น  หรอ?""
นายพลจาเจเยส : "เออ..คือ จริงๆแล้ว”
พระเจ้าหลุยที่ 15 :"55 ไม่เป็นไร  ชั้นได้ยินมาว่า ท่านไม่มีวาสนาที่จะได้ลูกผู้ชาย แล้วท่านก็ใช้ความพยายามอย่างมากที่จะเลี้ยงดูเธอ   ท่านจะว่าอย่างไร ถ้าจะให้ประลองกับเจโลเดล  ใครชนะก็จะได้ตำแหน่งนี้ไป"
นายพลจาเจเยส : "ตกลง พะยะค่ะ"
พระเจ้าหลุยที่ 15 : "ชั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ออสการ์ มาเป็นผู้บังคับบัญชา  ชั้นต้องการหาคนที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ สำหรับคุ้มกันพระนางมารี อังตัวเน็ต"
นายพลจาเจเยสได้ยินดังนั้นก็ยิ่งปลื้มปิติในใจยิ่งนัก

        ในศตวรรษที่ 18 ยุโรปไม่เคยว่างเว้นจากการทำสงคราม  โดยเฉพาะฝรั่งเศสกับออสเตรีย ด้วยกองกำลังทหารขนาดมหึมา พวกเค้าต่อสู้กันทุกที่ ทุกเวลา อย่างไม่เคยหยุดหย่อน อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีการตระหนักถึงผลของความขัดแย้งกับประเทศอื่นๆ...     จักรพรรดินีแห่งออสเตรีย พระนางมาเรีย เทเรซ่า  จึงเสนอให้สองประเทศทำข้อตกลงเพื่อสันติภาพของทั้ง 2 ประเทศ  จึงกลายมาเป็นความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์   และสัญลักษณ์ของการปรองดองของพวกเขาก็คือ    พิธีหมั้นหมายระหว่างธิดาองค์เล็กของจักรพรรดินีเทเรซ่า  คือ พระนางมารี อังตัวเน็ต กับมกุฏราชกุมารแห่งฝรั่งเศส

        ที่บ้านของออสการ์  ออสการ์ยืนจ้องมองชุดเครื่องแบบทหารที่วางพาดอยู่บนพนักเก้าอี้อย่างครุ่นคิด
นายพลจาเจเยส : "คิดอะไรอยู่  ออสการ์     ไม่มีหน้าที่ใดจะสำคัญไปกว่าการคุ้มกันราชวงศ์ฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียง   ลูกจะต้องคุ้มครองพระนางมารี อังตัวเน็ต    ลูกจะต้องชนะการประลองกับเจโลเดล  แต่ชั้นไม่ได้ห่วงเรื่องนั้นหรอก เพราะชั้นได้สอนเธอฟันดาบมาตั้ง 14 ปี"
นายพลจาเจเยสหยิบชุดเครื่องแบบทหารนั้นขึ้นมาดูอย่างชื่นชมแล้วยื่นให้ออสการ์
นายพลจาเจเยส : "ทำไมลูกไม่ใส่ชุดนี่เลยล่ะ"
สีหน้าของออสการ์ยังคงสงบนิ่ง และดูเฉยชา  จนนายพลจาเจเยสต้องเอ่ยปากถามว่า
นายพลจาเจเยส :" มีอะไรหรอ?"
ออสการ์ : "ชั้นไม่อยากเป็นพี่เลี้ยงเด็ก"
นายพลจาเจเยสได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตกใจเลยทีเดียว

แนนนี่หอบดอกไม้และกุหลาบสีชมพูดอกใหญ่มากองโต แล้วเอามากองไว้บนโต๊ะ ที่อยู่ชั้นล่างของบ้าน
แนนนี่ : "นี่พวกเรามาช่วยกันเร็ว"
แนนนี่ร้องเรียกสาวรับใช้ในบ้าน
สาวรับใช้ : "ว้าว! สวยจังเลย  เยอะแยะไปหมดเลย"
แนนนี่ : "เราจะตกแต่งห้องนอนของท่านออสการ์ให้สวยเลย"
อังเดรแอบย่องมาข้างหลังแนนนี่
อังเดร : "ยาย!"  อังเดรแกล้งตะโกนใส่แนนนี่   แนนนี่ตกใจสะดุ้ง
อังเดร : "ยายรู้มั้ยว่าออสการ์อยู่ไหน?"
แนนนี่ : เรียก  "ท่านออสการ์สิ" อังเดร! แนนนี่ตะคอก  เธอเป็นแค่ลูกคนรับใช้นะ”
แล้วการโต้เถียงกันของแนนนี่กับอังเดรก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อได้ยินเสียงของนายพลจาเจเยส ทุกคนมองไปที่ต้นเสียงนั้นทันที
นายพลจาเจเยส : "โง่เง่า! ดูความคิดของแกซิ"
นายพลจาเจเยส ตะคอกเสียงดัง ด้วยความโมโห พร้อมทั้งจับคอเสื้อของออสการ์ แล้วโยนลงมาจากบันได ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน    ออสการ์กลิ้งตกลงมาอยู่กึ่งกลางของบันไดอันสูงชัน ออสการ์ค่อยๆประคองตัวเองให้ลุกขึ้น
ออสการ์ : "ขออภัยด้วย"
นายพลจาเจเยส : "ออสการ์ ! การประลองจะมีขึ้นพรุ่งนี้ตอนบ่าย  จำไว้ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาด้วย"
ออสการ์ได้แต่หันหลังเดินออกมา  แนนนี่และอังเดรก็ได้แต่มองตามออสการ์ด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน

        วันรุ่งขึ้น ณ ลานสวนสนามในพระราชวังแวร์ซายส์    ในสนามเต็มไปด้วยทหารที่ยืนเรียงแถว เพื่อรอต้อนรับผู้ที่จะมาร่วมงาน   ตามขอบสนามก็เต็มไปด้วยขุนนางและชนชั้นสูงที่รอดูการประลองในวันนี้อย่างใจจดใจจ่อ
นายพลจาเจเยสได้แต่ครุ่นคิดด้วยความกังวลว่า
"สถานการณ์วันนี้น่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียว  บรรดาสตรีชนชั้นสูงในพระราชวัง ต่างออกมารอดูการประลองเต็มไปหมด  มันยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของลานสวนสนามนี้เลยก็ว่าได้"
"ในที่สุด วันนี้ชั้นก็จะได้เห็นหน้าท่านออสการ์แล้ว โอ้ว  ชั้นอดใจรอไม่ไหวแล้ว" เสียงของเหล่าสตรีชนชั้นสูงที่มารอดูการประลองต่างกระซิบกระซาบกัน
ในขณะนั้น รถม้าของพระเจ้าหลุยที่ 15 ก็วิ่งมาจอดหน้าลานประลอง
เสนาบดีท่านหนึ่ง เดินเข้ามากระซิบทางด้านหลังของนายพลจาเจเยส ที่กำลังเหม่อลอยอยู่
เสนาบดี : "ท่านจาเจเยส ฝ่าบาทเสด็จแล้ว"
นายพลจาเจเยสสะดุ้งเล็กน้อย แล้วลุกขึ้นยืนรอรับเสด็จ
เสนาบดี : "ท่านจาเจเยส เหลือเวลาไม่ถึง 30 นาที การประลองก็จะเริ่มแล้วนะ   เค้ายังไม่มาอีกหรอ?
นายพลจาเจเยส : "ชั้นคิดว่าเค้าจะมา    เออ.. ไม่ ไม่  , เค้าต้องมาอย่างแน่นอน"
นายพลจาเจเยสรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก  ชั้นไม่เคยคิดเลยว่ามันจะน่าตื่นเต้นขนาดนี้ รีบมาสิออสการ์  รีบๆมา

ระหว่างท่างที่เจโลเดลกับผู้ติดตามกำลังขี่ม้าเพื่อมาที่ลานประลอง
ผู้ติดตาม :"ท่านเจโลเดล  ใกล้จะถึงเวลาแล้ว"
เจโลเดล :"อย่ากังวลเลย  เราใกล้จะถึงแล้ว"
ลูกน้อง :"ท่านดูไม่ชอบใจเอาซะเลยนะ"
เจโลเดล :"ไม่ชอบอยู่แล้ว  ฉันคงไม่ภูมิใจกับการเอาชนะผู้หญิงหรอก  ทำไมชั้นต้องได้รับตำแหน่งผู้บัญชาการด้วยล่ะ มันก็เป็นแค่แฟชั่น"
เจโลเดลก็ต้องรู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เหมือนเห็นออสการ์กำลังยืนรออยู่ข้างทาง ด้วยชุดเสื้อผ้าธรรมดา เหมือนไม่ได้จะเตรียมตัวไปที่ลานประลอง
ออสการ์ : "ข้ากำลังรอท่านอยู่  กัปตัน เจโลเดล   ข้าคือ ออสการ์  ฟรังซัว เดอ จาเจเยส"
เจโลเดลได้ยินดังนั้นก็รู้สึกตื่นเต้น
เจโลเดล : "อ๋อ ชั้นเคยได้ยินคำล่ำลือ   แต่ท่านช่างสง่างามจริงๆ   เรารีบไปกันเถอะ คนพวกนั้นตั้งตารอที่จะเห็นใบหน้าของท่านอยู่"
เจโลเดลกำลังจะควบมาออกไป แต่ก็ต้องชงักเมื่อได้ยินออสการ์เรียก
ออสการ์ : "กัปตันเจโลเดล  ข้าไม่อยากเป็นผู้บัญชาการกองทหารรักษาพระองค์"
เจโลเดล : "อ๋อ อย่างนั้นหรอ? งั้นข้าจะไปบอกพวกเค้าว่า ท่านออสการ์ปฏิเสธ"
ออสการ์ : "แต่ชั้นไม่ได้หนีเพราะว่ากลัวท่านหรอกนะ   ชั้นอยากจะพิสูจน์ว่าท่านด้อยกว่า"  ออสการ์ท้าทาย
เจโลเดล : "งั้นจะประลองกันตรงนี้เลยมั้ยล่ะ?"  เจโลเดลกับลูกน้องหัวเราะอย่างเย้ยหยัน
ลูกน้อง  : "อย่าเลย ท่านออสการ์"
ออสการ์  : "ถ้าท่านยังคิดไม่ออก  งั้นข้าขอพูดอะไรซักอย่าง  ..ข้าไม่อยากจะทำให้ท่านอับอายต่อหน้าผู้คน" เจโลเดลได้ยินอย่างนั้นถึงกับอึ้ง  "อ๋อ หรือว่าท่านกลัวแพ้ผู้หญิง?"
เจโลเดล : "ถ้าท่านต้องการอย่างนั้น  ข้าก็จะเล่นด้วย  แต่ข้าจะชี้ดาบไปบนหน้าสวยๆของท่านได้อย่างไรกัน"
เมื่อเจโลเดลหันกลับมาก็ต้องตกใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อออสการ์ชี้ปลายดาบทีแหลมคมไปที่หน้าของเจโลเดลห่างกันแค่ไม่กี่นิ้ว
ลูกน้อง : "ท่านจะทำอะไรเจ้านายของข้าน่ะ"
ออสการ์  : "ได้โปรด  ข้าอาจจะเป็นผู้หญิง แต่ข้าก็เป็นนักสู้  นี่เป็นทางเดียวที่จะปกป้องเกียรติของข้า"
เจโลเดล : "ก็ได้ ข้าจะสู้กับท่าน"
เจโลเดลชักดาบออกมา ทั้งคู่จรดปลายดาบเข้าหากันเพื่อแสดงความเคารพ  ทั้งคู่เริ่มต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร เจโลเดลได้โอกาสฟันออสการ์หลายต่อหลายครั้ง  แต่เธอก็หลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว
เจโลเดล : "สมแล้วที่เป็นผู้หญิง ท่านปราดเปรียวมาก"
ทั้งคู่ต่อสู้กันต่อ จนออสการ์สามารถฟันเข้าที่กลางลำตัวของเจโลเดล จนเศษเสื้อผ้าติดมาที่ปลายดาบ ออสการ์ชี้ปลายดาบไปที่ใบหน้าของเจโลเดล เป็นสัญญาณของชัยชนะ  สีหน้าของเจโลเดลรู้สึกหวาดหวั่นเป็่นอย่างยิ่ง  ออสการ์ลดดาบลงแล้วพูดว่า
ออสการ์ : "ขอบคุณ ข้าพอใจแล้ว" ออสการ์ทำท่าจะเดินจากไป  แต่เจโลเดลยังไม่ยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้
เจโลเดล : "เดี๋ยวก่อน! มันพึ่งจะเริ่มต้น"  ทั้งคู่เริ่มประมือกันอีกครั้ง แต่คราวนี้เพียงแค่ไม่กี่ดาบเท่านั้น ออสการ์ก็สามารถทำให้ดาบหลุดลอยออกจากมือเจโลเดล ลงมาปักอยู่ที่พื้นดินได้  เจโลเดลแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาแพ้แล้ว

        ที่ลานประลองทุกคนต่างตั้งตารอดูการประลอง แต่ทั้งออสการ์และเจโลเดลก็ยังไม่ปรากฏตัวทั้งคู่ ทุกคนต่างพากันหัวเสีย  พระเจ้าหลุยที่ 15 รู้สึกโมโหเป็นอย่างยิ่ง
พระเจ้าหลุยที่ 15 : "ออสการ์กับเจโลเดลมารึยัง?!" พระเจ้าหลุยที่ 15 ตะคอกด้วยความโมโห
เสนาบดีจึงต้องหันมาถามนายพลจาเจเยสว่า
เสนาบดี : "เค้าท์จาเจเยส เกิดอะไรขึ้นกับลูกชายของท่าน?"
นายพลจาเจเยส : "ข้าต้องขอโทษด้วย" นายพลจาเจเยสกลุ้มใจจนทำอะไรไม่ถูก ได้แต่นั่งเหงื่อแตก
พอดีกับที่ลูกน้องของเจโลเดลควบม้ามาถึงลานประลองพอดี เค้ารีบควบม้ามายังหน้าที่ประทับ สีหน้าตื่นตกใจ
ลูกน้องเจโลเดล : "มีเหตุฉุกเฉิน มีการดวลกัน  ท่านออสการ์ มาดักรอเจ้านายของข้า และท้าทายเค้า"
นายพลจาเจเยสรู้สึกตกใจมาก
นายพลจาเจเยส : "อะไรนะ! ออสการ์...!"
 
      นายพลจาเจเยสรีบกลับมาที่บ้าน และตรงเข้าไปหาออสการ์ที่อยู่ในคอกม้ากับอังเดร  นายพลตบหน้าออสการ์อย่างแรงสองฉาดจนออสการ์ทรุดลงไปกองกับพื้นต่อหน้าอังเดรที่ตะลึงงัน
นายพลจาเจเยส : "แกเป็นบ้าอะไร  แกไม่เข้าใจคำสั่งของพ่อรึไง  ฟังนะ ยังไงก็ตาม ฝ่าบาทจะทรงตัดสินในวันนี้ ที่แวร์ซายส์   กบฏอย่างแกก็ไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรทั้งนั้น! เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย!"  แล้วนายพลก็เดินจากไป ทิ้งให้ออสการ์รู้สึกผิดอยู่อย่างนั้น
 
แนนนี่นั่งดื่มไวน์อยู่คนเดียวในห้องครัวจนเมา ก็เริ่มบ่นพึมพำกับตัวเอง
แนนนี่ : "ชั้นไม่เข้าใจเลยจริงๆ" แล้วก็ยกแก้วดื่มจนหมด "ไม่รู้ว่าทำไมเจ้านายจะต้องซีเรียสขนาดนั้น" แนนนี่เอื้อมมือออกไปจะหยิบขวดไวน์มาเติมอีก แต่อังเดรเข้ามาคว้าขวดไปก่อน
อังเดร : "เดี๋ยวก่อน! ควบคุมตัวเองหน่อยสิยาย" อังเดรเข้ามาห้ามยายเอาไว้ไม่ให้ดื่มไปมากกว่านี้อีก "ดื่มไปกี่แก้วแล้วเนี่ย"
แนนนี่ : "นานๆดื่มทีไม่เห็นจะผิดตรงไหน" แนนนี่เถียงหลานชาย  แล้วก็เริ่มระบายความในใจต่อ "คืนนี้ชั้นห้ามตัวเองไม่ให้ดื่มไม่ได้จริงๆ   ถ้าชั้นเป็นท่านออสการ์นะ  ชั้นก็จะทำแบบนั้นเหมือนกัน  ชั้นจะไม่ใส่เครื่องแบบทหารนั่นหรอก"  อังเดรนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัวใกล้ๆกับยาย  แล้วก็เริ่มบ่นพึมพำออกมาบ้าง
อังเดร : "ยายไม่ต้องซีเรียสไปหรอก ในเมื่อไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับออสการ์ที่ทำตัวเป็นกบฏ..." อังเดรยังพูดไม่ทันจบ ก็ได้ยินเสียงดัง  โครม! พอหันไปก็เห็นแนนนี่เซล้มลงไปจากเก้าอี้   "ยาย! ชั้นว่าแล้ว" อังเดรรีบเข้าไปประคองยายที่เมากองอยู่บนพื้น   แล้วก็ได้ยินแนนนี่พูดออกมาด้วยความเมามายว่า
แนนนี่ : "ท่านออสการ์ นี่คือการต่อสู้ระหว่างความเป็นชายและหญิง  เอิ๊ก...!"  อังเดรพอได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
หลังจากที่อังเดรไปส่งแนนนี่เข้านอนแล้ว เค้าก็คิดถึงคำพูดของแนนนี่ที่ว่า "นี่คือการต่อสู้ระหว่างความเป็นชายและหญิง" แน่นอน  มันอยู่ในใจของออสการ์...

ในห้องนอนของออสการ์  ออสการ์ยืนจ้องมองรูปของแม่ที่แขวนอยู่บนผนังอย่างครุ่นคิด  พอได้ยินเสียงเคาะประตู เธอก็รีบกลับมานั่งบนเก้าอี้ แล้วแกล้งหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน เพื่อบิดบังความกังวลใจของตัวเองเอาไว้ไม่ให้ใครรู้
ออสการ์ : "อังเดรหรอ? เข้ามาสิ" อังเดรเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับยกถาดใส่เหยือกน้ำเข้ามาวางไว้ในห้อง
ออสการ์ : "ในที่สุด การเปลี่ยนแปลงมาเป็นร้อยปีก็ทำให้เกิดสงความในวันนี้ ใช่มั้ย?"
อังเดร : "ใช่  ถูกแล้ว"  เสียงฟ้าผ่า   และลมพายุพัดเข้ามาทางหน้าต่าง
ออสการ์ : "พายุฤดูใบไม่ผลิ”  อังเดรกำลังจะเดินไปปิดหน้าต่างให้  แต่ออสการ์บอกว่า "เปิดเอาไว้อย่างนั้นแหละ" อังเดรหันกลับมามองหน้าออสการ์ด้วยความแปลกใจ
ออสการ์ : "มันรู้สึกดีเมื่อเราได้วิ่งอยู่ท่ามกลางน้ำที่ท่วม แต่เมื่อคุณหยุดแล้วมองลงไปที่เท้าของคุณ  คุณก็ต้องประหลาดใจว่าคุณกำลังจะไปไหน  มันเคยเกิดขึ้นกับเธอมาก่อนรึป่าว?"
ออสการ์เอ่ยถามอังเดรไปตามตรงว่า
ออสการ์ : "เธอกำลังแปลกใจใช่มั้ย ว่าทำไมฉันถึงไม่ใส่ชุดเครื่องแบบทหาร?" แล้วออสการ์ก็ขว้างหนังสือที่อยู่ในมือใส่กำแพง ด้วยความขุ่นเคืองใจ "ให้ตายสิ! ใครจะอยากไปเป็นพี่เลี้ยงเด็กกันเล่า"
อังเดร : "นั่นเป็นเหตุผลเดียวใช่มั้ย?  บางทีเธออาจจะอยากเป็น..." อังเดรไม่กล้าที่จะเอ่ยมันออกมา แต่ออสการ์ก็รู้อยู่แก่ใจว่าอังเดรหมายความว่าอะไร ก็หมายความว่าบางทีเธออาจจะอยากเป็น"ผู้หญิง"นะสิ ออสการ์ถึงกับตกใจในความคิดของอังเดร ลมกระโชกแรงพัดเข้ามาดับแสงเทียนภายในห้องให้มืดลง
ออสการ์ : "ออกไป! ได้โปรดออกไปเถอะ" ออสการ์ก้มหน้ากุมขมับด้วยความสับสนภายในใจ  อังเดรเดินออกจากห้องไปและกล่าวคำอำลาอยู่ในใจว่า  "ราตรีสวัส ออสการ์"
ออสการ์ยืนมองเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาอยู่ข้างหน้าต่าง  ท่ามกลางสายฝนรถม้าของนายพลจาเจเยสกลับเข้ามาถึงบ้านพอดี  นายพลจาเจเยสรีบตรงเข้าไปเคาะห้องนอนของอังเดรอย่างไม่รอช้า  อังเดรรีบลุกขึ้นมาเปิดประตู แล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นท่านนายพลตัวเปียกปอนเพราะตากฝน และท่าทางกระหืดกระหอบ
อังเดร : "ท่านนายพล!" ทั้งคู่เข้ามานั่งคุยกัน
นายพลจาเจเยส : "มีบางอย่างที่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริงๆ   ตอนแรกฝ่าบาทอารมย์เสียมากเลยทีเดียว  แต่หลังจากนั้นกัปตันเจโลเดล ผู้ซึ่งพ่ายแพ้แก่ออสการ์ ได้เสนอว่าออสการ์เหมาะสมที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้บัญชาการกองทหาร รักษาพระองค์  ฝ่าบาทจึงเปลี่ยนพระทัยและให้อภัยในความผิดของออสการ์  ฝ่าบาทจึงได้แต่งตั้งออสการ์ให้เป็นผู้บัญชาการกองทหารรักษาพระองค์แล้ว " อังเดรนั่งฟังอย่างตั้งใจ "ออสการ์ไม่มีทางเลือกอีกแล้ว มันเป็นคำสั่งของฝ่าบาท    อังเดร   ออสการ์เชื่อฟังคำพูดของเธอ" นายพลหันมาหาอังเดร สีหน้าและแววตาเต็มไปด้วยความหวัง "เธอจะต้องทำให้ออสการ์ใส่ชุดเครื่องแบบทหารให้ได้   ด้วยชีวิตของเธอ!" ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่า ออสการ์ปีนหน้าต่างห้องนอนออกมานอกตัวตึก แล้วแอบฟังการสนทนาของพวกเขาอยู่นอกหน้าต่าง
 

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ออสการ์เปิดประตูออกมาจากบ้านก็เห็นอังเดรนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
อังเดร : "หวัดดี"
ออสการ์ : "หวัดดี ตื่นเช้าจังนะ"
อังเดร : "นานแล้วนะที่เราไม่ได้ไปขี่ม้าด้วยกัน  ไปขี่ม้าด้วยกันมั้ย?" อังเดรชวน
ทั้งคู่ไปขี่ม้าด้วยกัน ม้าของออสการ์สีขาว ส่วนม้าของอังเดรสีน้ำตาลเข้ม พวกเค้าขี่ม้าผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจี ผ่านแมกไม้ไปจนถึงลำธาร พวกเขานั่งพักที่ริมลำธาร ให้ม้าได้พักและดื่มน้ำในลำธาร  อังเดรนั่งลงข้างๆออสการ์
อังเดร : "เธอจำได้มั้ย ว่าพวกเราเคยจะจมน้ำที่นี่?"
ออสการ์ : "ฉันจะลืมมันได้ยังไง  ตอนนั่นเธอ 6 ขวบ ชั้น 5 ขวบ  "
อังเดร : "ใช่ เราทั้งคู่ว่ายน้ำข้ามไปเพื่อเอาชีวิตรอด" ออสการ์เอนหลังนอนลงไปบนพื้นหญ้า  อังเดรเด็ดหญ้าข้างตัวขึ้นมาเป่าเป็นเพลง
ออสการ์ : "หยุดเถอะ! อย่าเป่าหญ้ากลบเกลื่อนเลย"  อังเดรหยุดเป่าทันทีด้วยความตกใจ
อังเดร : "มีอะไรหรอ?"
ออสการ์ : "เธอไม่มีอะไรจะพูดกับชั้นหรอ?"
อังเดร : "ไม่มีจริงๆ"  
ออสการ์ : "ทำไมไม่พูดตรงๆล่ะ!" ออสการ์กราดเกรี้ยวใส่อังเดรด้วยความโมโห  "เธออยากให้ชั้นใส่ชุดเครื่องแบบทหาร!" อังเดรมีสีหน้าสงบลง
อังเดร : "ถ้าเธอไม่อยากใส่ ก็ไม่ต้องใส่" ออสการ์ลุกขึ้น และยังไม่หายกราดเกรี้ยวใส่อังเดร
ออสการ์ : "มันเป็นอุบายของเธอ  ถ้าเธอบอกว่าอย่าใส่นะออสการ์ มันก็หมายความว่า  ออสการ์ ใส่มันสิ   เธอคิดอย่างนั้นไม่ใช่หรอ?"
อังเดรได้ยินอย่างนั้นก็เกิดโมโหขึ้นมาบ้าง เขาลุกขึ้นต่อยเข้าที่หน้าของออสการ์ จนออสการ์ล้มลง  แต่ออสการ์กลับลุกขึ้นมาเอาคืน  เธอต่อยอังเดรไม่ยั้งจนอังเดรล้มลงบ้าง  แล้วทั้งคู่ก็ชกต่อยกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ผลัดกันลุกผลัดกันรับอย่างเมามันอยู่นานสองนาน  อังเดรเห็นแววตาของออสการ์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง เค้าคิดในใจว่า  "นั่นแหละ  แววตาที่ชั้นอยากเห็น  ออสการ์  ต่อยชั้นสิ ต่อยชั้นให้แรงที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้!" ทั้งคู่ผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะ  จนในที่สุดก็สะบักสะบอมจนแทบลุกไม่ไหว ล้มพุบไปบนหญ้าด้วยกันทั้งคู่  อังเดรเอื้อมมือมาจับมือออสการ์
อังเดร : "นี่เป็นครั้งแรกที่เราต่อสู้กัน"
ออสการ์ : "เมื่อคืนนี้ ชั้นได้ยินเธอคุยกับพ่อของชั้น " อังเดรตกใจ แล้วหันมาหาออสการ์
อังเดร : "ออสการ์...!"
ออสการ์ : "พูดมันเลยสิ อังเดร"
อังเดร : "ชั้นเข้าใจความกังวลของพ่อเธอ   แต่ชั้นไม่ต้องการที่จะบงการชีวิตของเธอเพราะเรื่องนั้นหรอกนะ  ดังนั้น ชั้นจึงตัดสินใจที่จะไม่พูดมัน"
ออสการ์เดินไปขึ้นขี่ม้าโดยไม่สนใจอังเดร
อังเดร : "ออสการ์! ให้ชั้นบอกอะไรเธออย่างนึงนะ และชั้นสัญญาว่าจะไม่พูดมันอีก" แต่ออสการ์ไม่สนใจ ควบม้าผ่านหน้าอังเดรไป  อังเดรได้แต่ตะโกนตามหลังว่า
อังเดร : "ออสการ์!!!  มันยังไม่สายเกินไปนะ ที่จะกลับไปเป็นผู้หญิงอีกครั้ง!!!" แต่ออสการ์ก็ไปไกลเสียแล้ว

ที่บ้านของออสการ์  นายพลจาเจเยสนั่งวิตกกังวล และภาวนาให้อังเดรเกลี้ยกล่อมออสการ์ให้สำเร็จ แล้วเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น  อังเดรเปิดประตูเข้ามา นายพลรีบตรงเข้ามาหาอังเดร
นายพลจาเจเยส :"เป็นยังไงบ้าง เธอเกลี้ยกล่อมเค้าสำเร็จมั้ย?" นายพลถามอย่างเป็นกังวล  แต่อังเดรได้แต่ยืนนิ่ง
นายพลจาเจเยส : "เธอหมายความว่า..."
อังเดร :"ออสการ์ควรจะได้เลือกทางของเธอด้วยตัวของเธอเอง"  นายพลจาเจเยสได้ยินอย่างนั้นก็โมโหเป็นอย่างยิ่ง รีบเดินตรงออกไปหาออสการ์อย่างไม่รีรอ  อังเดรรีบวิ่งตามออกมาเพราะกลัวจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น  นายพลเดินผ่านห้องโถงด้านล่าง ซึ่งมีแนนนี่และคนรับใช้อยู่ตรงนั้นด้วย  นายพลกำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปหาออสการ์ที่ชั้นบน เขาเงยหน้าขึ้น แล้วก็ต้องประหลาดใจและดีใจสุดขีด  รวมถึงทุกคนที่อยู่ในห้องโถงก็ต้องตกตะลึง  เมื่อเห็นออสการ์ที่อยู่ในชุดเครื่องแบบทหารสีขาว คาดด้วยสายสะพายสีแดง รองเท้าบูทสีดำยาวถึงใต้เข่า ห้อยดาบและถือถุงมือสีขาว กำลังเดินลงมาด้านล่าง   ช่างสง่างามยิ่งนัก
ในใจของออสการ์คิดว่า  "พ่อ  นี่ไม่ใช่เพื่อท่าน  และไม่ใช่เพื่อใครทั้งนั้น"  ออสการ์กับอังเดรขี่ม้าออกจากบ้านเดินทางไปสู่พระราชวังแวร์ซายส์

ออสการ์ : “ไปกันเถอะ อังเดร”

อังเดร : “อืม”

    วันนั้นเอง ออสการ์ได้บอกลาความเป็นผู้หญิงและย่างก้าวไปสู่ชีวิตของผู้ใหญ่ที่ห้าวหาญ  โดยไม่รู้เลยว่าคลื่นของโชคชะตาและความรักกำลังรอเธออยู่  ,ออสการ์.. ในฤดูใบไม้ผลิ   อายุ 14 ปี

 

จบตอนที่ 1

 

edit @ 29 May 2012 22:37:21 by Lady Oscar

edit @ 2 Jun 2012 12:40:55 by Lady Oscar

Comment

Comment:

Tweet