ในเช้าวันหนึ่งระหว่างที่ออสการ์และอังเดรกำลังขี่ม้าอยู่ภายในพระราชวัง แวร์ซายส์เพื่อที่จะไปทำงานตามปกติพวกเค้าก็บังเอิญได้พบกับขบวนของดยุคโอ เลียนและเหล่าขุนนางที่กำลังจะเดินทางออกไปล่าสัตว์

อังเดร : “ดูเหมือนว่าพวกเค้ากำลังจะไปล่าสัตว์นะ”

ออสการ์ กับอังเดรจึงหลีกทางให้พวกเค้าผ่านไป แต่เมื่อดยุคเจอร์เมนขี่ม้าผ่านหน้าออสการ์เค้าก็ตั้งใจเหยียบน้ำที่นองอยู่ ตรงพื้นให้กระเด็นใส่หน้าออสการ์

ออสการ์ : “นั่นดยุคเจอร์เมน” เมื่อออสการ์เห็นหน้าของดยุคเจอร์เมนก็ทำให้คิดถึงเหตุการณ์ที่เค้ายิงเด็กตัวเล็กๆ ที่ขโมยเงินเพราะความหิวอย่างเลือดเย็น เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาทีไรออสการ์ก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาทุกที ออสการ์เตรียมจะชักดาบขึ้นมา แต่ก็ถูกอังเดรห้ามไว้

อังเดร : “เธอคิดจะทำอะไรน่ะ!?”

ออสการ์ : “ปล่อย!”

อังเดร : “ถ้าเธอเผชิญหน้ากับดยุคเจอร์แมนในที่แบบนี้ล่ะก็เธอจบแน่!”

ออสการ์ : “ชั้นจะไม่ยอมยกโทษให้มัน! เมื่อชั้นนึกถึงเหตุการณ์วันนั้นขึ้นมาทีไร ก็ทำให้เลือดในตัวชั้นเดือดขึ้นมาทุกที”

 

ภาย ในโถงทางเดินของพระราชวังแวร์ซายส์ที่เต็มไปด้วยชนชั้นสูงรวมถึงออสการ์และ อังเดรก็อยู่ที่นั่นด้วย มีมาดามท่านหนึ่งเดินนำขบวนของหญิงสาวซึ่งถือกล่องใส่ของเรียงเป็นตั้งสูง หลายสิบกล่อง เดินมายังทางเดินตรงไปที่ห้องของพระนางอังตัวเน็ต ออสการ์จึงถามอังเดรด้วยความสงสัยว่าพวกเค้าเป็นใครและในกล่องพวกนั้นมีอะไร กันแน่

ออสการ์ : “นั่นอะไรน่ะ?”

อังเดร : “เธอไม่รู้หรอ?”

ออสการ์ : “อืม”

อังเดร : “คน พวกนั้นมาจาก โรส เบอร์ติน ร้านตัดเสื้อในปารีส พวกเค้าเริ่มเข้ามาในวังเมื่อไม่นานมานี้และพระราชินีอังตัวเน็ตก็ทรงโปรด มากเลยล่ะ”

ออสการ์ : “มีเสื้อผ้าอยู่ในกล่องพวกนั้นหรอ?”

อังเดร : “คง จะใช่ มิน่าล่ะ สองเดือนมานี้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังถึงได้บ่นเรื่องค่าใช้จ่ายของร้านเบอร์ ตินว่ามันสูงอย่างไม่น่าเชื่อ เธอคิดว่าพระราชินีอังตัวเน็ตใช้จ่ายมากไปรึเปล่า ออสการ์?” ออสการ์ไม่ได้ตอบอะไร

มาดาม เบอร์ตินและลูกน้องได้ขนเสื้อผ้ามากมายมาให้พระราชินิอังตัวเน็ตและสตรีชั้น สูงอีกสองคนได้เลือกชม ภายในห้องของพระนางเต็มไปด้วยเสื้อผ้า

มาดามเบอร์ติน : “ฝ่า บาททอดพระเนตรดีไซน์พวกนี้สิเพคะ” มาดามเบอร์ตินหยิบชุดราตรีสีส้มที่สวมอยู่ในหุ่นมานำเสนอให้พระราชินีและ สตรีชั้นสูงที่อยู่ภายในห้องได้ชม

อังตัวเน็ต : “ว้าว”

สตรีชั้นสูง : “ถ้าฝ่าบาทสวมชุดนี้แล้วล่ะก็ จะต้องมีผู้ชายไม่ต่ำกว่า 50 คนตะลึงจนเป็นลมล้มฟุบในงานเลี้ยงเต้นรำตอนค่ำนี้แน่ๆเลยเพคะ!” แล้วลูกน้องขอมาดามเบอร์ตินก็หยิบชุดราตรีที่ตัดเย็บด้วยผ้าไหมสีเขียว ตัดกับริบบิ้นสีม่วงและสีดำออกมานำเสนอ

มาดามเบอร์ติน : “และชุดนี้ เรียกว่า‘ความลึกลับ’ เพคะ” ลูกน้องของมาดามเบอร์ตินนำชุดมาทาบลงบนตัวของพระนางอังตัวเน็ต

สตรีชั้นสูง : “โห สวยจังเลย! มันเหมาะกับฝ่าบาทเป็นที่สุดเพคะ!”

อังตัวเน็ต : “แต่ชั้นมีชุดพระราชพิธี 18 ชุดแล้วนะ เมื่อเดือนที่แล้วชั้นก็พึ่งตัดชุดราตรีไป 38 ชุด”

มาดามเบอร์ติน : “ทรงตรัสอะไรอย่างนั้นเพคะ! พระราชินีจะต้องเป็นผู้นำแฟชั่นอยู่เสมอสิเพคะและฝ่าบาทจะต้องเป็นแบบอย่างของสังคมชั้นสูง”

สตรีชั้นสูง : “จริงด้วย! ถูกต้องแล้วเพคะฝ่าบาท”

อังตัวเน็ต : “ก็ใช่นะ แต่ชั้นคิดว่าชุดนี้น่าจะใช้ผ้าไหมสีน้ำตาลจะดูเหมาะกว่าสีนี้นะ ท่านคิดว่ายังไง?”

มาดามเบอร์ติน : “ตามที่พระราชินีต้องการเพคะ พระองค์นี่รสนิยมดีจริงๆเลยเพคะ”

สตรีชั้นสูง : “สวยจังเลย! ชั้นก็อยากได้บ้าง!”

ระหว่างนั้นเอง ออสการ์กับอังเดรก็ได้เข้ามาในห้องของพระนางอังตัวเน็ต

ออสการ์ : “ฝ่าบาทพะยะค่ะ!”

อังตัวเน็ต : “โอ้ ยินดีที่ได้พบเธอนะออสการ์! ชั้นรอเธอทุกวันเลย เธอหายหน้าหายตาไปนานเลยนะ มีปัญหาอะไรรึเปล่า ออสการ์?”

ออสการ์ : “เปล่า พะยะค่ะ”

พระนางอังตัวเน็ตหยิบผ้าไหมสีน้ำตาลเข้มขึ้นมาให้อังเดรดู

อังตัวเน็ต : “นี่อังเดรเธอคิดว่าสีนี้เป็นยังไงบ้าง? สีน้ำตาลแบบนี้สวยใช่มั้ย?”

อังเดร : “เออ...คือ หม่อมชั้นคิดว่าสีของมันเหมือนตัวหมัดนะ พะยะค่ะ" อังเดรซึ่งตอบไปตามที่เค้าคิด ในตอนแรกนั้นก็ทำให้สตรีชั้นสูงและมาดามเบอร์ตินรู้สึกไม่พอใจ

สตรีชั้นสูง : “สีของตัวหมัดหรอ? เธอกล้าดียังไง?” แต่แล้วมาดามเบอร์ตินก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

มาดามเบอร์ติน : “สีของหมัดหรอ? สีหมัด? อัจฉริยะมาก! ชั้นจะเอาชื่อนี้แหละ!” มาดามเบอร์ตินเห็นด้วยกับอังเดร

อังตัวเน็ต : “ถ้าลองแยกเป็นสีท้องหมัด สีขาหมัดดูล่ะ ท่านคิดว่ายังไง?”

มาดามเบอร์ติน : “เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมเพคะฝ่าบาท! ชั้นตัดสินใจแล้ว สีแฟชั่นประจำปีนี้ คือ สีหมัด”

สตรีชั้นสูง : “ตัดชุดสีท้องหมัดให้ชั้นบ้างนะ ชุดชั้นในสีหมัดด้วย! สีหมัด! สีหมัด!”

 

หลัง จากที่ออสการ์และอังเดรเข้าเฝ้าพระนางอังตัวเน็ตเสร็จ พวกเค้าก็เดินมานั่งพักบริเวณน้ำพุภายในวัง อังเดรเองรู้สึกไม่ชอบใจในพฤติกรรมของพระนางอังตัวเน็ต เค้าจึงบ่นให้ออสการ์ฟัง

อังเดร : “บ้าที่สุด! สีหมัดบ้าบออะไรกัน!”

ออสการ์ : “ไม่รู้สิแต่ฟังแล้วดูคันๆยังไงไม่รู้” ออสการ์ตอบแบบขำๆ

อังเดร : “ตอน นี้พระองค์กลายเป็นราชินีแล้ว พระองค์มีหน้าที่มากมายนับไม่ถ้วนเกี่ยวกับชาติบ้านเมืองที่ต้องทำ แต่ทุกวันนี้พระองค์แสวงหาแต่สิ่งที่พระองค์ปรารถนา! ก่อน หน้านี้เธอก็เคยพูดไม่ใช่หรอว่า เงินทั้งหมดที่ฝ่าบาทใช้จ่ายนั้นมาจากภาษีของประชาชน แต่พระองค์กลับใช้มันไปกับงานเลี้ยงเต้นรำและก็เสื้อผ้า...สิ้นเปลืองจริงๆ!” ออสการ์ได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ตัวเธอเองรู้สึกถึงพระทัยของพระนางอังตัวเน็ตดี ว่าพระนางต้องทนทุกข์ทรมานมากแค่ไหน

ออสการ์ : “ชั้น เคยพูด แต่ตอนนี้...ชั้นอยากจะให้พระนางได้ทำในสิ่งที่พระนางปรารถนาอีกซักหน่อย พระนางรู้สึกโดดเดี่ยว กุหลาบจะบานได้อย่างไรถ้าขาดแสงอาทิตย์? เมื่อไม่มีดาวหรือพระจันทร์แล้ว กะลาสีเรือจะหาแผ่นดินเจอได้อย่างไรกัน?”

อังเดร : “เธอหมายถึง ฮานส์ แอ็คเซล วอน แฟร์ซองใช่มั้ย?”

ออสการ์ : “พระ นางพยายามที่จะลืมความโดดเดี่ยว...ด้วยการแต่งตัวและซึมซับในการชมละคร ชั้นอยากจะให้เธอเข้าใจด้วย เราไปกันเถอะ ชั้นอยากจะไปดูการเตรียมพร้อมสำหรับงานเลี้ยงวันพรุ่งนี้”

 

ณ พระราชวังในประเทศออสเตรีย เสนาบดีได้นำภาพวาดที่พระนางอังตัวเน็ตได้ส่งมาให้พระมารดาของเธอ จักรพรรดินี มาเรีย เทเรซ่า มาถวาย ภาพวาดนั้นเป็นภาพของพระนางอังตัวเน็ตแต่งกายด้วยชุดราตรีสีสันฉูดฉาด บนศีรษะประดับด้วยขนนกช่อใหญ่ ดูสวยงาม แต่พระนางมาเรีย เทเรซ่า ไม่คิดเช่นนั้น เมื่อเธอได้เห็นภาพวาดนั้น ก็รู้สึกไม่พอพระทัยเป็นอย่างมาก

เทเรซ่า : “อะไรเนี่ย...ทำไมเธอถึงได้กลายเป็นแบบนี้!”

เสนาบดี : “พระองค์ทรงมีพระศิริโฉมงดงามมากขึ้นนะพะยะค่ะ”

เทเรซ่า : “นี่มันไม่สวย! นี่มันไม่ใช่ภาพวาดของราชินิแห่งฝรั่งเศส แต่มันเป็นภาพของนักแสดงหญิงที่แต่งตัวฉูดฉาดต่างหาก!”

เสนาบดี : “แต่...”

เทเรซ่า : “ชั้น ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าลูกสาวของชั้นจะแต่งตัวโง่ๆและฟุ่มเฟือยขนาดนี้ ส่งรูปกลับไปฝรั่งเศสเดี๋ยวนี้” พระนางเทเรซ่า รู้สึกเสียพระทัยเป็นอย่างมากที่พระธิดาของเธอที่เป็นถึงราชินีของฝรั่งเศส แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ของราชินีที่ดีเลย แต่พระนางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นอกจากสวดอ้อนวอนต่อพระแม่มารี “พระแม่มารี...ความหลงใหลในเพชรนิลจินดาและการแต่งตัว เธอรู้มั้ยว่าเธอได้ใช้เงินภาษีของประชาชนไปเท่าไหร่แล้ว? พระแม่มารี ได้โปรดคุ้มครองเธอด้วย”

 

ทาง ด้านของพระนางมารีอังตัวเน็ตนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นถึงราชินี มีชีวิตที่หรูหราและสุขสบาย แต่ในพระทัยของพระองค์รู้สึกโดดเดี่ยวและไม่ได้มีความสุขเลยซักนิดตั้งแต่ แฟร์ซองได้จากไป พระนางสวมชุดราตรีสีหมัดยืนอยู่หน้ากระจกและพูดกับตัวเองว่า

อังตัวเน็ต : “เธอดูมีความสุขดีนะ มารี อังตัวเน็ต เธอสวยขึ้น นางฟ้าแห่งแวร์ซายส์ ราชินิแห่งร็อคโกโก กุหลาบแห่งแวร์ซายส์! ทุกคนต่างหลงใหลในตัวชั้นแต่...ทำไมชั้นยังรู้สึกว่าชั้นขาดอะไรไป? แม่คะ บอกลูกหน่อยความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร?”

 

ณ ห้องอาหารภายในพระราชวังแวร์ซาย กำลังมีงานเลี้ยงอาหารของเหล่าราชนิกูลอยู่ โดยมีออสการ์ ยืนรักษาการในฐานะของทหารรักษาพระองค์ระหว่างรับประทานอาหารและดื่มไวน์ ก็ได้มีการพูดคุยกันตามปรกติ

เค้าท์โอเลียน : “มันคือไวน์ Chateau Iquemo ปี 1692 รสชาติเยี่ยมมาก”

ท่านป้าอเดลเลต : “ปี 91 เป็นปีที่โหดร้ายมาก คงเป็นเพราะฝนตกมากเกินไป”

เค้าท์เจอร์เมน : “และในปี 80 เจ้าของคฤหาสน์บอโดก็หมดอำนาจลง เค้าจึงใช้ชีวิตเรียบง่ายอย่างเกษตรกร”

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “แล้วมันมีผลกับรสชาติของไวน์ด้วยหรอ?”

เค้าท์เจอร์เมน : “มีแน่นอน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี จะต้องแลกด้วยชีวิตของชาวนา ถ้าพวกเค้าขี้เกียจละก็ พวกเราก็จะไม่ได้กินอาหารดีดีแบบนี้หรอก 555”

ในระหว่างนั้นพระนางอังตัวเน็ตก็ได้พูดขัดขึ้นมาว่า

อังตัวเน็ต : “ชั้นคิดว่าจะยกเลิกการประชุมในตอนเช้าพวกท่านคิดว่ายังไง?” พระนางอังตัวเน็ตหันไปถามความเห็นของเหล่าราชนิกูล ดยุคโอเลียนถึงแม้ว่าจะรู้ดี ว่านี่คือหน้าที่ที่พระราชาและพระราชินีควรจะทำ แต่เค้าก็ยังเห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะเค้าไม่ต้องการให้พระราชาและพระราชินีนั้นกลายเป็นที่รักของประชาชน เค้าจึงแกล้งทำเป็นเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้

เค้าท์โอเลียน : “ดีพะยะค่ะ พวกเราจะได้ตื่นสายๆ” และด้วยความที่พระราชายังทรงพระเยาว์จึงเห็นด้วยกับความคิดนี้เช่นกัน

พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 : “ถ้าไม่มีการประชุมในวันอังคาร พวกเราก็จะได้ออกไปล่าสัตว์กันแต่เช้า”

อังตัวเน็ต : “ดยุคเจอร์เมนแล้วท่านล่ะ?”

เค้าท์เจอร์เมน : “ดี พะยะค่ะ เป็นความคิดที่ดี มันไม่จำเป็นสำหรับพระราชินีของฝรั่งเศสที่จะต้องให้พวกชาวนาเข้าเฝ้า รีบๆยกเลิกไปซะก็ดี” ในขณะที่ทุกคนกำลังเห็นดีเห็นงามกับความคิดนี้กันอยู่นั้น ออสการ์ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์และไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ จึงจำเป็นที่จะต้องพูดขัดขึ้นมา

ออสการ์ : “แต่...” เค้าเจอร์เมนซึ่งเป็นพวกเดียวกับเค้าท์โอเลียนเห็นว่าออสการ์กำลังจะทำให้แผนของพวกเค้าเสีย จึงพูดขัดขึ้นมา

เค้าท์เจอร์เมน : “โอ้ น